แบรนด์เครื่องหอม Breezy คนไทยอาจจะไม่คุ้นเคยเท่าไหร่ แต่สำหรับคนไต้หวัน หรือ คนจีนรู้จักแบรนด์นี้ ดี เพราะสินค้ามีวางขายที่ไต้หวัน จีน ฮ่องกง รัสเซีย ฯลฯ แต่ที่ทำให้ทุกคนต้อง ว้าว เมื่อรู้ว่า เจ้าของแบรนด์ คนไทยตอนเริ่มธุรกิจ เธออยู่ในวัยที่เพิ่งพ้นจากคำว่า "เด็กหญิง" มาใช้คำนำหน้าว่า นางสาวเพียงแค่ปีเดียว โดยตัดสินใจลาออกจากระบบการศึกษาหลังจากเรียนจบชั้นมัธยม 3 ไม่ใช่เพราะเธอไม่มีเงินเรียน แต่เพราะกิจการของครอบครัวไม่มีคนช่วยดูแล ซึ่งเธอได้ร่วมทุนกับหนุ่มนักธุรกิจชาวไต้หวัน ทำแบรนด์เครื่องหอม ในวัย 15 ปี
มารู้จัก Breezy แบรนด์เครื่องหอมไทย สาววัย 15ปี
นางสาวภค เบญจเทพานันท์ เจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องหอม ภายใต้แบรนด์ Breezy (แปลว่าสดชื่น) เล่าว่า Breezy เครื่องหอมที่ผลิตมาจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ ประกอบด้วย ก้านไม้หอม เทียนหอม สเปรย์ฉีดเย็น และไฮไลท์อยู่ที่บาล์มเย็น ยาหม่องที่มีกลิ่นหอม ออกแนวหวาน และเป็นยาหม่องหรือบาล์มที่ใช้แล้วเย็นสดชื่นไม่ร้อน เหมือนยาหม่องทั่วไป และยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้ ในขณะที่สรรพคุณ เน้นช่วยให้ผ่อนคลาย และสดชื่น ส่วนสรรพคุณอย่างอื่นๆ มีความใกล้เคียงยาหม่องทั่วไป เพราะใช้สมุนไพรในการผลิตคล้ายกัน เช่น แมลงกัดต่อยยังคงใช้ได้เหมือนกัน
ในส่วนราคาก็อาจจะไม่ได้เหมือนยาหม่องทั่วไป เพราะเจ้าของวางตำแหน่งไว้เป็นเครื่องหอม มีส่วนผสมที่มากกว่าการทำยาหม่อง ทำให้ราาคาออกในแนวเครื่องหอมมากกว่าขนาด 15 กรัม ขายในราคา 100 บาท สินค้าวางจำหน่ายที่เจ เจ มอลล์ จตุจักร บิ๊กซีราชดำริ เอ็มควอเธีย เทอมินอล 21 แยกอโศก และศูนย์การค้าวันแบงค็อก ร้านสารพัดไทย และร้านนานาภัณฑ์ ภูเก็ต
นอกจากนี้ เครื่องหอมของ Breezy ยังได้มีการส่งออกไปขายที่ไต้หวัน จีน ฮ่องกง รัสเซีย ฯลฯ ลูกค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะคนจีน ชื่นชอบกันมาก ลูกค้าของเราที่เมืองไทย ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โดยเฉพาะคนไต้หวัน ชื่นชอบบาล์มเย็นกันมาก จะรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย เมื่อได้สูดดม ส่วนของลูกค้าคนไทยยังรู้จักแบรนด์เราน้อย
เส้นทางของ สาววัย 15 ปี แนวคิดทำธุรกิจ
ความน่าสนใจ ของ Breezy ไม่ได้อยู่ที่เครื่องหอม เท่านั้น เพราะตัวเจ้าของแบรนด์ก็มีสตอรี่ที่น่าสนใจเช่นกัน เพราะBreezy เป็นแบรนด์เครื่องหอมที่เกิดขึ้นมาจาก สาวน้อยวัยเพียง 15-16 ปี ในช่วงที่เริ่มทำแบรนด์ ปัจจุบัน เธออยู่ในวัยเพียง 20 ต้น ๆ
