ฮุนได ขอให้รัฐรีบสรุปสร้างความชัดเจนโครงสร้างภาษีEVใหม่โดยเร็ว เหตุลูกค้าชะลอและผู้ประกอบการวางแผนงานต่อไปยาก เชื่อหากขึ้นภาษีน้อยไม่สร้างแรงจูงใจ พร้อมเปิดรถรุ่นใหม่ วางเป้าขายปีนี้ 3,000 คัน

นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากการที่มีข่าวว่าภาครัฐจะมีการปรับโครงสร้างภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า(BEV)ใหม่ ทำให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจ และผู้ประกอบการไม่สามารถวางแผนงานได้ เพราะไม่ทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่างไร
ดังนั้นจึงอยากให้ภาครัฐสรุปและประกาศออกมาให้ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปได้ตามนโยบายใหม่ ซึ่งหากยังคลุมเคลือแบบนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม แต่เข้าใจว่าจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อความยุติธรรม ไม่เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบมากเกินไป
“ถ้าจะเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศขอให้กำหนดให้ชัดเจน 40% ที่เป็นชิ้นส่วนจริงๆ ซึ่งแม้ต้นทุนจะเพิ่มแต่ยอมรับได้ รวมถึงต้องดูความพร้อมของผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทยมีความพร้อมรองรับให้ค่ายรถยนต์แล้วหรือยัง เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่จะใช้ชิ้นส่วนที่มีเทคโนโลยีระดับสูง” นายวัลลภ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากมีการขึ้นภาษีราว 10-20% จะไม่ส่งผล เพราะส่วนต่างภาษีไม่มากพอจะจูงใจให้ผู้ประกอบการต้องลงทุนตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในไทย ส่วนการทำแบรนด์ Genesis (แบรนด์รถหรูของฮุนได) มีความเป็นไปได้ ถ้าสภาพเศรษฐกิจดีขึ้น
สำหรับฮุนได มีการตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทย มีกำลังการผลิต 5,000 คันต่อปี โดยปัจจุบันประกอบรถยนต์รุ่น Ioniq5 N line ราคา 1,399,000 บาท ซึ่งผลิตอยู่ราว 100 คัน/เดือน และอยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะผลิตรถรุ่นใดเพิ่มเติม ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับโครงสร้างภาษีโดยตรง
ล่าสุดมีการเปิดตัวรถยนต์ Hyundai Staria Hybrid โดยเป็นการนำเข้าจากเกาหลี ราคา 2,099,000-2,399,000 บาท วางเป้าจำหน่ายที่ 60-100 คัน/เดือน ขณะที่เป้าการจำหน่ายทั้งแบรนด์ของปีนี้วางไว้ที่ 2,600-3,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 10-20%
นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากการที่มีข่าวว่าภาครัฐจะมีการปรับโครงสร้างภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า(BEV)ใหม่ ทำให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจ และผู้ประกอบการไม่สามารถวางแผนงานได้ เพราะไม่ทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่างไร
ดังนั้นจึงอยากให้ภาครัฐสรุปและประกาศออกมาให้ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปได้ตามนโยบายใหม่ ซึ่งหากยังคลุมเคลือแบบนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม แต่เข้าใจว่าจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อความยุติธรรม ไม่เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบมากเกินไป
“ถ้าจะเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศขอให้กำหนดให้ชัดเจน 40% ที่เป็นชิ้นส่วนจริงๆ ซึ่งแม้ต้นทุนจะเพิ่มแต่ยอมรับได้ รวมถึงต้องดูความพร้อมของผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทยมีความพร้อมรองรับให้ค่ายรถยนต์แล้วหรือยัง เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่จะใช้ชิ้นส่วนที่มีเทคโนโลยีระดับสูง” นายวัลลภ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากมีการขึ้นภาษีราว 10-20% จะไม่ส่งผล เพราะส่วนต่างภาษีไม่มากพอจะจูงใจให้ผู้ประกอบการต้องลงทุนตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในไทย ส่วนการทำแบรนด์ Genesis (แบรนด์รถหรูของฮุนได) มีความเป็นไปได้ ถ้าสภาพเศรษฐกิจดีขึ้น
สำหรับฮุนได มีการตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทย มีกำลังการผลิต 5,000 คันต่อปี โดยปัจจุบันประกอบรถยนต์รุ่น Ioniq5 N line ราคา 1,399,000 บาท ซึ่งผลิตอยู่ราว 100 คัน/เดือน และอยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะผลิตรถรุ่นใดเพิ่มเติม ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับโครงสร้างภาษีโดยตรง
ล่าสุดมีการเปิดตัวรถยนต์ Hyundai Staria Hybrid โดยเป็นการนำเข้าจากเกาหลี ราคา 2,099,000-2,399,000 บาท วางเป้าจำหน่ายที่ 60-100 คัน/เดือน ขณะที่เป้าการจำหน่ายทั้งแบรนด์ของปีนี้วางไว้ที่ 2,600-3,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 10-20%