บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เผยไฮไลต์สเปก “Mitsubishi Pajero” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี รุ่นเรือธงเจเนอเรชันใหม่ ซึ่งกำหนดเปิดตัว พร้อมจำหน่าย 3 รุ่นย่อยอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันที่ 19 ตุลาคม 2569

ดีไซน์ภายนอกของ Pajero ในรุ่นเริ่มต้นและรุ่นกลาง กระจังหน้าแบบ Kendo Mask ขณะที่รุ่นท็อปกระจังหน้าแบบ Honeycomb พร้อมชุดตกแต่งพิเศษบริเวณกันชนหน้าและกันชนหลัง รวมถึงแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ (Skid Plate) และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ตลอดจนระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อก (Welcome Light) และไฟแอนิเมชันขณะล็อกและปลดล็อกรถ (Dynamic Flow Light)

Pajero มากับขุมพลังดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบ แปรผันแบบ Single Variable-Geometry Turbocharger (VGT) ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด (8AT) มีโหมดสปอร์ต (Sport Mode) ให้เลือกใช้ และ Paddle Shift เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่
ขณะเดียวกัน ช่วงล่างปรับปรุงใหม่ ระบบขับเคลื่อนแบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) และ 7 Drive Mode

ภายในห้องโดยสาร 3 แถว 7 ที่นั่ง วัสดุเบาะหนังและหนังสังเคราะห์เกรดพรีเมียมโทนสีน้ำตาลคาเมล (Camel) ที่จับคู่กับสีดำ (Black) กระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) ติดตั้งทั้งกระจกประตูบานหน้าและบานหลัง ควบคู่กับวัสดุลดเสียงรบกวน ช่วยลดเสียงลมปะทะและเสียงเครื่องยนต์ระหว่างการเดินทาง
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่งคู่หน้า พวงมาลัย และกระจกมองข้าง โดยหน้าจอบริเวณด้านหน้าของห้องโดยสารได้รับแรงบันดาลใจจากหน้าจอแนวนอนบริเวณคอนโซลหน้าของปาเจโรรุ่นแรก ซึ่งนำมาปรับใช้ให้ร่วมสมัยผ่านแผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว (Monolithic Dual Display) ที่เชื่อมต่อหน้าจอระบบสัมผัสและหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 14.3 นิ้ว จำนวน 2 หน้าจออย่างไร้รอยต่อ เครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง คุณภาพสูง หลังคากระจกพาโนรามา

Pajero เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา เสริมด้วยระบบเตือนและป้องกันการออกนอกเลน (LDP, LDW) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN) ระบบเตือนรถสวนด้านหน้า (FCTA) ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน ในกรณีเหยียบคันเร่งผิดพลาด (EAPM) ระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนที่ (MOD) ระบบช่วยเบรกขณะถอยหลังออกจากช่องจอด (RCTB) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) และระบบช่วยอ่านป้ายจราจร (TSR) รวมถึงยังมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ MI-PILOT
สำหรับราคารอการประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ตุลาคมนี้
ดีไซน์ภายนอกของ Pajero ในรุ่นเริ่มต้นและรุ่นกลาง กระจังหน้าแบบ Kendo Mask ขณะที่รุ่นท็อปกระจังหน้าแบบ Honeycomb พร้อมชุดตกแต่งพิเศษบริเวณกันชนหน้าและกันชนหลัง รวมถึงแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ (Skid Plate) และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ตลอดจนระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อก (Welcome Light) และไฟแอนิเมชันขณะล็อกและปลดล็อกรถ (Dynamic Flow Light)
Pajero มากับขุมพลังดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบ แปรผันแบบ Single Variable-Geometry Turbocharger (VGT) ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด (8AT) มีโหมดสปอร์ต (Sport Mode) ให้เลือกใช้ และ Paddle Shift เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่
ขณะเดียวกัน ช่วงล่างปรับปรุงใหม่ ระบบขับเคลื่อนแบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) และ 7 Drive Mode
ภายในห้องโดยสาร 3 แถว 7 ที่นั่ง วัสดุเบาะหนังและหนังสังเคราะห์เกรดพรีเมียมโทนสีน้ำตาลคาเมล (Camel) ที่จับคู่กับสีดำ (Black) กระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) ติดตั้งทั้งกระจกประตูบานหน้าและบานหลัง ควบคู่กับวัสดุลดเสียงรบกวน ช่วยลดเสียงลมปะทะและเสียงเครื่องยนต์ระหว่างการเดินทาง
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่งคู่หน้า พวงมาลัย และกระจกมองข้าง โดยหน้าจอบริเวณด้านหน้าของห้องโดยสารได้รับแรงบันดาลใจจากหน้าจอแนวนอนบริเวณคอนโซลหน้าของปาเจโรรุ่นแรก ซึ่งนำมาปรับใช้ให้ร่วมสมัยผ่านแผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว (Monolithic Dual Display) ที่เชื่อมต่อหน้าจอระบบสัมผัสและหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 14.3 นิ้ว จำนวน 2 หน้าจออย่างไร้รอยต่อ เครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง คุณภาพสูง หลังคากระจกพาโนรามา
Pajero เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา เสริมด้วยระบบเตือนและป้องกันการออกนอกเลน (LDP, LDW) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN) ระบบเตือนรถสวนด้านหน้า (FCTA) ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน ในกรณีเหยียบคันเร่งผิดพลาด (EAPM) ระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนที่ (MOD) ระบบช่วยเบรกขณะถอยหลังออกจากช่องจอด (RCTB) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) และระบบช่วยอ่านป้ายจราจร (TSR) รวมถึงยังมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ MI-PILOT
สำหรับราคารอการประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ตุลาคมนี้