xs
xsm
sm
md
lg

กกพ.ชี้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรง หนุนไทยเป็นจุดเหมายปลายทางนักลงทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กกพ.ตอกย้ำไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญนักลงทุน หลังความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรง ทำให้นักลงทุนต่างชาติเร่งหาแหล่งลงทุนใหม่ที่สร้างความมั่นคง และเชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาค โดยไทยมีบทบาทเป็นผู้นำเข้า LNG ที่สำคัญ

วันนี้ (14 กันยายน 2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะ เยี่ยมชมบูธนิทรรศการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ภายในงาน Gastech 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยมี คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกอบด้วย นายพิทักษ์ จรรยพงษ์ นายนรินทร์ โอภามุรธาวงศ์ และนายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงาน กกพ. ร่วมให้การต้อนรับ

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. กล่าวว่าประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026 สิ่งสำคัญที่ภาครัฐต้องการผลักดันคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน เนื่องจากผู้เข้าร่วมงานมีทั้งผู้บริหารระดับ CEO ของบริษัทพลังงานระดับโลก ครอบคลุมทั้งธุรกิจก๊าซ LNG และพลังงานสะอาด จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยและเชิญชวนให้เข้ามาลงทุน

ปัจจุบันสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องมองหาแหล่งลงทุนใหม่ที่สามารถสร้างความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ ประเทศไทยจึงมีโอกาสเป็นหนึ่งใน Destination สำคัญ เนื่องจากมีความต้องการใช้พลังงาน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติในประเทศอยู่ในระดับสูง และยังมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางในการกระจายพลังงานไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค

“ไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายที่นักลงทุนให้ความสนใจ โดยเฉพาะเมื่อมองในมิติ Energy Security ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความมั่นคงของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ต้องมองถึงการพึ่งพาและเชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาค”


ทั้งนี้ ภายในงาน Gastech มีบริษัทและผู้ซื้อจากหลายประเทศเข้าร่วม ทั้งจีน ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งสะท้อนโอกาสที่จะเกิดการจับคู่ทางธุรกิจ หรือ Business Matching และอาจนำไปสู่การลงทุนขนาดใหญ่ในธุรกิจก๊าซของไทยในอนาคต โดยประเทศไทยยังมีบทบาทเป็นผู้นำเข้า LNG ที่สำคัญ ขณะที่ภาคธุรกิจไทยมีความพร้อมในการเข้ามามีบทบาทในตลาดมากขึ้น

สำหรับทิศทางการจัดหาก๊าซฯนั้น ไทยจำเป็นต้องกระจายแหล่งจัดหา หรือ Diversify เพื่อเพิ่มความมั่นคง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่แหล่งก๊าซบางแห่งอาจไม่สามารถส่งมอบได้ตามปกติ โดยปัจจุบันไทยนำเข้า LNG จากกาตาร์ในสัดส่วนประมาณ 6% จึงไม่ได้พึ่งพาแหล่งดังกล่าวเพียงแหล่งเดียว อย่างไรก็ตาม กาตาร์ยังเป็นคู่ค้าระยะยาวของไทยและมีสัญญาที่มีราคาเหมาะสม ดังนั้น ไทยต้องการให้กาตาร์มีบทบาทช่วยเหลือด้านการจัดหาก๊าซในช่วงที่เกิดเหตุขัดข้อง โดยเฉพาะการจัดหาสินค้ามาทดแทนคาร์โก้ที่ไม่สามารถนำเข้าได้ในราคาที่เหมาะสม

ขณะเดียวกัน ไทยยังเดินหน้าเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมภายในประเทศ โดยเฉพาะการเปิดประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 26 ในทะเลอันดามัน ซึ่งภาครัฐต้องการใช้เวที Gastech เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์และเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาศึกษาโอกาสลงทุน

นายนายพูลพัฒน กล่าวว่า ก๊าซธรรมชาติยังมีความสำคัญต่อช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เนื่องจากเป็นพลังงานที่มีความสะอาดกว่าพลังงานฟอสซิลบางประเภท และมีต้นทุนที่เหมาะสม การเปิดแหล่งก๊าซใหม่ในประเทศจึงไม่ได้สร้างเพียงธุรกรรมและการลงทุนเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และมีผลต่อโครงสร้างต้นทุนไฟฟ้าโดยตรง

ปัจจุบันไทยใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าประมาณ 50% หากสามารถเพิ่มปริมาณก๊าซจากแหล่งในประเทศเข้ามาในระบบได้มากขึ้น จะช่วยลดภาระการนำเข้าก๊าซจากต่างประเทศ และลดต้นทุนเฉลี่ยของเชื้อเพลิง ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยลดภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าในประเทศ โดยมองว่า Energy Security ในยุคใหม่ไม่ได้หมายถึงการมีพลังงานเพียงพอเท่านั้น แต่ต้องหมายถึงความพร้อมในการรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต หรือ Future Readiness และการมีต้นทุนพลังงานที่เหมาะสมจะช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ

ส่วนการเติบโตของ Data Center ซึ่งถือเป็น New Demand และเป็น Strategic New Demand ขนาดใหญ่ กกพ.ระบุว่า จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการรองรับการลงทุนกับการคุ้มครองผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่น เนื่องจาก Data Center สามารถก่อสร้างได้ภายในระยะเวลาประมาณ 1-2 ปี ขณะที่การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่อาจใช้เวลา 7-10 ปี จึงต้องมีระบบกำกับดูแลที่สร้างความมั่นใจว่าการจัดหาไฟฟ้าจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

กกพ.อยู่ระหว่างเตรียมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางกำกับ Data Center โดยจะเน้นกำกับวิธีการซื้อขายไฟฟ้ามากกว่าการกำกับตัว Data Center โดยตรง เพื่อให้ผู้ได้รับอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าสามารถจัดหาไฟให้ Data Center ได้ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม และต้องสามารถยืนยันได้ก่อนว่าไม่มีผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าและประชาชน

สำหรับรูปแบบการจัดหาไฟฟ้า Data Center สามารถเลือกได้หลายแนวทาง ทั้งการซื้อไฟจากระบบ การเลือกใช้ไฟฟ้าสีเขียว หรือการทำ Direct PPA ซึ่งเป็นการจับคู่ผู้ผลิตไฟฟ้ากับผู้ใช้ไฟโดยตรง และใช้ระบบสายส่งในการส่งไฟฟ้า โดย กกพ.เตรียมกำหนดหลักเกณฑ์ให้เกิดความมั่นคงและความเสมอภาคทั้งกับ Data Center ที่ลงทุนไปแล้วและผู้ลงทุนรายใหม่ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปี 2569 เพื่อรองรับการลงทุน Data Center ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระยะยาว

สำหรับ Direct PPA ตอนนี้ค่า Wheeling Charge กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาความเหมาะสม เพราะหลังจากรัฐบาลมีนโยบายออกมา โดยเฉพาะอัตราค่าไฟสำหรับไฟประเภทสาธารณะ หรือกรณีผู้ใช้ไฟ 200 หน่วยไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เรื่องนี้อาจต้องนำมาคำนวณเป็นส่วนหนึ่ง รวมถึงค่าไฟสำหรับกลุ่มผู้ใช้ไฟประเภทใหม่ ประเภทที่ 9 และประเภทที่ 10 จึงต้องพิจารณาให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด

นอกจากนี้ ยังต้องเปรียบเทียบกับอัตราค่าไฟที่เป็นไปได้ในแต่ละทางเลือกที่ผู้ใช้ไฟสามารถเลือกใช้ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำหรือลักลั่นกัน ดังนั้นไม่เกินสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน

นายพูลพัฒน์ กล่าว กกพ.ได้นำเสนอแนวคิดการจัดบูธภายใต้ “TRANSITION DESTINATION – จุดหมายของการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย” ซึ่งเปรียบการเปลี่ยนผ่านพลังงานเสมือนการเดินทางจากระบบพลังงานในอดีต ผ่านปัจจุบัน ไปสู่ระบบพลังงานแห่งอนาคต โดยจุดหมายของประเทศไทยไม่ใช่เพียงการมุ่งสู่พลังงานที่สะอาดขึ้นเท่านั้น แต่ต้องเป็นระบบพลังงานที่สามารถรักษาสมดุลทั้ง ความมั่นคงทางพลังงาน ราคาที่เหมาะสม ความยั่งยืน และการแข่งขันที่เป็นธรรม