GULF เปิดฉาก Gastech 2026 บทพิสูจน์ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศ ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ชี้ก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นหัวใจของความมั่นคงระบบไฟฟ้า แม้ว่าราคาLNGพุ่งแตะ28เหรียญ/ล้านบีทียู เชื่อเพียงช่วงสั้นหลังสงครามตะวันออกกลางเดือดอีกครั้ง “ สารัชถ์”เห็นพ้องภาครัฐรื้อสัญญาซื้อขายไฟฟ้าชั่วนิรันดร์และค่าAdder เตือนการคิดอัตราค่าไฟฟ้ากลุ่มData Center ต้องเปรียบเทียบคู่แข่ง ชี้เก็บแพงสุดท้ายผู้บริโภคเดือดร้อน
วันนี้ (14 ก.ย. 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน เยี่ยมชมบูธ GULF ในงาน Gastech 2026 โดยมีนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และนายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกัลฟ์ รีซอร์สเซส บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมต้อนรับ ณ ไบเทค บางนา กทม.
นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech ในวันนี้ คือบทพิสูจน์ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศ โดยเฉพาะในด้านพลังงาน ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นหัวใจของความมั่นคงระบบไฟฟ้า ยิ่งเมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นจากการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ ทางบริษัทฯ จึงอยากเห็นภาครัฐมีนโยบายที่ชัดเจนทั้งเรื่องโซนนิ่งและการส่งเสริมพลังงานสะอาด เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
ขณะนี้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ได้ดีดตัวขึ้นมาแตะที่ระดับ 28 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู เชื่อว่าเป็นผลกระทบระยะสั้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันบางส่วน โดยเชื่อว่าราคาจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ขณะที่การจัดหาLNGของบริษัทฯมีการนำเข้าจากหลายภูมิภาค ทั้งสหรัฐฯ แอฟริกา จีน เอเชีย และยุโรป จึงได้รับผลกระทบจากตะวันออกกลางไม่มาก
ในปีที่ผ่านมา GULF นำเข้า LNG ราว 50 ลำ ขณะที่ปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 70 ลำ ซึ่งการพึ่งพา LNG จากตะวันออกกลางมีสัดส่วนไม่มาก ช่วยลดความเสี่ยงหากเกิดปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ หรือการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งในภูมิภาคดังกล่าว
ขณะเดียวกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน LNG Terminal ที่GULFร่วมลงทุนกับ ปตท. มีโอกาสต่อยอดไปสู่การเป็นศูนย์กลาง LNG ของภูมิภาคในอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ LNG ของไทย และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และเปิดโอกาสให้ไทยก้าวไปสู่การเป็นฮับ LNG ให้กับประเทศในอาเซียนในอนาคต คล้ายกับบทบาทของสิงคโปร์ที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บและกระจายน้ำมันขนาดใหญ่
นายสารัชถ์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐจะเจรจาทบทวนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ต่ออายุอัตโนมัติ และค่าAdder มองว่าเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากต้นทุนพลังงานและเทคโนโลยีในปัจจุบันปรับลดลงจากช่วงที่มีการจัดทำสัญญาเดิม ขณะที่เทคโนโลยีด้านพลังงานมีการพัฒนาไปมาก จึงเห็นว่าผู้ประกอบการน่าจะให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการทบทวนเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ส่วนผลกระทบต่อผู้ประกอบการอาจมีอยู่บ้าง แต่ถือเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาร่วมกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะการกำหนดโครงสร้างค่าไฟให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และไม่สร้างภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้าเกินความจำเป็น ซึ่งGULF ก็มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวบางส่วน โดยบริษัทพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐ
สำหรับกรณีรัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับกลุ่ม Data Center ที่อาจอยู่ในระดับประมาณ 5-6 บาทต่อหน่วย มองว่าการกำหนดอัตราดังกล่าวต้องพิจารณาเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เพราะ Data Center เป็นอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง หากต้นทุนไฟฟ้าของไทยสูงเกินไป นักลงทุนอาจเลือกย้ายไปลงทุนในประเทศอื่น
อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการพิจารณาอัตราค่าไฟสำหรับ Data Center เป็นเรื่องที่สมควรดำเนินการ เนื่องจากในอดีตประเทศไทยยังไม่มีนิยาม Data Center ที่ชัดเจน ทำให้โครงการบางส่วนกระจายอยู่ในรูปแบบอาคารหรือพื้นที่ประเภทต่าง ๆ และใช้ไฟฟ้าในอัตราเดียวกับภาคครัวเรือนหรืออุตสาหกรรมทั่วไป ทั้งที่ Data Center มีการใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณสูง และมีลักษณะใกล้เคียงกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
“การปรับค่าไฟเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันอาจไม่ใช่ปัญหาหากอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ แต่ต้องพิจารณาวิธีคำนวณและระดับราคาที่เหมาะสม เนื่องจาก Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจดิจิทัล และต้นทุนไฟฟ้าที่สูงขึ้นย่อมสะท้อนต่อเนื่องไปยังต้นทุนการประมวลผลและต้นทุน AI ซึ่งท้ายที่สุดอาจส่งผ่านไปยังผู้บริโภค”
สำหรับร่างแผน PDP ฉบับใหม่ มองว่าเป็นเรื่องที่ดีหลังจากใช้เวลาจัดทำมานาน โดยแผนดังกล่าวเป็นกรอบนโยบายเพื่อประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตและเตรียมกำลังผลิตให้เพียงพอ ไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าขาดแคลน พร้อมคำนึงถึงต้นทุนค่าไฟที่สมเหตุสมผล
ทั้งนี้ แผน PDP สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ หากความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นก็สามารถปรับแผนเพิ่มกำลังผลิต และหากความต้องการลดลงก็สามารถปรับลดลงได้ โดยจุดที่เห็นชัดใน PDP ฉบับใหม่คือการให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนและเป้าหมาย Net Zero มากขึ้น
ส่วนเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในอัตราที่สูง60-70% มองว่าเป็นเรื่องที่ทำได้แต่มีข้อจำกัด เนื่องจากพลังงานหมุนเวียนขึ้นอยู่กับธรรมชาติ เช่น พลังงานลมจำเป็นต้องมีพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านลม ขณะที่พลังงานแสงอาทิตย์หากติดตั้งกระจายตัวจำนวนมาก ก็ต้องพิจารณาความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าและผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบ
สำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR มองว่ายังไม่สามารถเกิดขึ้นในประเทศไทยได้ในทันที เนื่องจากต้นทุนยังสูง คงต้องใช้เวลาเพื่อให้เทคโนโลยีพัฒนาจนมีราคาถูกลง หากต้องการให้ SMR เกิดขึ้นในประเทศไทย จำเป็นต้อวได้รับการยอมรับของประชาชน ราคาที่เหมาะสมและถูกลง และการเลือกพื้นที่ตั้งที่เหมาะสม โดยเฉพาะพื้นที่ที่สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้
ล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ GULF ได้ร่วมลงทุนกับ Singtel ในโครงการสายเคเบิลใต้น้ำ ที่จะช่วยลดต้นทุนการประมวลผลข้อมูล AI และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีภูมิภาค มองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มดีขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ GULF พร้อมเดินหน้าลงทุนระยะยาวในธุรกิจไฟฟ้า ควบคู่กับการขยายสู่ดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเติบโตและแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคต่อไป
ภายใต้ 3 เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ GULF มุ่งวางระบบโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติและ LNG ครบวงจรเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานฐาน (Anchoring Energy Security) เร่งขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero (Accelerating Sustainable Power) และต่อยอดสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI เพื่อรองรับการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก (Scaling Infrastructure at the Speed of AI) ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของ Gastech 2026 ที่ปีนี้ให้ความสำคัญกับความเชื่อมโยงระหว่างพลังงาน ระบบไฟฟ้า และ AI