xs
xsm
sm
md
lg

สหรัฐฯ เชือด "Xinbi Guarantee" ตลาดมืดฟอกเงินจีนเทาบน Telegram อายัด 52 ล้านดอลลาร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 9 กันยายน 2569 (ตามเวลาสหรัฐฯ) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยกระดับกวาดล้าง "Xinbi Guarantee" ตลาดมืดภาษาจีนบนแอป Telegram ที่มีสมาชิกกว่า 650,000 คน ขึ้นบัญชี "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" พร้อมสั่งอายัดคริปโตทันที 52 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว ปฏิบัติการนี้ไม่ได้จบแค่ประกาศคว่ำบาตร แต่ลากยาวไปถึงการบุกทลายฐานสแกมในมาดากัสการ์ จับกุมเกือบ 500 คน และเปิดโปงเส้นทางเงินที่โยงถึงแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือ คำถามคือ นี่คือจุดจบของอาณาจักรฟอกเงินที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก หรือเป็นแค่การเปลี่ยนหัวขบวนอีกครั้ง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
 
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ผ่านสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ประกาศคว่ำบาตร Xinbi Guarantee พร้อมบริษัทเครือข่ายอีก 2 แห่ง โดยอ้างอำนาจตามคำสั่งประธานาธิบดีที่ 13581 และคำสั่งฉบับเดือนมีนาคม 2569 ว่าด้วยการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ที่พุ่งเป้าประชาชนอเมริกัน ขณะเดียวกันหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามศูนย์สแกมของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (Scam Center Strike Force) ก็ใช้หมายศาลยึดช่องทาง Telegram และกระเป๋าคริปโตที่เกี่ยวข้องพร้อมกัน อัยการเขตวอชิงตัน ดี.ซี. เจนีน พีร์โร ระบุว่านี่ไม่ใช่เรื่องอาชญากรรมไกลตัว แต่คือการดูดเงินเก็บของคนอเมริกันอย่างเป็นระบบโดยเครือข่ายอาชญากรรมจีนข้ามชาติ

ตัวเลขที่สหรัฐฯ ประกาศคือ อายัดคริปโตได้ 52 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว ทำให้ยอดสะสมที่หน่วยเฉพาะกิจนี้อายัดได้ตั้งแต่ตั้งหน่วยมาอยู่ที่ราว 938 ล้านดอลลาร์ แต่ตรงนี้ต้องตรวจสอบให้ชัด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือการ "restrain" หรืออายัดทรัพย์ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย ยังไม่ใช่การริบเป็นของแผ่นดินถาวร บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Elliptic ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลกับหน่วยงานสหรัฐฯ ในคดีนี้ ระบุตัวเลขใกล้เคียงกันที่ 52.8 ล้านดอลลาร์ และยืนยันว่าเป็นการทำงานร่วมกับหน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯ (Secret Service) ในการตามรอยกระเป๋าเงิน ไม่ใช่ตัวเลขที่ทางการแถลงเองเพียงฝ่ายเดียว จุดนี้ถือว่าข้อมูลตรงกันและน่าเชื่อถือ

Xinbi Guarantee คืออะไร ทำไมถึงใหญ่ระดับโลก

Xinbi Guarantee ก่อตั้งและจดทะเบียนบริษัทในรัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 2565 ทำหน้าที่เป็น "นายหน้าค้ำประกัน" ให้พ่อค้าแม่ค้าในโลกใต้ดินซื้อขายบริการผิดกฎหมายกันผ่าน Telegram ตั้งแต่บริการฟอกเงิน ข้อมูลส่วนตัวที่ขโมยมา เว็บไซต์หลอกลงทุนปลอม ไปจนถึงอุปกรณ์สื่อสารสำหรับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Elliptic ที่เปิดโปงเครือข่ายนี้เป็นรายแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 พบว่าขณะนั้นมีผู้ใช้ราว 233,000 คน และมีเงินหมุนเวียนผ่านระบบแล้ว 8,400 ล้านดอลลาร์ ผ่านมาเพียงปีเศษ ตัวเลขล่าสุดที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ แถลงคือผู้ใช้ทะลุ 650,000 คน เงินหมุนเวียนสะสมกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์ ยังไม่นับอีก 6,000 ล้านดอลลาร์ที่ไหลผ่านกระเป๋า XinbiPay แยกต่างหาก Elliptic จัดให้เป็นตลาดมืดออนไลน์ที่มีปริมาณธุรกรรมสูงเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ รองจาก Huione Guarantee เครือข่ายกัมพูชาที่เคยถูกแฉก่อนหน้านี้

ที่น่าตกใจกว่าตัวเลขคือประเภทสินค้าและบริการที่ขายกันบนแพลตฟอร์มนี้ นอกจากบริการฟอกเงินและเว็บพนัน-ลงทุนปลอมแล้ว นักวิจัยของ Elliptic ยังพบประกาศขายบริการคุกคามผู้เสียหายถึงบ้าน บริการอุ้มบุญและซื้อขายไข่ ไปจนถึงการเสนอบริการทางเพศที่เชื่อว่าเกี่ยวพันกับเหยื่อค้ามนุษย์วัยรุ่น สะท้อนว่านี่ไม่ใช่แค่ "ตลาดฟอกเงิน" แต่คือซูเปอร์มาร์เก็ตอาชญากรรมครบวงจรที่หนุนหลังธุรกิจสแกมข้ามชาติทั้งระบบ

 จาก Huione สู่ Xinbi แล้วต่อไปคือ SafeW

เรื่องนี้มีที่มาที่ไปเป็นวงจรซ้ำเดิม ปลายปี 2567 ต่อต้นปี 2568 ทางการสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ Huione Group ซึ่งขณะนั้นเป็นตลาดมืดใหญ่ที่สุดในโลก พ่อค้าและแก๊งสแกมจำนวนมากจึงอพยพมาใช้ Xinbi Guarantee แทน ทำให้ Xinbi เติบโตพรวดพราดจนถูก Elliptic แฉในเดือนพฤษภาคม 2568 และ Telegram ต้องแบนบัญชีที่เกี่ยวข้องหลายพันบัญชีตามคำขอของสื่อ Wired แต่ผลลัพธ์คือเครือข่ายนี้ "ฟื้นตัว" กลับมาเปิดดำเนินการต่อได้อย่างรวดเร็ว และยิ่งเติบโตกว่าเดิม

พอแรงกดดันเพิ่มขึ้นอีกครั้งช่วงกลางปี 2568 Xinbi เริ่มโยกย้ายเครือข่ายพ่อค้าและระบบฟอกเงินไปใช้แอปเข้ารหัสชื่อ SafeW ที่พัฒนาโดยบริษัท SafeW Technology สัญชาติสิงคโปร์ พร้อมกันนั้นก็เปิดตัวกระเป๋าเงินดิจิทัลของตัวเองชื่อ XinbiPay หรือ NewPay ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Anwen Technology สัญชาติกัมพูชา เพื่อตัดขาดจากกระเป๋าคริปโตกระแสหลักที่ถูกจับตา นี่คือเหตุผลที่ OFAC เลือกคว่ำบาตรทั้งสองบริษัทนี้พร้อมกับตัว Xinbi เองในรอบนี้ เพราะถือเป็นแขนขาที่ทำให้เครือข่ายเดินหน้าต่อได้ทั้งที่ตัวหลักโดนแฉไปแล้วรอบหนึ่ง คำถามที่ยังไม่มีคำตอบคือ รอบต่อไปเครือข่ายนี้จะย้ายไปแอปไหน และจะใช้เวลาอีกกี่เดือนกว่าทางการจะตามทัน

"เกาหลีเหนือ" ลูกค้า VVIP ก็มาใช้บริการ

สิ่งที่ทำให้คดีนี้มีน้ำหนักระดับความมั่นคงโลก ไม่ใช่แค่คดีฉ้อโกง คือหลักฐานที่บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนอย่าง Chainalysis และ Elliptic ตรงกันว่า แฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือใช้ Xinbi Guarantee เป็นช่องทางฟอกเงินที่ขโมยมาจากการแฮ็กเว็บเทรดคริปโตรายใหญ่ รวมถึงเงินจากคดีแฮ็ก Bybit ที่สร้างความเสียหายมหาศาลเมื่อต้นปี 2568 และคดีแฮ็กเว็บเทรด WazirX ของอินเดีย โดยใช้บริการฟอกเงินเฉพาะทางที่เรียกกันในวงการว่า "Black U" เพื่อแปลงเหรียญที่มีประวัติด่างพร้อยให้กลายเป็นสเตเบิลคอยน์ที่สะอาดพอจะนำไปใช้ต่อได้

นอกจากนี้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังระบุว่า Xinbi ถูกใช้งานโดยหน่วยงานที่โดนคว่ำบาตรไปแล้วก่อนหน้านี้ เช่น Jin Bei Group และเครือข่ายที่เกี่ยวโยงกับ Prince Group องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติรายใหญ่ที่มีฐานในกัมพูชาและเคยถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีมาแล้วตั้งแต่ปลายปี 2568

"มาดากัสการ์" ปฏิบัติการที่โลกยังตามไม่ทัน

ในวันแถลงข่าวเดียวกัน พีร์โรเปิดเผยว่าหน่วยเฉพาะกิจของเธอเพิ่งส่งทีมไปร่วมมือกับทางการมาดากัสการ์บุกทลายฐานปฏิบัติการสแกม 13 แห่งที่ดำเนินการโดยกลุ่มอาชญากรจีน จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ราว 500 คน และมีการส่งตัวหัวหน้าแก๊งสัญชาติจีนราว 30 คนกลับประเทศจีน ประเด็นที่น่าตั้งข้อสังเกตคือ พีร์โรเองใช้คำว่าหัวหน้าแก๊งเหล่านี้ถูก "ส่งตัวกลับจีนอย่างรวดเร็ว" ซึ่งเป็นคำพูดที่ชวนตั้งคำถามว่าการส่งตัวกลับเร็วขนาดนั้นหมายถึงการดำเนินคดีจริงจังในจีน หรือเป็นเพียงการดึงตัวออกจากมือกระบวนการยุติธรรมนานาชาติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เครือข่ายที่คล้ายกันอย่าง Huione Guarantee ก็เคยถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีสายสัมพันธ์กับตระกูลผู้มีอำนาจในกัมพูชา สะท้อนว่าการปราบปรามระดับปฏิบัติการหน้างานกับการเอาผิดตัวการใหญ่จริง ๆ อาจเป็นคนละเรื่องกัน

ทำไมเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องอเมริกา แต่คือเรื่องของไทยและอาเซียน

แม้แถลงการณ์ของสหรัฐฯ จะเน้นย้ำว่าเหยื่อคือ "ชาวอเมริกัน" แต่โครงสร้างธุรกิจของ Xinbi Guarantee คือเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจสแกมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งฐานปฏิบัติการส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ตามแนวชายแดนไทย ทั้งฝั่งเมียนมาที่เมียวดีและ KK Park และฝั่งกัมพูชาที่ปอยเปต ตรงข้ามจังหวัดสระแก้ว ภาพเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนไทย นับตั้งแต่คดีดาราจีน หวัง ซิง ที่ถูกหลอกลวงไปทำงานในบ่อนสแกมที่เมียวดีเมื่อต้นปี 2568 จนกลายเป็นชนวนให้ไทย จีน และเมียนมา ร่วมมือกันตัดไฟ ตัดน้ำมัน ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตเข้าเมียวดี และไทยถึงขั้นศึกษาแผนสร้างกำแพงชายแดนกับกัมพูชาเพื่อสกัดขบวนการเหล่านี้

นี่คือภาพสะท้อนของสิ่งที่สังคมไทยเรียกกันมานานว่า "ทุนจีนสีเทา" เครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายที่แฝงตัวอยู่ในภูมิภาคนี้ตั้งแต่ธุรกิจนอมินี บ่อนพนันออนไลน์ ไปจนถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่ง Xinbi Guarantee ทำหน้าที่เป็นเหมือน "ตลาดกลาง" หรือธนาคารเงาที่คอยหล่อเลี้ยงให้ธุรกิจสีเทาเหล่านี้เดินต่อได้ การที่สหรัฐฯ ตัดวงจรการเงินของ Xinbi จึงส่งผลกระทบทางอ้อมต่อขบวนการที่เกาะกินอยู่ตามชายแดนไทยโดยตรง แต่ก็ต้องยอมรับตามตรงว่า การอายัดเงินที่วอชิงตันไม่ได้แปลว่าฐานปฏิบัติการที่เมียวดีหรือปอยเปตจะหายไปในพริบตา เพราะตราบใดที่ยังมีเครื่องมือฟอกเงินตัวใหม่ผุดขึ้นมาทดแทน ธุรกิจสแกมก็ยังเดินต่อได้เหมือนเดิม

เสียงสารภาพจากปากอัยการเอง

ประเด็นที่ทำให้ปฏิบัติการครั้งนี้ดูเป็นชัยชนะที่ไม่สมบูรณ์ คือคำตอบของพีร์โรเองเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า Xinbi จะย้ายไปเปิดแพลตฟอร์มใหม่ได้หรือไม่ เธอตอบตรง ๆ ว่า "ทำได้ง่ายมาก" นี่คือคำสารภาพที่สำคัญ เพราะมันแปลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือการตัดหัวงูตัวหนึ่ง ไม่ใช่การทำลายรังงูทั้งรัง รูปแบบธุรกิจ "ตลาดค้ำประกัน" แบบนี้เคยเกิดซ้ำมาแล้วอย่างน้อยสองรอบ จาก Huione สู่ Xinbi และจาก Xinbi สู่ SafeW ซึ่งตอนนี้ก็โดนคว่ำบาตรไปพร้อมกันแล้ว คำถามคือรอบหน้าใครจะเป็นรายต่อไป และแอปสื่อสารเข้ารหัสอย่าง Telegram จะยังเป็นบ้านหลังใหม่ให้เครือข่ายเหล่านี้ไปอีกนานแค่ไหน

ตัดหัวงูตัวเดียว แต่รังงูยังอยู่ครบ

ปฏิบัติการวันที่ 9 กันยายน 2569 คือหนึ่งในการบุกที่หนักที่สุดของสหรัฐฯ ต่อเครือข่ายฟอกเงินจีนสีเทาในรอบปีนี้ ทั้งด้านตัวเลขเงินที่อายัดได้ จำนวนคนที่จับกุมได้ในมาดากัสการ์ และการเปิดโปงเส้นทางเงินที่โยงถึงแฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือ แต่เมื่อดูจากประวัติศาสตร์ซ้ำซากของเครือข่ายลักษณะนี้ ตั้งแต่ Huione มาจน Xinbi และตอนนี้ที่กำลังจะกลายเป็น SafeW คำถามที่แท้จริงไม่ใช่ว่า "จับได้หรือยัง" แต่คือ "จับได้เร็วพอหรือเปล่า" เพราะทุกครั้งที่ทางการตามทันหนึ่งก้าว เครือข่ายเหล่านี้ก็สร้างบ้านหลังใหม่รอไว้แล้วเสมอ และตราบใดที่ชายแดนไทยยังเป็นหลังบ้านของอาณาจักรสแกมเหล่านี้ เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ข่าวไกลตัวจากวอชิงตัน แต่คือเรื่องที่คนไทยต้องจับตาต่อไปอย่างใกล้ชิด