กูรู Bloomberg Intelligence ส่งสัญญาณเตือนนักลงทุนตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ชี้มูลค่าตลาดหุ้นที่ตึงตัวและทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ กำลังสร้างแรงเทขายมหาศาลต่อบิทคอยน์ ประเมินสถานการณ์เลวร้ายสุดราคาอาจรูดมหาราชสู่ระดับ 1 หมื่นดอลลาร์หากดัชนีหลักปรับฐานรุนแรง ทางรอดเดียวคือต้องฉีกกฎความสัมพันธ์และยืนหยัดทวนกระแสความผันผวนของวอลล์สตรีทให้สำเร็จ
ไมค์ แมคโกลน (Mike McGlone) นักยุทธศาสตร์สินค้าโภคภัณฑ์อาวุโสแห่ง Bloomberg Intelligence ประเมินภาพรวมความเสี่ยงของตลาดดิจิทัลล่าสุด เขามองว่ามูลค่าตราสารทุนที่สูงเกินสมดุล ตลอดจนความคาดหวังเรื่องธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจหวนกลับมาใช้นโยบายดอกเบี้ยเข้มงวด ปัจจัยเหล่านี้กำลังก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่ที่พร้อมกดดันตลาดคริปโตอย่างหนัก
เมื่อเจาะลึกสถิติย้อนหลังห้าปี ผลตอบแทนของบิทคอยน์แทบไม่หนีห่างจากดัชนี S&P 500 ทว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่คือความผันผวนที่รุนแรงกว่าถึงสามเท่า นักวิเคราะห์ชั้นนำรายนี้จึงนิยามให้ราชาแห่งคริปโทเคอร์เรนซีเป็นเพียงสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการเก็งกำไรที่มีความเชื่อมโยงกับตลาดหุ้นอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งยังต้องดิ้นรนแข่งขันกับโทเคนทางเลือกอื่นอีกนับล้านเหรียญ
ในมิติของการบริหารพอร์ตโฟลิโอ สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนภาพเชิงลบอย่างชัดเจน การถือครองบิทคอยน์หมายถึงการรับผลตอบแทนเทียบเท่าตลาดหุ้นหลัก แต่กลับต้องแบกรับความเสี่ยงที่มากกว่าหลายระดับ สินทรัพย์ที่ถือกำเนิดหลังวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี พ.ศ. 2552 ชนิดนี้อาจกลายเป็นตัวจุดชนวนนำตลาดดิ่งเหวได้เช่นเดียวกับที่เคยสร้างปรากฏการณ์นำพาสินทรัพย์เสี่ยงทะยานฟ้าในช่วงก่อนหน้า
แมคโกลนเน้นย้ำถึงสามตัวแปรสำคัญที่ฉุดรั้งราคาในระยะนี้ ประการแรกคือแรงเทขายเมื่อราคาปะทะกำแพงแนวต้านบริเวณ 8 หมื่นดอลลาร์อย่างจัง ถัดมาคือการที่ตลาดฟิวเจอร์สซึมซับคาดการณ์เฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีก 70 เบสิสพอยต์ในปีหน้า ประการสุดท้ายคือการพุ่งทะยานของดัชนี S&P 500 ที่ทิ้งห่างเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ไปไกลจนเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฟองสบู่
สิ่งที่น่าจับตาคือพฤติกรรมราคาที่แกว่งตัวรุนแรงตามรอบความกลัวของนักลงทุน ด้วยเหตุนี้ผู้เชี่ยวชาญจึงตอกย้ำภาพลักษณ์ของสินทรัพย์ชนิดนี้ว่าเป็นเพียงเครื่องมือทางการเงินที่มีค่าเบต้าสูง ซึ่งพร้อมจะร่วงหล่นทันทีที่บรรยากาศการลงทุนในตราสารทุนสะดุดลง
หากประเมินภาพจำลองสถานการณ์เลวร้ายระยะยาว ตลาดอาจต้องเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ สมมติฐานระบุว่าหากดัชนี S&P 500 ปรับฐานลดลงราว 20 เปอร์เซ็นต์ แรงกระเพื่อมนี้จะดึงราคาบิทคอยน์ให้ดิ่งลึกสู่ระดับ 1 หมื่นดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนชี้ชะตาทางจิตวิทยาที่เคยสะบั้นความหวังนักลงทุนมาแล้วหลายครั้งในอดีต
ทางรอดเดียวที่จะปลดแอกวงจรนี้ได้คือการพิสูจน์ตัวเองในภาวะวิกฤต บิทคอยน์ต้องฉีกตัวออกจากร่มเงาของตลาดหุ้นและรักษาฐานมูลค่าไว้ให้ได้ในช่วงที่สินทรัพย์อื่นร่วงระเนระนาด หากสอบผ่านบททดสอบนี้ ตลาดอาจต้องรื้อตำราและยอมรับว่าราชาคริปโตได้ก้าวข้ามสถานะสินทรัพย์เก็งกำไรไปสู่ความมั่นคงรูปแบบใหม่อย่างเต็มตัว