วีบูลล์ (ประเทศไทย) เผยหลังปิดดีลเข้าถือหุ้น บล.พาย 99.36% ตั้งเป้า AUM รวมแตะ 2 แสนลบ.ปี 70 เปิดเกมรุกดึงพันธมิตร TTB-TrueMoney ขยายฐานลูกค้าสู่ Mass Market เชื่อมต่อการลงทุนทั่วโลก อีกทั้งเพิ่มนำแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีของ Webull เสริมแกร่งหนุนธุรกิจ พร้อมตั้งเป้า DR ติด Top 3 ของตลาดไทย
นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand เปิดเผยภายหลังการเข้าถือหุ้นใน บล.พาย หรือ Pi Securities รวมประมาณ 99.36% ว่า Webull Thailand ตั้งเป้าหมายผลักดันสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ขึ้นเป็น 200,000 ล้านบาทภายในปี 2570 ซึ่งเป็นการสัดส่วนมาจากทั้งของบล.พาย และ Webull Thailand จากปัจจุบันที่มีรวมกว่า 120,000 ล้านบาท แบ่งเป็น Pi Securities ประมาณ 100,000 ล้านบาท และ Webull Thailand ประมาณ 20,000 ล้านบาท อ้นเป็นผลมาจากการขยายธุรกิจ Wealth Management โดยเฉพาะบริการ WeBull Prime
ทั้งนี้ Webull จะเน้นลูกค้า High Net Worth พร้อมขยายไปยัง Mass Market และ Mass Affluent ผ่านTrue Money และเตรียมร่วมมือกับ TTB คาดเปิดเผยรายละเอียดเร็วๆ นี้ เชื่อว่าจะเพิ่มโอกาสให้ลูกค้ารายย่อยสามารถเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกได้ง่ายขึ้น เพราะลูกค้า High Net Worth ที่มีเงินลงทุนขั้นต่ำ 10 ล้านบาท สามารถลงทุนในสินทรัพย์เฉพาะกลุ่ม เช่น Crypto ETF และ Leverage/Inverse ETF
"การอยู่ภายใต้เครือข่าย Webull Group ซึ่งมีธุรกิจใน 18 ประเทศทั่วโลก จะเปิดโอกาสให้ Webull Thailand นำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ๆ ได้มากขึ้น ทั้งกองทุนต่างประเทศ การซื้อขาย US Options รวมถึงบริการ Investment Banking ที่สามารถเชื่อมโยงบริษัทจดทะเบียนไทยสู่การระดมทุนในตลาด Nasdaq ฮ่องกง และสิงคโปร์"นายชลเดชกล่าว
ทั้งนี้ การเข้าลงทุนครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ Webull ต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของตลาดการลงทุนไทย และจุดแข็งของ บล.พาย ซึ่งสั่งสมประสบการณ์มากว่า 50 ปี ครอบคลุมทั้งตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ โดยติดอันดับ 1 ใน 5 โบรกเกอร์ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดใน TFEX อย่างต่อเนื่อง รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่งและการเป็นผู้ออก DR นอกจากนี้ บล.พาย ยังมีทีม Investment Consultant (IC) และทีมวิจัยที่มีประสบการณ์ พร้อมให้คำแนะนำและข้อมูลเชิงลึกที่ตอบโจทย์นักลงทุนไทย ขณะเดียวกัน Webull ได้นำแพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัลระดับโลก เทคโนโลยีด้านการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานที่ล้ำสมัย และความสามารถด้าน AI พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและออกผลิตภัณฑ์ ETF มาผสานกับศักยภาพ เพื่อช่วยขยายโอกาสให้นักลงทุนชาวไทยสามารถเข้าถึงการลงทุนในบริษัทจดทะเบียนในต่างประเทศและธีมการลงทุนระดับโลก
นายชลเดชกล่าวอีกว่า ฐานลูกค้าของ Webull และ บล.พายไม่มีความซ้ำซ้อนกันเพราะ Webull เน้นลูกค้าที่ลงทุนต่างประเทศ ขณะที่ บล.พาย มีฐานลูกค้าหุ้นไทย จึงถือเป็่นช่องทางที่เพิ่มโอกาสสร้าง Synergy และขยายฐานลูกค้าได้อีกมาก ซึ่ง Webull จะเพิ่มน้ำหนักการทำตลาดหุ้นไทยและกองทุนรวมไทยมากขึ้น โดยเล็งไปที่ TISA ที่มองว่ามีโอกาสที่จะทำให้ Webull เข้าไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงในปี 70 ซึ่งขณะนี้รอความชัดเจนเรื่องหลักเกณฑ์จากรัฐ และนั้นจะทำให้เป็นอีกหนึ่งแรงหนุนที่จะทำให้ บล.พาย กลับมามีกำไรให้เห็นได้
ดังนั้น จากแผนการขยายขยายธุรกิจ Wealth Management เจาะกลุ่มลูกค้ามากขึ้น แม้ว่าหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์หลักของ Webull ที่สร้างรายได้กว่า 90% ขณะตั้งเป้า Webull DR ติด Top 3 ของตลาดไทย โดยอาศัยเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกในการนำ ETF และสินทรัพย์ต่างประเทศที่น่าสนใจ เช่น หุ้นกลุ่ม AI และทองคำมาพัฒนาเป็น DR ในไทยในอนาคต