xs
xsm
sm
md
lg

31 ปี อยุธยาไฮดรอลิค ฯ จากผู้จัดโรงงาน สู่ ธุรกิจ พร้อมส่งต่อทายาท เติบโตอย่างยั่งยืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปี 2563 ขณะที่ทั่วโลกหยุดชะงักเพราะโควิด-19 หลายธุรกิจต้องปิดตัวหรือลดคนงาน แต่ที่บริษัท อยุธยาไฮดรอลิค แอนด์ แทรคเตอร์ จำกัด กลับเป็นช่วงเวลาที่พิสูจน์บางสิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขยอดขาย นั่นคือ พนักงานทุกคนยังคงได้รับเงินเดือนครบ ไม่มีใครถูกเลิกจ้าง

เหตุผลย้อนกลับไปไม่กี่ปีก่อนหน้านั้น เมื่อทายาทรุ่นสอง ดร.สิทธปวีย์ ธนโสตถิกุลนันท์ และคุณกรัณฑรัตน์ ธนโสตถิกุลนันท์ ตัดสินใจนำสินค้าของร้านขึ้นขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งที่ตอนแรกพนักงานในร้านยังไม่เข้าใจ และมองว่าเป็นเพียงภาระงานที่เพิ่มขึ้นโดยไม่มีอะไรตอบแทน แต่เมื่อวิกฤตมาถึง ช่องทางที่ดูเหมือนเป็นแค่ "ทางเลือกเสริม" กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจไปต่อได้ และทำให้ทุกคนในทีมยังมีรายได้ในวันที่หลายกิจการต้องหยุดชะงัก

"ช่วงนั้นถือเป็นบทเรียนสำคัญ เพราะวิสัยทัศน์การปรับตัวของผู้บริหาร" ดร.สิทธปวีย์ ทายาทคนโต บริษัท อยุธยาไฮดรอลิค แอนต์ แทรคเตอร์ จำกัด และอาจารย์หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการตลาดดิจิทัลและนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (MBA D-MAI) และผู้อำนวยการสำนักบริหารการศึกษาทางไกล มหาวิทยาลัยเกริก เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น นั่นคือหนึ่งในโมเมนต์ที่ตอกย้ำว่า การส่งต่อธุรกิจครอบครัวที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องของการเปลี่ยนชื่อกรรมการหรือส่งไม้ต่อในวันที่จำเป็น แต่คือการเตรียมพร้อมล่วงหน้า ให้คนสองรุ่นได้เรียนรู้และเดินไปด้วยกัน ระหว่างประสบการณ์ของรุ่นเดิมกับพลังและความคิดใหม่ของรุ่นต่อไป เพื่อให้บริษัทแข็งแรงขึ้น

จากร้านอัดสายไฮดรอลิคเล็ก ๆ สู่ธุรกิจที่คนอยุธยารู้จัก

ย้อนกลับไปกว่า 31 ปีก่อน จุดเริ่มต้นของอยุธยาไฮดรอลิคไม่ได้มาจากแผนธุรกิจที่วางไว้ล่วงหน้า แต่มาจากการที่ นายณฐกร ธนโสตถิกุลนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อยุธยาไฮดรอลิค แอนด์ แทรคเตอร์ จำกัด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้จำหน่ายสินค้าและบริการด้านสายไฮดรอลิค สายอุตสาหกรรม ข้อต่อและอุปกรณ์ไฮดรอลิค อะไหล่รถแทรคเตอร์ ซีลและโอริ่ง และวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมทุกชนิด รวมถึงเป็นผู้จัดจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่น ปตท. อย่างเป็นทางการ

คุณณฐกรเล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า "จุดเริ่มต้นของเราไม่ได้เริ่มจากการคิดว่าจะต้องสร้างบริษัทขนาดใหญ่ แต่เริ่มจากขณะนั้นทำงานเป็นผู้จัดการโรงงาน มองเห็นช่องว่างในตลาด นั่นคืออุตสาหกรรมโรงงานในอยุธยาต้องการสายไฮดรอลิค แต่ร้านที่รับทำกลับหายาก เราเห็นว่าลูกค้าต้องการทั้งสินค้าที่มีคุณภาพและคนที่สามารถให้คำแนะนำและแก้ปัญหาได้จริง สิ่งที่เรายึดมาตลอดคือ ขายของที่มีคุณภาพ ให้ข้อมูลลูกค้าตรงไปตรงมา และรับผิดชอบหลังการขาย จนกลายมาเป็นแนวคิดของบริษัทว่า 'บริการฉับไว มั่นใจคุณภาพ' จากจุดเล็ก ๆ เราจึงค่อย ๆ สร้างความเชื่อมั่น และพัฒนามาจนถึงวันนี้"

