xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์”เตือนส่งออก เตรียมรับมือกฎฮาลาลอินโดนีเซียสุดเข้ม บังคับใช้ 1 ต.ค.69

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เตือนส่งออก รับมือกฎฮาลาลอินโดนีเซียสุดเข้ม ที่จะเริ่มบังคับใช้ 18 ต.ค.69 เผยครอบคลุมสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เคมี วัตถุดิบ และวัตถุเจือปนอาหาร ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนด ต้องระบุข้อความหากไม่ใช่ฮาลาลหรือมีส่วนประกอบของหมู ต้องมีใบรับรองถูกต้อง ตรวจสอบได้ หากพบไม่ปฏิบัติตาม มีบทลงโทษตั้งแต่เบาไปหาหนัก แนะทำตามกฎ เพื่อให้ส่งออกได้ราบรื่น

น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อินโดนีเซียจะเริ่มบังคับใช้ข้อกำหนดด้านฮาลาล ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.2569 เป็นต้นไป ครอบคลุมสินค้าและผลิตภัณฑ์หลายประเภท อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ยา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เคมี วัตถุดิบ และวัตถุเจือปนอาหาร โดยสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดฮาลาลภาคบังคับจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านฮาลาลของอินโดนีเซียอย่างเคร่งครัด จึงขอให้ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้าไปยังอินโดนีเซียเร่งศึกษารายละเอียดและเตรียมความพร้อม เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจและส่งออกสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หน่วยงานประกันผลิตภัณฑ์ฮาลาลของอินโดนีเซีย หรือ Halal Product Assurance Organizing Agency (BPJPH) ได้ออกกฎระเบียบใหม่ 3 ฉบับในปี 2569 ได้แก่ กฎระเบียบ BPJPH ฉบับที่ 2/2569 กำหนดมาตรการลงโทษทางปกครองสำหรับการฝ่าฝืนข้อกำหนดในระบบการรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาล หรือ Halal Product Assurance System (JPH) โดยมีบทลงโทษตั้งแต่การตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร การปรับทางปกครอง การเรียกคืนสินค้า ไปจนถึงการระงับหรือเพิกถอนใบรับรองฮาลาล

กฎระเบียบ BPJPH ฉบับที่ 3/2569 กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ฮาลาลสามารถวางจำหน่ายในอินโดนีเซียได้ แต่ต้องแสดงข้อความ “NON-HALAL” อย่างชัดเจน และในกรณีที่ผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบของหมู ต้องแสดงข้อความ “MENGANDUNG BABI” เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับทราบข้อมูลอย่างชัดเจน

กฎระเบียบ BPJPH ฉบับที่ 4/2569 กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ฮาลาลจากต่างประเทศ กำหนดให้สินค้าที่นำเข้าต้องมีใบรับรองฮาลาลที่ถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งต้องผ่านการตรวจสอบก่อนการส่งออก หรือ Pre-shipment Verification โดยหน่วยงานตรวจสอบฮาลาล หรือ LPH ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก BPJPH และเอกสารประกอบการนำเข้าจะต้องมีข้อมูลสอดคล้องกับตัวสินค้า และผู้ประกอบการต้องควบคุมกระบวนการจัดเก็บและขนส่งอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการปนเปื้อน

น.ส.สุนันทากล่าวว่า กรม โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา ได้ติดตามความคืบหน้าและผลกระทบจากข้อกำหนดดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยได้จัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดด้านฮาลาลของอินโดนีเซียแก่ภาคเอกชนไทย ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์แล้วรวม 3 ครั้ง และกำลังอยู่ระหว่างประสานการจัดสัมมนาออนไลน์เพิ่มเติม โดยมีแผนเชิญผู้แทนจาก BPJPH มาให้ข้อมูลโดยตรงแก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และขั้นตอนการปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้สอบถามประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรง รวมทั้ง แจ้งข้อมูลกฎระเบียบดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและเตรียมความพร้อมแก่ภาคเอกชนไทยอย่างต่อเนื่องแล้ว

นอกจากนี้ วันที่ 15 ก.ย.2569 สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา มีกำหนดเข้าพบ BPJPH ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าการต่ออายุความตกลงยอมรับร่วม หรือ Mutual Recognition Agreement (MRA) ด้านการรับรองฮาลาลระหว่างไทยและอินโดนีเซีย รวมทั้งหารือแนวทางในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดอุปสรรคทางการค้า

“อินโดนีเซียเป็นตลาดสำคัญที่มีศักยภาพสำหรับสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดด้านฮาลาลในครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญและเตรียมตัวล่วงหน้า ทั้งในด้านการรับรองฮาลาล การจัดทำฉลากและเอกสารประกอบสินค้า ตลอดจนกระบวนการจัดเก็บและขนส่ง เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง”น.ส.สุนันทา กล่าว