xs
xsm
sm
md
lg

“พิพัฒน์”เร่งจัดระเบียบรถบรรทุกต่างชาติเข้มกฎหมาย เดินหน้า บังคับติด GPS –ตรวจเส้นทาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“พิพัฒน์” รับฟังข้อเสนอภาคขนส่ง เร่งจัดระเบียบรถบรรทุกต่างชาติ ย้ำเข้าประเทศไทยต้องอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน เดินหน้า GPS–ตรวจเส้นทาง สร้างการแข่งขันเป็นธรรม คุ้มครองผู้ประกอบการไทย

วันที่ 9 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หารือร่วมกับสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อรับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการ และกำหนดแนวทางแก้ไขผลกระทบจากรถบรรทุกต่างชาติที่เข้ามาดำเนินการในประเทศไทย โดยเฉพาะรถขนส่งจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เดินทางผ่าน สปป.ลาว ภายใต้กรอบความตกลงการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS CBTA

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยร้องเรียนประเด็น ที่มีรถบรรทุกต่างชาติมีการเดินรถออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต และเข้ามารับขนส่งในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทยมากขึ้น รวมถึงภาคใต้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยกังวลต่อการแข่งขันด้านราคาและความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ

นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังสะท้อนปัญหาเรื่องการกำกับดูแลรถต่างชาติ ทั้งการตรวจสอบเส้นทาง การติดตั้งระบบ GPS การเข้าด่านชั่งน้ำหนัก การมีประกันภัย ตลอดจนการตรวจสอบรูปแบบการประกอบธุรกิจที่อาจเกี่ยวข้องกับทุนต่างชาติ ซึ่งหากไม่มีมาตรฐานการกำกับดูแลที่ชัดเจน อาจทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องแข่งขันภายใต้เงื่อนไขที่เสียเปรียบ


นายพิพัฒน์ย้ำว่า รถต่างชาติที่เข้ามาประกอบการในประเทศไทยต้องเคารพกฎหมายไทยเช่นเดียวกับรถของผู้ประกอบการไทย และต้องไม่ใช้ช่องว่างของข้อตกลงระหว่างประเทศเข้ามาสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรม โดยไม่ได้ปิดกั้นการขนส่งระหว่างประเทศ เพราะการค้าชายแดนและโลจิสติกส์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ แต่ทุกฝ่ายต้องแข่งขันอยู่บนกติกาเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยต้องไม่เสียเปรียบ และในขณะเดียวกันประชาชนต้องได้รับประโยชน์จากระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีต้นทุนที่เหมาะสม

โดยที่ประชุม ให้เร่งดำเนินการในประเด็นที่ร้องเรียน โดยกรมการขนส่งทางบก ได้กำหนดมาตรการให้รถขนส่งสินค้าและรถโดยสารต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศไทยติดตั้งระบบ GPS เพื่อให้ภาครัฐสามารถตรวจสอบตำแหน่ง เส้นทาง และการเดินรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการออกนอกเส้นทางหรือประกอบการผิดเงื่อนไข

พร้อมกันนี้ กระทรวงคมนาคมจะตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีรถต่างชาติไม่เข้าด่านชั่งน้ำหนักอย่างละเอียด โดยข้อมูลเบื้องต้นยังไม่พบข้อเท็จจริงยืนยันตามข้อร้องเรียน จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ในส่วนของประกันภัย กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบให้รถต่างประเทศที่เข้ามาดำเนินการในประเทศไทยมีเอกสารและความคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ประชาชนและผู้ใช้ถนนได้รับความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายจากการขนส่ง

ภาคการขนส่งยังเสนอให้รัฐบาลทบทวนเงื่อนไขความตกลงด้านการขนส่งทางถนนระหว่างไทย–สปป.ลาว ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งพิจารณาหลัก “ต่างตอบแทน” เพื่อให้รถไทยและรถต่างประเทศได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะกรณีที่รถขนส่งสินค้าของไทยประสบข้อจำกัดในการเข้าไปส่งสินค้าใน สปป.ลาว


นายพิพัฒน์กล่าวว่า ในการหารือด้านการขนส่งทางถนนไทย–ลาว เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้ยืนยันหลักการให้รถขนส่งสินค้าของไทยสามารถเดินทางเข้าไปส่งสินค้าใน สปป.ลาว ตามกรอบความตกลงที่มีอยู่ และหากฝ่ายไทยถูกจำกัดให้ต้องเปลี่ยนถ่ายสินค้าบริเวณชายแดน ก็จำเป็นต้องพิจารณาหลักปฏิบัติที่เท่าเทียมกับรถของอีกฝ่ายเช่นกัน

สำหรับข้อเสนอให้เพิ่มบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมายการขนส่งทางบก จากปัจจุบันที่กำหนดค่าปรับไม่เกิน 50,000 บาท เป็นอัตราที่เข้มงวดขึ้น กระทรวงคมนาคมจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปศึกษาทั้งด้านกฎหมาย ความเหมาะสม และผลกระทบอย่างรอบด้าน เพื่อให้บทลงโทษมีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องปรามการกระทำผิด

นายพิพัฒน์กล่าวในตอนท้ายว่า ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและจัดทำมาตรการแก้ไขในแต่ละประเด็นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการขนส่ง แต่ต้องรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนโดยรวม