xs
xsm
sm
md
lg

บ้านปูสยายปีกสู่ธุรกิจLNG ในสหรัฐ เร่งศึกษา-หาพาร์ทเนอร์ร่วมทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บ้านปูสบช่องสงครามตะวันออกกลางคุกรุ่น ดันราคาLNGพุ่ง200กว่าเหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู เร่งศึกษาความเป็นไปได้เพื่อขยายการลงทุนธุรกิจLNGในสหรัฐฯ

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในเส้นทางขนส่งสำคัญแถบตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)โลกดีดตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 20กว่าเหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู ซึ่งเป็นโอกาสที่กลุ่มบ้านปูจะขยายการลงทุนในธุรกิจLNGในอนาคต


ทั้งนี้ บ้านปูอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปในการลงทุนธุรกิจLNGในสหรัฐฯ เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูงเพื่อทำโรงงานผลิตLNGกระบวนการแปรสภาพก๊าซ เป็น ของเหลวเพื่อส่งออก ฯ ซึ่งใช้เงินลงทุนสูงมาก จำเป็นต้องมีพันธมิตรร่วมทุน ซึ่งบ้านปูก็อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรเช่นกัน

ส่วนการทำธุรกิจLNG Trading ในรูปแบบการซื้อมาขายไปนั้น คงเป็นอีกระยะถัดไปเนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีการทำกันเยอะ แต่ระยะแรกบ้านปูต้องการลงทุนผลิต LNGเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศที่มีความต้องการใช้ก๊าซLNGสูง โดยบ้านปูมีฐานธุรกิจและคอนเน็คชั่นกลุ่มลูกค้าพลังงานในประเทศเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลี ญี่ปุ่น รวมทั้งไทย

ทั้งนี้ บ้านปูเป็นผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มพลังงานที่เชื่อมโยงตั้งแต่ก๊าซธรรมชาติสู่ไฟฟ้าในตลาดสหรัฐฯผ่านการดำเนินงานBJV Corporation( BKV) ที่บ้านปูถือหุ้นใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ 15 อันดับแรกในสหรัฐฯและเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดในแหล่งก๊าซบาร์เนตต์ (Barnett) รัฐเท็กซัส โดย BKV มีทั้งปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติจากแหล่งทรัพยากรต้นน้ำ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (Combined Cycle Gas Turbine: CCGT) ขนาดกำลังการผลิต 1.5 กิกะวัตต์ในรัฐเท็กซัส และโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ที่เปิดดำเนินงานแล้ว 3 แห่ง องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจก๊าซธรรมชาติของ BKV สามารถเชื่อมโยงและผสานศักยภาพเข้าด้วยกันบนแพลตฟอร์มเดียวตลอดห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน

แนวโน้มความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 25 ภายในปี 2573 และความต้องการใช้ไฟฟ้าในตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT ที่คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 21 เท่าภายในปี 2575 ดังนั้น BKV จึงผลักดันแผนพัฒนาศูนย์ผลิตพลังงานไฟฟ้า (Integrated Energy Complex) ใน Jack County รัฐเท็กซัส บนพื้นที่กว่า 6,200 เอเคอร์ และได้ยื่นขออนุมัติการเชื่อมต่อเพื่อรองรับทั้งการผลิตและการใช้ไฟฟ้าแล้ว โครงการดังกล่าวมีศักยภาพในการผสานการผลิตก๊าซธรรมชาติ การผลิตไฟฟ้า และการดักจับคาร์บอนเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาด ERCOT

ขณะเดียวกัน BKV ยังขยายขีดความสามารถด้านการกักเก็บคาร์บอนผ่านการพัฒนาโครงการเพิ่มเติม เช่น โครงการ East Texas ขณะที่โครงการ CCS ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ Barnett Zero, Cotton Cove และ Eagle Ford ยังคงดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับการทำงานแบบบูรณาการระหว่างโซลูชันด้านพลังงานและการบริหารจัดการคาร์บอนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนเป้าหมายอัตราการกักเก็บคาร์บอนประมาณ 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ในปี 2571


ปัจจุบัน โครงการData Center ประสบปัญหาจากข้อจำกัดเรื่องไฟฟ้าที่ต้องมีความเสถียร เชื่อว่าประเทศอื่นๆก็เจอเช่นกัน ทำมห้ต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซฯ แต่อุปกรณ์ก๊าซเทอร์ไบด์ต้องใช้เวลาผลิตนานหลายปีเพราะมีออเดอร์มาก ส่วนพลังงานหมุนเวียนก็ต้องมีแบตเตอร์รี่กักเก็บไฟฟ้า(BESS) ในช่วงที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ ดังนั้นบ้านปูจึงรุกธุรกิจแบตเตอรี่ฟาร์มในต่างประเทศทั้งญี่ปุ่น และเตรียมทำที่สหรัฐฯและจีน เพื่อรองรับความค้องการใช้ไฟฟ้าของกลุ่มData Center ที่ต้องการไฟฟ้าสำรอง และพร้อมจะลงทุนในไทยภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ(PDP 2026)

นายสินนท์ กล่าวว่า ร่างแผนPDP2026 มีการกำหนดโครงการCCS เพื่อให้บรรลุเป้าหมายNet Zero ภายในในปี2050 เชื่อว่าโครงการนี้จะเกิดได้จำเป็นต้องได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐเหมือนที่สหรัฐฯ เนื่องจากเป็นโครงการที่ใช้เงินลงทุนสูงมาก เป็นไปได้ยากที่ภาคเอกชนจะดำเนินการได้เองโดยลำพัง

ในงาน Gastech 2026 บ้านปูนำเสนอกลยุทธ์การเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าพลังงานจากก๊าซธรรมชาติสู่ไฟฟ้า ที่ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจกลางน้ำ การผลิตไฟฟ้า และ CCUS พร้อมด้วยก๊าซธรรมชาติที่มีคาร์บอนเป็นกลาง เพื่อส่งมอบพลังงานคาร์บอนต่ำที่มั่นคงและยืดหยุ่น ภายใต้แนวคิด “The Future Flows Circular” สะท้อนศักยภาพของแพลตฟอร์มพลังงานครบวงจรของบ้านปูในการส่งมอบโซลูชันด้านพลังงานที่มีความมั่นคง รองรับการเติบโตทางธุรกิจ และลดการปล่อยคาร์บอน