xs
xsm
sm
md
lg

พาณิชย์กำกับเข้มรับซื้อข้าวโพดทั่วประเทศ ย้ำซื้อขายโปร่งใส เป็นธรรม สะท้อนคุณภาพผลผลิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทยอยออกสู่ตลาด กรมการค้าภายในจึงเร่งติดตามและกำกับดูแลสถานการณ์การรับซื้ออย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้อย่างเป็นธรรม และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วไม่สามารถจำหน่ายได้ โดยให้ความสำคัญตั้งแต่การชั่งน้ำหนัก การวัดความชื้น การปิดป้ายราคารับซื้อ ไปจนถึงการหักลดราคาตามคุณภาพ


“กรมฯ ต้องการให้ระบบรับซื้อข้าวโพดมีความโปร่งใสตั้งแต่ต้นทาง เกษตรกรต้องรู้ว่าข้าวโพดของตนเองมีน้ำหนักเท่าไร ความชื้นเท่าไร และได้รับราคาอย่างไร โดยเฉพาะเครื่องวัดความชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดราคารับซื้อ หากเครื่องไม่ได้มาตรฐานหรือมีความคลาดเคลื่อน จะส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร” นายวิทยากรกล่าว

นายวิทยากรกล่าวว่า การกำกับดูแลจะครอบคลุมทั้งโรงงานอาหารสัตว์ ผู้รวบรวม และจุดรับซื้อในพื้นที่ต่าง ๆ โดยกรมฯ ได้ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัด และสายตรวจเฉพาะกิจ ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการแสดงราคารับซื้อ การชั่งน้ำหนัก การวัดความชื้น และการรับซื้อตามคุณภาพผลผลิต


สำหรับสถานการณ์ด้านการรับซื้อในพื้นที่ต่าง ๆ จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตอาหารสัตว์ของบริษัท ซีพีเอฟ จำกัด อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี พบว่า โรงงานยังสามารถรองรับข้าวโพดได้เพิ่มและมีความต้องการรับซื้อเต็มศักยภาพ โดย โรงงานมีระบบลงทะเบียนและจองคิวล่วงหน้า เพื่อบริหารจัดการปริมาณผลผลิตและลดความแออัดบริเวณหน้าโรงงาน โดยจากการตรวจสอบไม่พบปัญหารถบรรทุกติดคิวรอรับซื้อสะสม และยังมีช่องทางสำหรับเกษตรกรที่นำผลผลิตมาจำหน่ายด้วยตนเอง
ส่วนจังหวัดนครปฐม จากการตรวจสอบจุดรับซื้อในอำเภอบางเลน พบว่ามีการปิดป้ายราคารับซื้ออย่างชัดเจน รับซื้อตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ และไม่พบปัญหารถติดคิว ขณะที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญ เริ่มมีการเปิดจุดรับซื้อเพิ่มขึ้นตามปริมาณผลผลิตที่ทยอยออกสู่ตลาด โดยข้าวโพดเมล็ดความชื้น 30% เบอร์ 2 รับซื้อประมาณ 7.09 บาทต่อกิโลกรัม เบอร์ 3 อยู่ที่ 6.40–6.80 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนความชื้น 14.5% อยู่ที่ประมาณ 7.95–8.35 บาทต่อกิโลกรัม และข้าวโพดชนิดฝักอยู่ที่ประมาณ 3.50–4.00 บาทต่อกิโลกรัม


สำหรับจังหวัดตาก ซึ่งมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับราคาข้าวโพดในบางพื้นที่ กรมการค้าภายในได้ให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าขณะนี้ผลผลิตเพิ่งออกสู่ตลาดประมาณ 2% และมีความชื้นสูง ทำให้ราคาปรับลดลงจากสัปดาห์ก่อนประมาณ 0.10–0.20 บาทต่อกิโลกรัม โดยข้าวโพดชนิดฝั่งตะวันตกรับซื้อประมาณ 3.30–3.50 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ฝั่งตะวันออกอยู่ที่ 4.80–4.90 บาทต่อกิโลกรัม และข้าวโพดเมล็ดความชื้น 30% อยู่ที่ประมาณ 6.50–6.80 บาทต่อกิโลกรัม

นายวิทยากรกล่าวว่า การพิจารณาราคารับซื้อข้าวโพดในแต่ละพื้นที่ต้องดูทั้งคุณภาพและความชื้นของผลผลิต รวมถึงต้นทุนและระยะทางขนส่ง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ปัจจัยดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นช่องทางในการกดราคารับซื้อ
“กรมการค้าภายในจะเดินหน้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่ผลผลิตออกกระจุกตัว พร้อมกำชับโรงงานอาหารสัตว์และผู้รวบรวมทั่วประเทศให้รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องราคา การชั่งน้ำหนัก การวัดความชื้น และการตรวจสอบคุณภาพ หากพบการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามประกาศหรือกฎหมาย กรมฯ จะเร่งตรวจสอบและดำเนินการทันที เพื่อให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรม และสร้างความสมดุลให้กับทุกฝ่ายในห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” นายวิทยากรกล่าว

สำหรับผลการกำกับดูแลล่าสุด ระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม–9 กันยายน 2569 กรมการค้าภายในร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใน 21 จังหวัด รวม 151 แห่ง แบ่งเป็นโรงงานอาหารสัตว์ 30 แห่ง และผู้รวบรวม 121 แห่ง พบว่าปฏิบัติถูกต้อง 136 แห่ง และพบการกระทำผิด 15 ราย โดยเป็นกรณีใช้เครื่องวัดความชื้นที่ไม่มีเครื่องหมายคำรับรองหรือคำรับรองสิ้นอายุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ทั้งนี้ กรมฯ จะยังคงกำกับและตรวจสอบการรับซื้ออย่างต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูกาลผลผลิต