xs
xsm
sm
md
lg

คืบหน้า 78% !ถนนสาย อย.3011’อยุธยา’ทช.ทุ่มงบ 684 ล้านบาท ทางลัดเชื่อม บางไทร-เสนา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เร็วกว่าแผน!! กรมทางหลวงชนบท ก่อสร้างถนนสาย อย.3011 จ.พระนครศรีอยุธยา คืบหน้า 78% เพิ่มศักยภาพการเดินทางระหว่างอำเภอบางไทรและอำเภอเสนา รองรับการขยายตัวหนุนโลจิสติกส์ คาดแล้วเสร็จในปี 70
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนสาย อย.3011 แยก ทล.347 - บ้านโคก อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยะทางรวม 12.170 กิโลเมตร งบประมาณก่อสร้าง 684.550 ล้านบาท ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 78 % เร็วกว่าแผน

ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินงานรื้อชั้นโครงสร้างทางเดิม งานปรับเกลี่ยแต่งและบดอัดดินเดิม งานดินถมคันทางบดอัดแน่น งานชั้นรองพื้นทาง งานพื้นทางหินคลุกผสมซีเมนต์ งานพื้นคอนกรีตปรับระดับช่วงเข้าสู่สะพาน งานติดตั้งราวเหล็กกันรถ และงานก่อสร้างศาลาที่พักผู้โดยสาร โดยคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2570 


ถนนทางหลวงชนบทสาย อย.3011 เป็นเส้นทางเชื่อมต่อสำคัญระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 347 และ 3263 ซึ่งประชาชนใช้เป็นทางลัดตัดผ่านระหว่างอำเภอบางไทรและอำเภอเสนา ทำให้มีปริมาณจราจรหนาแน่นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับบริเวณสายทางมีท่าทรายและอู่ต่อเรือขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตามแนวสายทาง ทำให้รถบรรทุกที่มีน้ำหนักมากสัญจรเข้า - ออกเป็นประจำ ส่งผลให้สภาพถนนเดิมเกิดความเสียหายลึกถึงชั้นโครงสร้างทาง

ดังนั้น ทช. จึงได้ดำเนินการปรับปรุงถนนสายดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ทางในพื้นที่ ให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง สนับสนุนเศรษฐกิจการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคกลางให้เต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น สอดรับกับนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งเน้นการปรับปรุงพัฒนาเส้นทางเดิมให้มีความ ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยส่งเสริมศักยภาพระบบขนส่งโลจิสติกส์ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเป็นการเติมต่อโครงข่ายทางได้อย่างสมบูรณ์


สำหรับโครงการดังกล่าว มีระยะทางก่อสร้างรวม 12.170 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นถนนผิวจราจรลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต ความหนา 10 เซนติเมตร ขนาด 2 ช่องจราจร ผิวจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้าง ข้างละ 2.50 เมตร พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องหมายจราจร และสิ่งอำนวยความปลอดภัยตลอดสายทาง รวมถึงก่อสร้างขยายสะพานเดิม 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณ กม.15+882 และ กม.16+467 โดยใช้

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของโครงการฯ สอดคล้องกับความต้องการ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด โดยระหว่างการก่อสร้าง ทช. ได้จัดประชุมการมีส่วนร่วมภาคประชาชน และลงนามบันทึกความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง ทช. ผู้รับจ้าง และผู้แทนประชาชนไปแล้ว ซึ่งได้มีการนำเสนอความคืบหน้าของการก่อสร้างฯ ลักษณะของโครงการ ขั้นตอนการดำเนินงาน พร้อมทั้งได้มีการรับฟังข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นจากผู้นำชุมชน ประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องอีกด้วย