กฟภ.ยอมรับข้อจำกัดโครงข่ายไฟฟ้า มี Capacity ระบบสายส่งไม่เกิน 3,000 เมกะวัตต์ ขณะที่กลุ่ม Data Center ยื่นขอใช้ไฟฟ้ากว่า 100 ราย รวมแล้ว 2.6 หมื่นเมกะวัตต์ เร่งหารือ กฟผ.เพื่อขยายสายส่ง
นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือกฟภ.(PEA) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มData Centerยื่นขอใข้บริการไฟฟ้าประมาณ 100กว่ารายเป็นไฮเปอร์สเกลที่ต้องการใช้ปริมาณไฟฟ้าสูง คิดเป็นกำลังผลิตไฟฟ้าราว 2.6 หมื่นเมกะวัตต์ (MW)แต่กฟภ.รองรับได้ระดับหนึ่ง จำเป็นต้องมีการพิจารณาการใช้ไฟฟ้าที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงโครงข่ายไฟฟ้าทั้งระบบส่ง สถานีไฟฟ้า ฯลฯ โดยกฟภ.ได้ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากลุ่มDataCenterเพียงไม่กี่ราย
ทั้งนี้ ศักยภาพโครงข่ายไฟฟ้า Capacity ระบบสายส่งของกฟภ.มีไม่เกิน 3พันเมกะวัตต์ ซึ่งเป็นข้อจำกัดทำให้กฟภ.ต้องปรับปรุงระบบส่ง โดยเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวมทั้งกำหนดหลักประกันการใช้โครงข่ายไฟฟ้าเพื่อคัดกรองกลุ่มลูกค้าData Centerที่ต้องการจองการใช้ไฟฟ้าและน้ำ
กลุ่ม Data Center ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ EEC จำเป็นต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบอร์ด Data Center เพื่อกำหนดความสมดุลการใช้ไฟฟ้าและน้ำในพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการแย่งใช้ไฟฟ้าและน้ำกับประชาชน
“เราต้องประเมินศักยภาพสายส่ง หรือกริดว่ามีมากน้อยแค่ไหน ถ้าลูกค้า Data Center ยื่นขอใช้ไฟฟ้าในปริมาณที่สูงมากถึง 2.6 หมื่นเมกะวัตต์ เราไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าให้ได้ครบ”