ทศวรรษแห่งการเติบโต ครบรอบ 10 ปี”เวียตเจ็ทไทยแลนด์” รับผู้โดยสารเพิ่ม 20 เท่าตัว ลุยขยายเครือข่าย ฝูงบิน และบทบาทในประเทศไทย
เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ฉลองครบรอบ 10 ปี พร้อมย้อนภาพการเติบโตจากสายการบินที่มีเครื่องบินเพียง 3 ลำ ในช่วงเริ่มต้น สู่หนึ่งในสายการบินที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมการบินและเศรษฐกิจไทย ปัจจุบันเวียตเจ็ทไทยแลนด์มีฝูงบิน 29 ลำ ให้บริการผู้โดยสารสะสมแล้วกว่า 50 ล้านคน และขยายเครือข่ายสู่ 36 เส้นทางบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เชื่อมประเทศไทยกับตลาดสำคัญทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน เวียดนาม อินเดีย กัมพูชา และมาเลเซีย จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2559 เวียตเจ็ทไทยแลนด์ได้เติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านขนาด ฝูงบิน เครือข่าย และฐานผู้โดยสาร พร้อมมีส่วนเชื่อมโยงการเดินทางของครอบครัว ธุรกิจ และชุมชน ตลอดจนสนับสนุนการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการเดินทางทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เวียตเจ็ทไทยแลนด์ขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร (Capacity) เพิ่มขึ้นถึง 20 เท่าตัว หรือเฉลี่ยประมาณ 35% ต่อปี ขณะที่ยังรักษา อัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 85% สะท้อนความต้องการเดินทางที่เติบโตควบคู่ไปกับการขยายตัวของสายการบิน ขณะเดียวกัน เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังเพิ่มบทบาทในธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ โดยใช้พื้นที่ระวางใต้ท้องเครื่องบินรองรับสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค ไปรษณียภัณฑ์ ไปจนถึงสินค้าอีคอมเมิร์ซ ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เวียตเจ็ทไทยแลนด์ขนส่งสินค้ารวมกว่า 100,000 ตัน หรือเฉลี่ยกว่า 10,000 ตันต่อปี และก้าวขึ้นมาครอง อันดับ 1 ด้านส่วนแบ่งตลาดขนส่งสินค้าทางอากาศภายในประเทศแบบประจำในช่วงปีที่ผ่านมา ตอกย้ำบทบาทที่เพิ่มขึ้นทั้งในตลาดการบินและระบบโลจิสติกส์ของประเทศ
การขยายฝูงบินจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะต่อไป โดยเวียตเจ็ทไทยแลนด์ตั้งเป้ามีฝูงบินครบ 50 ลำภายในปี 2571 จากการทยอยรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 รุ่นใหม่ ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพในการให้บริการเส้นทางที่ไกลขึ้น เพิ่มความถี่ในตลาดที่มีความต้องการสูง และเปิดโอกาสในการขยายเครือข่ายสู่จุดหมายใหม่ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เครื่องบินรุ่นใหม่ยังมาพร้อมประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ดีขึ้น สมรรถนะการบินที่สูงขึ้น และความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร เพื่อรองรับการเติบโตของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ทั้งในด้านขนาดและคุณภาพการให้บริการในอนาคต
นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เวียตเจ็ทไทยแลนด์เติบโตอย่างก้าวกระโดด ต่อเนื่อง และมั่นคง เชื่อมต่อการเดินทางรวมระยะทางกว่า 250 ล้านกิโลเมตร พาผู้โดยสารหลายสิบล้านคนเดินทางไปยังจุดหมายต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและทั่วภูมิภาค วันนี้เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้บริการผู้โดยสารมากกว่า 7 ล้านคนต่อปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของเราอย่างชัดเจน กลยุทธ์ของเราคือการเติบโตอย่างมีคุณภาพ เพิ่มขีดความสามารถในตลาดที่มีความต้องการสูง ขยายการเชื่อมต่อทั้งในประเทศไทยและภูมิภาค พร้อมลงทุนในบุคลากร เครื่องบิน และศักยภาพต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเติบโตในระยะยาว
ในอนาคต ยังเห็นโอกาสอีกมากในการเปิดเส้นทางใหม่ เพิ่มความถี่ และเชื่อมประเทศไทยกับจุดหมายปลายทางทั่วเอเชียแปซิฟิกให้มากยิ่งขึ้น ด้วยฝูงบินรุ่นใหม่และแนวทางการเติบโตที่ชัดเจน เวียตเจ็ทไทยแลนด์พร้อมก้าวสู่ทศวรรษต่อไปด้วยเป้าหมายที่ไกลกว่าเดิม
ขณะเดียวกัน เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังเดินหน้าลงทุนใน บุคลากรและความยั่งยืน ควบคู่กับการขยายธุรกิจ ปัจจุบันมีพนักงานประมาณ 1,500 คน และตั้งเป้าเพิ่มเป็นประมาณ 5,000 คนภายในปี 2573 เพื่อรองรับการเติบโตของฝูงบิน เครือข่าย และการดำเนินงานในอนาคต พร้อมสร้างโอกาสการจ้างงานเพิ่มขึ้นและพัฒนาบุคลากรไทยในอุตสาหกรรมการบิน ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เวียตเจ็ทไทยแลนด์ได้นำ เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) มาใช้ในการปฏิบัติการ ควบคู่กับการนำเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นเข้าประจำการ และดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชนผ่าน Fly Green Fund ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2564 จนถึงปัจจุบันมีส่วนช่วยปลูกและฟื้นฟูต้นไม้แล้วกว่า 70,000 ต้น และเก็บขยะจากชายหาด แหล่งน้ำ และพื้นที่ทางทะเลรวมกว่า 6 ตัน
นอกจากนี้ ในปี 2568 เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังได้รับ 2 รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หรือรางวัลกินรี (Thailand Tourism Awards) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จากโครงการ Garbage Hunter & Scuba Project สะท้อนผลงานด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม โดยทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวในระยะยาว