xs
xsm
sm
md
lg

"แม่สายโมเดล" จากช่วยเหลือทีมหมูป่า ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน สู่ การขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยตลอดห่วงโซ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ดร.ทัศนีย์ ธรรมติน อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (กลาง)
จุดเริ่มต้นอันน่าประทับใจของ “แม่สายโมเดล” มีรากฐานมาจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ระดับโลกในการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิต ณ อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ถึงกรกฎาคม พ.ศ. 2561 ในครั้งนั้น กลุ่มชาวนา 19 รายแห่งบ้านหนองอ้อ หมู่ 2 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นำโดย นายสมบูรณ์ เนมหาวรรณ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองอ้อ ได้ร่วมมือกับภาครัฐในการรับน้ำที่สูบออกจากถ้ำหลวงให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวของตนเองจนเสียหายทั้งหมด และที่น่ายกย่องยิ่งกว่านั้นคือ เกษตรกรกลุ่มนี้ปฏิเสธที่จะรับเงินชดเชยจากทางราชการ โดยถือเป็นการเสียสละเพื่อส่วนรวม

จากความเสียหายในครั้งนั้น ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรเคมีแบบเดิม หันมาปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ และเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปเป็น "ข้าวบดผง" พร้อมทั้งรวมกลุ่มจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชนข้าวไรซ์เบอร์รี่บดผงปฏิมาแม่สาย” ในปี พ.ศ. 2566 ซึ่งนอกจากจะเชื่อมโยงวัตถุดิบจากต่างพื้นที่ เช่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง และอำเภอแม่สรวย เพื่อนำมาผสมผสานกับชาและกาแฟตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพแล้ว ยังสามารถสร้างงานและรายได้ที่มั่นคงให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง

ความมุ่งมั่นนี้ส่งผลให้ในปี พ.ศ. 2568 ชาวหนองอ้อ นำโดยผู้ใหญ่สมบูรณ์ ได้เข้าร่วม “โครงการขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยเมืองเชียงราย สู่สุขที่สมดุล” ที่ดำเนินการโดย บริษัท ฟอร์เวิร์ด ซี จำกัด มี นายธันวา อารีย์ เป็นประธาน มี ดร.ทัศนีย์ ธรรมติน อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เป็นที่ปรึกษาและนักวิชาการโครงการฯ โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย

หลังจากบ้านหนองอ้อเข้าร่วมโครงการ ได้เกิดการตื่นตัวในเรื่องการผลิตและบริโภคอาหารปลอดภัยจากกว้างขวาง มีครัวเรือนเข้าร่วมมากกว่า 400 คน จนนำไปสู่การขยายผลจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชนหนองอ้ออินทรีย์สุขภาพดีโป่งผา” เพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุทางการเกษตรจำหน่ายแก่สมาชิกและชุมชน

นายธันวา อารีย์ ประธาน บริษัท ฟอร์เวิร์ด ซี จำกัด
การขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยภายใต้ภาพใหญ่ของจังหวัดเชียงรายและพื้นที่อำเภอแม่สาย มีวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักที่สอดคล้องกัน ได้แก่

1. ส่งเสริมและสร้างเสริมศักยภาพผู้ผลิต/เกษตรกร โดยยกระดับมาตรฐานการผลิตพืชผักปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ตามแนวทางมาตรฐานสินค้าเกษตร (GAP, PGS, Organic และ Organic Thailand)

2. พัฒนากลไกการทำงานร่วมกันแบบจตุรภาคี (Quadruple Helix Framework) เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเกษตรกร/เอกชน และภาคประชาสังคม ทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ (ผ่าน พชอ. แม่สาย) และเครือข่ายเกษตรกร

3. ขยายพื้นที่สีเขียวและสร้างสุขภาวะ ลดและเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร เพิ่มพื้นที่การผลิตอาหารปลอดภัยเพื่อสุขภาวะที่สมดุล

4. ส่งเสริมศักยภาพผู้บริโภคและสร้างตลาดสุขภาวะ มีการเชื่อมโยงระบบตลาดตรงระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค ร้านอาหาร โรงพยาบาล และชุมชน ผ่านกิจกรรม "ข่วงอาหารปลอดภัย" และกาดชุมชน

จากการดำเนินงาน “แม่สายโมเดล” ร่วมกับโครงการขับเคลื่อนฯ ระดับจังหวัด ก่อให้เกิดความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในหลายมิติ

• การจัดตั้งกลไกเชิงพื้นที่ เกิดคณะกรรมการขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยระดับพื้นที่อำเภอแม่สาย โดยมีเกษตรอำเภอแม่สายร่วมเป็นประธานคณะทำงานขับเคลื่อนฯ ภายใต้ระเบียบวาระหลักของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) อำเภอแม่สาย
• การยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร

o เกิดการลงนามความร่วมมือ (TOR/MOU) ระหว่างแกนนำเกษตรกร นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และภาคีเครือข่าย
o มีการจัดอบรมสร้างความรู้เรื่องระบบอาหารปลอดภัยและมาตรฐานเกษตรเบื้องต้นแก่เกษตรกรไม่น้อยกว่า 100 ราย
o ยกระดับแกนนำเกษตรกรเข้ารับการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร ได้แก่ Organic Thailand 1 ราย และ GAP 6 ราย

• การพัฒนาศักยภาพเชิงปฏิบัติการ มีการจัดอบรมการดูแลรักษากล้วยน้ำว้าสายพันธุ์มะลิอ่องด้วยวิธีธรรมชาติ (ทำปุ๋ยหมัก) การแปรรูป รวมถึงการพาเกษตรกรศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบ

• ภาพรวมระดับจังหวัด (ผลลัพธ์หนุนเสริม) สามารถขยายพื้นที่เกษตรสีเขียวปลอดภัยได้รวมกว่า 1,040 ไร่ และยกระดับเกษตรกรผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP, PGS Organic และ Organic Thailand รวมทั้งสิ้น 108 รายทั่วทั้งจังหวัด

ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ข้าวไร้ซเบอรี่บดผง ปฏิมา แม่สาย
4. การขยายผลและความยั่งยืน

ความสำเร็จของแม่สายโมเดลมิได้หยุดอยู่เพียงในระดับหมู่บ้านหรือตำบล แต่เกิดการขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 กลุ่ม “วิสาหกิจชุมชนหนองอ้ออินทรีย์สุขภาพดีโป่งผา” ได้วางเป้าหมายในการ "เติมและกระจายความรู้" วิถีเกษตรปลอดภัยจากบ้านหนองอ้อไปสู่ชุมชนข้างเคียง ภายใต้ความเชื่อมั่นที่ว่า “สุขภาพที่ดี เริ่มต้นจากอาหารที่ดี และอาหารที่ดีต้องเริ่มจากดินที่ปลอดภัย”

ขณะที่การเชื่อมโยงเครือข่ายระดับจังหวัด โดยอำเภอแม่สายได้กลายเป็นหนึ่งในโหนดปฏิบัติการสำคัญ (โหนดเชียงรายตอนเหนือ) ที่ร่วมขับเคลื่อนระบบ “เชียงรายอาหารปลอดภัย” เชื่อมโยงเกษตรกร ครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอ
ทีสำคัญได้เกิดกลไกผู้บริโภคปลอดภัย โดยคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) แม่สาย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) “การพัฒนากลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายผู้บริโภคอาหารปลอดภัยเมืองเชียงราย” เพื่อสร้างระบบอาหารปลอดภัยที่สมบูรณ์ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำอย่างยั่งยืน

“แม่สายโมเดล” จึงเป็นตัวอย่างอันเด่นชัดของการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส จากหัวใจที่ยอมเสียสละของกลุ่มชาวนาในเหตุการณ์ถ้ำหลวง ถอดบทเรียนสู่การสร้างนวัตกรรมเกษตรแปรรูป และยกระดับไปสู่การขับเคลื่อนระบบอาหารปลอดภัยที่เข้มแข็ง การประสานพลังระหว่างชุมชน ภาครัฐ (พชอ./เกษตรอำเภอ) ภาควิชาการ และ สสส. ไม่เพียงแต่ช่วยคืนธรรมชาติและดินที่ปลอดภัยให้แก่แม่สาย แต่ยังช่วยส่งมอบสุขภาพที่ดีและสุขภาวะที่สมดุลให้แก่ผู้บริโภคอย่างยั่งยืน


สำหรับการเชื่อมประเด็นการดำเนินงานของเทศบาลนครเชียงราย-นั้น เป็นการขับเคลื่อนงานสุขภาวะและพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบ โดยใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนาแบบบูรณาการและการทำงานเชิงพื้นที่ (Area-based) เป็นหลัก โดยมีการเชื่อมโยงประเด็นสำคัญต่าง ๆ ดังนี้

1.การเชื่อมโยงระบบ "เมืองอาหารปลอดภัย" ตลอดห่วงโซ่ (ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ) ซึ่งเทศบาลนครเชียงรายได้เชื่อมโยงประเด็นอาหารปลอดภัยเข้ากับมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม โดยร่วมมือกับหน่วยงานจังหวัด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มหาวิทยาลัย และกลุ่มเกษตรกร (เช่น กลุ่ม PGS Organic เชียงราย)
- ต้นน้ำ ส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรในเขตพื้นที่และอำเภอใกล้เคียงในการปรับเปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย (GAP / PGS / Organic)
- กลางน้ำ พัฒนาระบบการตรวจรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรและการกระจายสินค้า
- ปลายน้ำ เปิดช่องทางตลาดสีเขียวในเขตเมือง เช่น ตลาดอาหารปลอดภัย (จัดทุกวันศุกร์) และเชื่อมโยงวัตถุดิบปลอดภัยเข้าสู่โรงครัวโรงเรียน โรงพยาบาล ร้านอาหาร และโภชนาการสำหรับประชาชนในเขตเทศบาล

2.การเชื่อมโยงประเด็น "เมืองแห่งการเรียนรู้" (Learning City - UNESCO) โดยเทศบาลนครเชียงรายเป็นเมืองแรกของประเทศไทยที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายระดับโลกด้านเมืองแห่งการเรียนรู้ของ UNESCO (UNESCO Global Network of Learning Cities: GNLC) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 โดยยึดหลัก "การศึกษาพัฒนาคน คนพัฒนาเมือง เมืองพัฒนาคน" มีการเชื่อมโยงการศึกษากับบริบทท้องถิ่นและการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงการบูรณาการองค์ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ อาหารปลอดภัย พลังงานทางเลือก ภูมิปัญญาสมุนไพร และห้องเรียนธรรมชาติ เข้าสู่ระบบการเรียนรู้ของชุมชนและโรงเรียนในสังกัดเทศบาล

3.การเชื่อมโยงการจัดการ "สุขภาวะเขตเมือง" และการดูแลผู้สูงอายุ ในฐานะที่เป็น 1 ในพื้นที่นำร่องการจัดการสุขภาวะเขตเมือง ร่วมกับ สสส. (สำนัก 3) เทศบาลนครเชียงรายได้เชื่อมโยงประเด็นสาธารณสุขและสวัสดิการสังคมเพื่อรองรับสังคมสูงวัย มีการจัดระบบบริการสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุในเขตเมืองผ่านกองการแพทย์ รวมทั้งเชื่อมโยงงานส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการเข้าถึงอาหารปลอดภัยของผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางในชุมชนเมือง

4.การเชื่อมโยงและบูรณาการภาคีเครือข่ายจตุรภาคี การดำเนินงานของเทศบาลนครเชียงรายมุ่งเน้นการสานพลังร่วมกับภาคี 4 ฝ่าย
- ภาครัฐและท้องถิ่น ร่วมมือกับฝ่ายปกครอง พชอ. และ อปท. ข้างเคียง
- ภาควิชาการ/สถาบันศึกษา ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ฯลฯ ในการวิจัย นวัตกรรม และจัดกระบวนการเรียนรู้
- ภาคเกษตรกร/ผู้ประกอบการ เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรแปรรูป ร้านค้า ร้านอาหาร และกลุ่ม Modern Trade ในพื้นที่
- ภาคประชาสังคม/ผู้บริโภค เครือข่ายองค์กรชุมชน สสส. และชมรมผู้บริโภคอาหารปลอดภัย

การเชื่อมประเด็นการดำเนินงานของเทศบาลนครเชียงราย คือการใช้ "สุขภาวะของประชาชนและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน" เป็นเป้าหมายหลัก โดยร้อยเรียงเรื่อง อาหารปลอดภัย - การศึกษา/การเรียนรู้ - สุขภาพผู้สูงอายุและคนเมือง - การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เข้าด้วยกัน ผ่านกลไกการบริหารจัดการเชิงพื้นที่และการบูรณาการภาคีเครือข่ายอย่างเป็นรูปธรรม