ด้วยความสนใจแบบไม่ได้ตั้งใจให้ใหญ่โต ผู้ก่อตั้ง คุณณฐกร ลงทุนซื้อเครื่องจักรพร้อมองค์ความรู้ในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยยังคงทำงานประจำควบคู่ไปด้วย จนเมื่อผลตอบรับเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นแหล่งรายได้ที่ทำให้ครอบครัวสบายขึ้น จึงตัดสินใจปรึกษากับ คุณนันทา (ภรรยา) ให้ออกจากงานประจำมาดูแลร้านแบบเต็มตัว

จุดที่น่าสนใจคือ ในวันนั้นภรรยาของคุณณฐกรไม่มีพื้นฐานงานช่างมาก่อนเลย การเรียนรู้งานที่ผู้หญิงไม่คุ้นเคยไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความตั้งใจ เธอเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว และการดูแลร้านแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ กลับกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า จนลูกค้าเชื่อถือและไว้ใจ และยังเป็นช่องทางที่ทำให้ครอบครัวได้เรียนรู้ความต้องการของลูกค้า จนต่อยอดไปสู่สินค้าประเภทอื่น ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

หลักการที่ครอบครัวนี้ยึดถือมาตลอดคือ ขายของมีคุณภาพ ให้ข้อมูลลูกค้าตรงไปตรงมา และรับผิดชอบหลังการขาย จนสายไฮดรอลิคของอยุธยาไฮดรอลิคกลายเป็นเจ้าแรกในอยุธยาที่มีสติกเกอร์รับประกันสินค้า และกลายเป็นที่มาของแนวคิดบริษัทที่ยังใช้มาจนถึงทุกวันนี้ว่า "บริการฉับไว มั่นใจคุณภาพ"

ต้นไม้ออกดอกออกผล ย่อมร่วงหล่นลงพื้น

เมื่อธุรกิจเติบโตมั่นคง คำถามต่อไปที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ "แล้วใครจะดูแลต่อ" แต่สำหรับคุณณฐกร โจทย์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ "ใครจะเป็นผู้บริหารคนต่อไป" เท่านั้น
"ต้นไม้ออกดอก ออกผล ย่อมร่วงหล่นลงพื้น แล้วไฉนใครจะอยู่ได้ไปตลอด" คุณณฐกร กล่าวถึงเหตุผลที่เริ่มวางแผนส่งต่อธุรกิจตั้งแต่วันที่ตัวเองยังทำงานไหว แทนที่จะรอจนถึงวันที่ทำต่อไม่ไหวแล้วค่อยยกให้รุ่นลูก
เพราะในมุมมองของคุณณฐกรช่วงเวลาที่คนสองรุ่นทำงานร่วมกัน คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการถ่ายทอดทั้งประสบการณ์ ความสัมพันธ์กับลูกค้า และวิธีคิดในการทำธุรกิจ ขณะที่คนรุ่นใหม่มีความสามารถในการปรับตัวที่ดีกว่า รุ่นพ่อแม่ก็มีประสบการณ์ที่ลึกกว่า จึงเป็นความสอดคล้องที่ลงตัว ดังที่คุณณฐกรเปรียบเปรยไว้ว่า

"อีกคนลงมือทำ อีกคนเป็นกุนซือ"

การส่งต่อครั้งนี้จึงไม่ใช่การวางมือทันที แต่เป็นการเปลี่ยนบทบาท จากผู้ที่ต้องดูแลแทบทุกเรื่อง มาเป็นผู้กำหนดทิศทางและให้คำปรึกษาในระดับนโยบาย ขณะที่คนรุ่นใหม่ได้รับพื้นที่บริหารมากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อสองรุ่นมองต่างมุม แต่เดินไปทางเดียวกัน

แน่นอนว่าการทำงานร่วมกันของสองรุ่นย่อมมีความเห็นต่าง คุณณฐกร ยอมรับตรง ๆ ว่า "มีแน่นอน และผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติ" แต่กลับมองว่าความแตกต่างนี้เป็นข้อดี เพราะประสบการณ์ช่วยลดความเสี่ยง ขณะที่ความคิดใหม่ช่วยให้บริษัทไม่หยุดอยู่กับที่
สิ่งที่คุณณฐกรอยากเห็นจากทายาททั้งสองคน คือ ไม่ใช่การเถียงกันว่าใครถูกกว่าใคร แต่คือการนำเสนอไอเดียด้วยข้อมูลและเหตุผลที่จับต้องได้ ราวกับ "เอาวิทยานิพนธ์ไปให้อาจารย์พิจารณา" ยิ่งในยุคที่มีระบบ AI ช่วยประมวลข้อมูลและนำเสนอให้เข้าใจง่ายและน่าเชื่อถือ ก็ยิ่งทำให้การสื่อสารระหว่างสองรุ่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในมุมของดร.สิทธปวีย์ การเข้ามารับช่วงต่อไม่ใช่แค่การรับบริษัทหนึ่งบริษัท แต่คือการรับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ ทั้งลูกค้า พนักงาน คู่ค้า และชื่อเสียงของบริษัท สิ่งแรกที่ต้องทำจึงไม่ใช่การเข้ามาเปลี่ยนทุกอย่าง แต่คือการทำความเข้าใจก่อนว่าอะไรคือจุดแข็งที่ทำให้บริษัทยืนหยัดมาได้ถึงวันนี้

