โปร อินไซด์ ”ประเมินทิศทางธุรกิจครึ่งหลังปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการทยอยรับรู้รายได้งานโครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ พร้อมตุน Backlog แน่น 6,096 ล้านบาท รับรู้รายได้ 3-4 ปีข้างหน้า ฟากซีอีโอระบุ เดินหน้าประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง พร้อมขยายฐานธุรกิจ รุกเทคโนโลยี Cloud, AI, ERP และ Smart Grid เพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ หนุนผลงานปี 69 เติบโตเข้าเป้าที่ระดับ 10-15%
นางสาวเบญญาภา เฉลิมวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) (PIS) เปิดเผยว่า แนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทฯ ยังมีทิศทางที่ดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการทยอยรับรู้รายได้จากงานโครงการขนาดใหญ่จากทางภาครัฐและวิสาหกิจที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน รวมถึงการส่งมอบงานบางส่วนตามแผนที่กำหนดไว้ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังคงเดินหน้าเข้าร่วมประมูลงานโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้
ปัจจุบัน บริษัทฯ มีงานในมือที่ชนะการประมูลและรอรับรู้รายได้ในอนาคต (Backlog) กว่า 6,096 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น งานแอพพลิเคชั่นด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร (Application Solutions) 58% งานระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Integration Services) 31% และงานระบบรักษาความปลอดภัย(Physical Security) 11% ซึ่งจะสามารถทยอยรับรู้ภายใน 3-4 ปีข้างหน้า
สำหรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ มีการขยายฐานธุรกิจและลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาและนำเสนอโซลูชันที่สอดคล้องความต้องการของลูกค้า อาทิ Cloud-based Data Management, AI, Enterprise Resource Planning (ERP) ,Banking , Energy และบริการ IT Outsourcing เพื่อยกระดับคุณภาพบริการ และพัฒนาบุคลากรในทักษะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ผลักดันผลงานปี 2569 เติบโต 10-15% ตามแผนที่วางไว้
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสใหม่ๆ จากการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านระบบดิจิทัล และเตรียมผลักดันมาตรการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เกี่ยวข้องกับ Smart Grids ที่มุ่งเน้นระบบ Smart Meter สายส่งอัจฉริยะและสนับสนุนโซลาร์รูฟท็อป รวมถึงงานในด้านระบบบริการทางการเงินดิจิทัลแบบครบวงจร (Digital Banking Solutions) ซึ่ง PIS มองเห็นโอกาสที่ดีในการร่วมเข้าประมูลงานโครงการในอนาคต
“ภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยสนับสนุนจากทยอยรับรู้รายได้จากงานโครงการ และความสามารถส่งมอบงานได้ตามแผน ทำให้มั่นใจว่าการเติบโตปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญในการลงทุนในการพัฒนาโซลูชันและบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอดความเชี่ยวชาญของ PIS ไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ซึ่งบริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสในการสร้าง New S-Curve ที่สามารถเข้ามาเสริมธุรกิจหลักและสร้างการเติบโตในระยะยาว” นางสาวเบญญาภา กล่าว
ล่าสุด บริษัทฯเข้าไปถือหุ้นในบริษัท เอ็นเนอร์จี แม็คซ์ จำกัด (Energy Max) โดยดำเนินธุรกิจเป็นผู้ผลิต ประกอบ และจำหน่ายมิเตอร์ไฟฟ้าระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะในประเทศไทย ในสัดส่วน 50% ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการต่อยอดธุรกิจและสามารถสนับสนุนงานโครงการที่จะเข้าร่วมประมูลในอนาคตเพื่อสร้าง New S-Curve ให้กับ PIS
อนึ่ง ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกปี บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 164 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท หรือ 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 152 ล้านบาท และมีรายได้รวม 1,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92 ล้านบาท หรือ 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,439 ล้านบาท