"พิพัฒน์"ย้ำเอกชนเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ 4 เดือน ถึง 31 ม.ค. 70 ไม่มีเงื่อนไขค่าจ้าง 60 ล้านบาท เอกชนรับรายได้ค่าโดยสารและขาดทุน เตรียมทำ MOU ฉบับใหม่ ระยะ 4 เดือน วางหลักประกันใหม่ ลดวงเงินเป็น 533 ล้านบาท ย้ำตรวจสภาพรถ-อุปกรณ์ เพื่อความมั่นใจรับคืน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรณี บริษัท เอเชีย เอรา วัน (ในเครือ ซี.พี.) แจ้งสิ้นสุดสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) และยุติเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ วันที่ 30 กันยายน 2569 นั้น ยืนยันว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เจรจาข้อยุติกับเอกชนแล้ว โดยให้เดินรถต่ออีก 4 เดือน หรือจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570
โดยช่วงเวลา 4 เดือนดังกล่าว ทางเอกชนจะเป็นผู้รับรายได้จากค่าโดยสาร และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินรถเอง ดังนั้น หากขาดทุน หรือกำไร เอกชนจะต้องรับภาระเอง และไม่มีประเด็นค่าจ้างเดินรถ 60 ล้านบาทต่อเดือน เพราะไม่มีการเจรจากันในการเดินรถ 4 เดือนนี้
ส่วนหลังครบกำหนด 4 เดือน กระทรวงคมนาคมยืนยันว่า บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด บริษัทลูกของ รฟท. จะเข้ามารับช่วงบริหารและเดินรถต่อ โดยขณะนี้ได้เริ่มเตรียมความพร้อมแล้ว
ด้าน นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระบุว่า เงื่อนไขที่ทางเอกชนเสนอมา 4 ข้อ มีการเจรจากับเอกชน โดยประเด็นหลักประกัน MOU การเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ไม่ใช่หลักประกันตามสัญญสัมปทานฯ รฟท.จะคืนหลักประกันเมื่อ MOU เดิมสิ้นสุด และให้เอกชนนำหลักประกันฉบับใหม่มาวาง เพื่อรองรับการเดินรถในช่วง 4 เดือน ซึ่งหลักการเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 533 ล้านบาท
ส่วนข้อพิพาทที่จะมี จะดำเนินการแยกออกจากเรื่องการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ไม่ให้นำมาปะปนกัน
ส่วนการตรวจส่งคืนทรัพย์สินเมื่อครบสัญญาในวันที่ 30 กันยายน จะต้องมีการตรวจสอบสภาพก่อนส่งมอบ ไม่ใช่การรับคืนโดยไม่ตรวจสอบ โดย รฟท. จะให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทั้งระบบรถไฟ โครงสร้างพื้นฐาน และขบวนรถ ร่วมกับผู้ผลิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะตรวจสภาพความพร้อมในช่วงวันที่ 20-25 กันยายนนี้
ทั้งนี้ รฟท.ยืนยันว่า หลักการเกี่ยวกับการเดินรถต่อ 4 เดือนและแนวทางการรับช่วงต่อโดยบริษัทลูก (รฟฟท.) มีความชัดเจนแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับการสิ้นสุดสัญญา และการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนต่อไป