"สิ่งสำคัญคือเราไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าใครถูกกว่าใคร แต่ต้องตอบให้ได้ว่า อะไรจะทำให้บริษัทสามารถยืนอยู่ได้ในระยะยาว" ดร.สิทธปวีย์ กล่าว

สิ่งที่ไม่เปลี่ยน และสิ่งที่กำลังจะเติบโต

เมื่อถามถึงสิ่งที่ต้องการรักษาไว้มากที่สุดจากคุณณฐกร ดร.สิทธปวีย์ ตอบอย่างไม่ลังเลว่า คือความจริงใจและความรับผิดชอบต่อลูกค้า และต้องไม่ขายสินค้าปลอม ต้องเข้าใจและใส่ใจลูกค้า

"บางอย่างอาจเปลี่ยนได้ เช่น ระบบการทำงาน เทคโนโลยี รูปแบบร้าน หรือวิธีการตลาด แต่สิ่งที่ไม่ควรเปลี่ยนคือมาตรฐานของสินค้า ความน่าเชื่อถือ และการดูแลลูกค้า เพราะสิ่งเหล่านี้คือทุนที่คนรุ่นก่อนใช้เวลาหลายสิบปีสร้างขึ้นมา"

ส่วนสิ่งที่ ดร.สิทธปวีย์ ตั้งใจจะนำเข้ามาเสริม คือการโปรโมทให้บริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้น ขยายช่องทางออนไลน์ให้กว้างขึ้นกว่าเดิม และเปิดรับโอกาสต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ในอนาคต โดยยังคงรักษาแนวทางเดิมของบริษัทไว้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ การใช้กลยุทธ์ O2O เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคให้กว้างขึ้น ซึ่งสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วประเทศ โดยเฉพาะน้ำมันหล่อลื่น เช่น น้ำมันเครื่องรถยนต์และจักรยานยนต์ รวมถึงกลุ่มน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้สำหรับงานอุตสาหกรรม เป็นต้น
ด้านคุณณฐกร เองก็ยืนยันชัดเจนว่าไม่ต้องการให้รุ่นลูกทำทุกอย่างเหมือนตัวเอง "ถ้าทำเหมือนกันทุกอย่าง บริษัทก็คงไปได้เท่าที่รุ่นผมไปถึง ผมอยากให้เขานำสิ่งที่เราสร้างไว้ไปพัฒนาต่อ มีทีมที่แข็งแรงขึ้น และเติบโตได้มากกว่ารุ่นของเรา แต่ไม่ว่าจะเติบโตไปแค่ไหน อยากให้รักษาความซื่อสัตย์ คุณภาพ และความรับผิดชอบต่อลูกค้าไว้"

ก้าวต่อไปของอยุธยาไฮดรอลิค

สำหรับเป้าหมายในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ดร.สิทธปวีย์ มองว่าเทรนด์และระบบต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงเร็วมาก จนต้องประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา แต่เป้าหมายหลักยังชัดเจน คือการทำให้อยุธยาไฮดรอลิคเป็นองค์กรที่คนรู้จักมากขึ้น ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ และอาจขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ในอนาคต ตราบใดที่ลูกค้ายังเข้าถึงสินค้าและบริการของบริษัทได้ นั่นคือความสำเร็จที่แท้จริง

และสำหรับคุณณฐกร การส่งต่อที่สำเร็จไม่ใช่แค่วันที่เปลี่ยนชื่อกรรมการ แต่คือวันที่บริษัทเดินต่อได้อย่างแข็งแรง ลูกค้ายังเชื่อมั่น พนักงานมีอนาคต คู่ค้ายังอยากทำธุรกิจด้วย และคนรุ่นใหม่สามารถสร้างการเติบโตต่อจากรากฐานที่รุ่นก่อนวางไว้ได้

ติดต่อ Line OA: https://lin.ee/TL6LAnv
Facebook: https://www.facebook.com/AYT888