Nissan ประสบความสำเร็จครั้งใหม่กับเทคโนโลยี e-POWER หลัง Nissan Qashqai ที่ติดตั้งระบบ e-POWER เจเนอเรชันใหม่ ได้รับการรับรองจาก Guinness World Records™ ในฐานะรถ SUV ไฟฟ้าระยะขยาย (extended-range electric vehicle) ที่ไม่ต้องเสียบปลั๊ก ซึ่งสามารถเดินทางได้ไกลที่สุดโดยไม่ชาร์จไฟจากภายนอกหรือเติมเชื้อเพลิงระหว่างการเดินทาง
การทำสถิติครั้งนี้ Nissan Qashqai e-POWER สามารถเดินทางได้เป็นระยะทาง 1,980 กิโลเมตร ด้วยน้ำมันเพียง 1 ถัง แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ความมั่นใจในการเดินทางระยะไกล และความสามารถของระบบ e-POWER ในการใช้งานจริง
การเดินทางเพื่อสร้างสถิติโลกเกิดขึ้นในประเทศ โคลอมเบีย ระหว่างวันที่ 14-17 กรกฎาคม 2026 โดยออกเดินทางจาก กรุงโบโกตา (Bogotá) ไปยังบริเวณชายฝั่งทะเลแคริบเบียน
เส้นทางดังกล่าวครอบคลุมสภาพถนน การจราจร และรูปแบบการขับขี่ที่หลากหลาย โดยทุกช่วงของการทดสอบได้รับการติดตามและตรวจสอบอย่างเป็นอิสระโดยผู้ตัดสินจาก Guinness World Records™ ก่อนรับรองสถิติอย่างเป็นทางการ หลังผ่านกระบวนการตรวจสอบโดยละเอียด
สถิติครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ในเส้นทางการพัฒนาเทคโนโลยี e-POWER ของ Nissan ทั่วโลก หลังจากก่อนหน้านี้ Nissan ประสบความสำเร็จจากการทดสอบเดินทางระยะไกลใน สหราชอาณาจักรและแทสเมเนีย ประเทศออสเตรเลีย
อีกทั้งแสดงให้เห็นว่าระบบ e-POWER สามารถส่งมอบทั้งประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ความสามารถในการเดินทางระยะไกล และประสบการณ์การขับขี่ในแบบรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับสภาพภูมิประเทศ สภาพอากาศ และสภาพการขับขี่ในชีวิตประจำวันที่แตกต่างกัน
เทคโนโลยี e-POWER ผสานการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับความสะดวกในการเติมเชื้อเพลิงแบบรถยนต์ทั่วไป ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์การขับขี่แบบรถไฟฟ้า โดยไม่จำเป็นต้องเสียบชาร์จจากภายนอก ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเข้าถึงการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น
Richard Candler ผู้บริหารระดับ Corporate Executive (CE) ของ Nissan ฝ่าย Family, Product & Components Strategy กล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของ e-POWER เจเนอเรชันล่าสุด
โดย Qashqai e-POWER ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความประณีตในการขับขี่ และสมรรถนะแบบรถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงรูปแบบการใช้งานจริงของลูกค้า
นอกจากนี้ e-POWER ยังมีบทบาทสำคัญต่อเส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าของ Nissan เพื่อให้ผู้ขับขี่จำนวนมากขึ้นได้สัมผัสประโยชน์ของการขับขี่แบบรถไฟฟ้า ก่อนก้าวไปสู่อนาคตที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
e-POWER แตกต่างจากระบบไฮบริดทั่วไปตรงที่ ล้อรถถูกขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว จึงให้การตอบสนองในทันที ความราบรื่น และการเร่งความเร็วแบบที่พบในรถยนต์ไฟฟ้า
ขณะที่เครื่องยนต์เบนซินประสิทธิภาพสูงจะทำหน้าที่ ผลิตกระแสไฟฟ้าเมื่อจำเป็น เพื่อจ่ายพลังงานให้กับระบบและมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้รถไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับเครื่องชาร์จภายนอก แต่ยังคงความสะดวกและความยืดหยุ่นในการใช้งานแบบรถยนต์ที่เติมเชื้อเพลิงได้ทั่วไป
e-POWER เจเนอเรชันล่าสุดใช้ระบบส่งกำลังแบบโมดูลาร์ 5-in-1 ของ Nissan ซึ่งรวมองค์ประกอบสำคัญ 5 ส่วน ได้แก่
- มอเตอร์ไฟฟ้า
- เครื่องกำเนิดไฟฟ้า
- อินเวอร์เตอร์
- Reducer
- Increaser
นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับระบบ Regenerative Braking หรือระบบเบรกแบบนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ เพื่อช่วยจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบสนองและสนุกกับการขับ
ปัจจุบันเทคโนโลยี e-POWER มีให้ใช้งานในหลายตลาดทั่วโลก โดยเป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า ด้วยการผสมผสานสมรรถนะแบบรถยนต์ไฟฟ้าเข้ากับความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ความสำเร็จครั้งล่าสุดจึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงแนวทางของ Nissan ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้การใช้พลังงานไฟฟ้าเข้าถึงผู้ใช้งานได้ง่ายขึ้น และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตการเดินทางที่ยั่งยืนมากขึ้