เส้นทาง การทำธุรกิจของ “ภคพร” ต่างจากคนอื่นๆ เธอไม่ได้มาจากครอบครัวที่ยากจน หรือ ลำบาก จนต้องยุติการเรียน ซึ่งเธอมาจากครอบครัวทีทำธุรกิจส่วนตัวหลายอย่าง ทำให้เธอต้องตัดสินใจ เริ่มต้นมาช่วยกิจการของครอบครัว ตั้งแต่อายุ เพียง 15 ปี หลังจากที่ “คุณพ่อ” ซึ่งทำธุรกิจ ขายส่งเครื่องสังฆภัณฑ์ ให้กับร้านสังฆภัณฑ์ กว่า 1,600 แห่งทั่วประเทศ และยังได้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มแบรนด์ดัง ในพื้นที่ จังหวัดตาก และกำแพงเพชร
ทั้งนี้ ทุกคนในบ้านก็ต้องทำงาน รวมถึงตัวเธอด้วย และเมื่อช่วงโควิดที่ผ่านมา คุณพ่อของเธอ ได้พื้นที่เช่าร้านที่ศูนย์การค้าเจ เจ มอลล์ จตุจักร เป็นร้านขายกำยาน เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและคนไทยเดินช้อปปิ้งที่ตลาดนัดจตุจักร ซึ่งด้วยความที่ครอบครัวไม่มีใคร ก็เลยส่งเธอมาดูแลกิจการของร้าน ซึ่งช่วงนั้นเปิดเฉพาะวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ ซึ่งก็ไม่ได้กระทบกับการเรียน และเป็นช่วงโควิด เรียนออนไลน์
สาวไทยวัย 15 ร่วมทุน นักธุรกิจชาวไต้หวัน
ภคพร เล่าว่า เธอตัดสินใจที่จะลาออกจากระบบการศึกษา ตั้งแต่จบ มัธยม 3 และไม่ได้ไปเรียนต่อชั้นมัธยมปลาย เพราะหลังจากที่ได้มาดูแลกิจการที่ร้านกำยานของคุณพ่อ รู้สึกว่าชื่นชอบและส่วนตัวเป็นคนชอบเครื่องหอมอยู่แล้ว และวันหนึ่ง มีนักธุรกิจชาวไต้หวัน ซึ่งเป็นลูกค้าที่มาซื้อกำยาน และธูปหอมของที่ร้านเรา อยากได้เครื่องหอม เพราะช่วงนั้น เครื่องหอมบูมมาก ย้อนไปในช่วง 5-6 ปีก่อน
ตนเองก็เลยขอพ่อ ทำแบรนด์เครื่องหอม แต่การทำธุรกิจ ถ้าทำไปด้วยเรียนไปด้วย ไม่ได้ เพราะจะไม่ได้ทุ่มไปกับการทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้ต้องเลือกว่าจะเรียนหรือ จะทำงาน ซึ่งส่วนตัวคิดว่า เมื่อโอกาสมันมา ก็ต้องเอาไว้ก่อน การเรียนจะไปเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ และช่วงนั้น เป็นช่วงโควิด ที่เรียนออนไลน์ ซึ่งพอโควิดหาย ทุกคนก็ต้องกลับไปเรียน แต่ตัวเองเลือกจะไม่ไปเรียน ขอทำงานก่อน
ปัจจุบันแบรนด์เครื่องหอม Breezy จะเกิดจากการทำงานร่วมกัน ระหว่าง ภคพร และหุ้นส่วนชาวไต้หวัน โดยหุ้นส่วนชาวไต้หวันจะรับหน้าที่ด้านการตลาด และ ส่วน ภคพร ทำหน้าด้านการผลิต ซึ่งการทำเครื่องหอมครั้งนี้ ภคพร ได้คุณพ่อ คอยดูแลและให้การช่วยเหลือ และส่วนตัวเธอได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งคุณพ่อของเธอก็จมีประสบการณ์ในการทำเครื่องหอมจากการทำกำยานและธูปหอม ใกล้เคียงกับการทำเครื่องหอม เพราะเป็นความหอมจากธรรมชาติ เหมือนกัน
ภคพร เล่าถึงการทำเครื่องหอม ของเธอว่า แม้ในช่วงนั้น เครื่องหอมกำลังบูม การจะหาผู้ผลิตก็ไม่ได้ยากมาก ในประเทศไทย แต่การออกแบบเครื่องหอม เราจะต้องใช้เวลาในศึกษา เพื่อจะได้เครื่องหอมที่แตกต่างจากที่มีอยู่ในท้องตลาด และให้ความสำคัญกับการทำเครื่องหอมมาจากธรรมชาติแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่ผ่านมาทำงานและไปอบรมและทำงานกับซัพพลายเออร์ ค่อนข้างเยอะมาก กว่าจะได้แบรนด์เครื่องหอมของเราออกมา
ข้อดีของการเริ่มต้นธุรกิจ ตั้งแต่อายุยังน้อย
สำหรับการทำธุรกิจครั้งแรกในวัยเพียง 15-16 ปี ของตัวเอง มองว่า เป็นการเริ่มต้นที่ถูกจังหวะเวลา ส่วนหนึ่งไม่ได้ทำคนเดียวยังมีครอบครัวที่คอยซัพพร็อต และให้กำลังใจ ทำให้เรากล้าที่ออกจากระบบการศึกษา เพื่อมาทำธุรกิจ เพราะโอกาสไม่ได้มาง่าย ทำได้ก็ทำก่อน ส่วนการเรียนสามารถเรียนย้อนหลังในเวลาที่เราพร้อมได้ เพราะการทำธุรกิจครั้งนี้ เหมือนเป็นห้องเรียน จากชีวิตจริง
ทั้งนี้ ข้อดีของการเริ่มต้นธุรกิจตอนอายุ น้อย ข้อแรกที่เห็นได้ชัด คือ การที่เราเป็นเด็ก ผู้ใหญ่รอบข้าง หรือ ลูกค้าจะเอ็นดูเราเยอะ เกิดผิดพลาดอะไรมองว่าเป็นเด็กพร้อมจะให้อภัย พอเค้าเอ็นดูการตัดสินใจซื้อก็จะง่ายกว่า (แต่สินค้าของเราก็ต้องมีคุณภาพและราคาสมเหตุสมผลด้วยนะ) และ การเริ่มต้นให้เร็วเจอตัวตนของเราได้เร็ว ถ้าผิดพลาดยังมีเวลาเริ่มใหม่ และยังฝึกความรับผิดชอบให้กับเราตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อโตขึ้นนำประสบการณ์ตรงนี้ไปปรับใช้ ทำให้การทำงานในวัยผู้ใหญ่เกิดข้อผิดพลาดน้อยลง โอกาสประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจอื่นๆ ต่อไปในอนาคต
ไม่ได้ทิ้งการศึกษา ไปเรียนต่อเมื่อธุรกิจลงตัว
หลังจากธุรกิจเริ่มลงตัว ก็ได้มีโอกาสไปเรียน ตอนนั้นตั้งใจไปเรียนเพาะช่าง และชอบงานศิลปะตั้งใจจะเรียนเพื่อนำมาใช้สำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์ของเรา แต่การเรียนเพาะช่างต้องมีเวลาและใช้เวลากับการเรียนเยอะมาก ก็เลยตัดสินใจลาออก และปัจจุบันก็มาเรียน กศน. การศึกษานอกโรงเรียน ตอนนี้ ใกล้จบ มัธยมปลาย
ภคพร พูดถึงยอดขายของเธอในตอนนี้ ว่า อยู่ที่เดือนละ 1 ล้านบาท สัดส่วนการส่งออกมากกว่า โดยได้เงินลงทุนมาจากคุณพ่อในครั้งแรก ประมาณ 6-7 หมื่นบาท และหลังจากนั้น ก็ลุยเอง ไม่ได้ขอเงินคุณพ่ออีก เพราะธุรกิจสามารถเลี้ยงตัวเองได้
ปัจจุบัน เครื่องหอม Breezy เป็นที่รู้จักอย่างมาก ผ่านแพลตฟอร์ม xiaohonshu เสี่ยวหงซู แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน ตอนนี้ อยากให้คนไทยได้ใช้สินค้าของเรามากขึ้น อยากขายคนไทย กลุ่มเป้าหมายพนักงานออฟฟิศอายุ 25-35 ปี
โทร. 06-5565-2397
คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด