กนอ.จับมือสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO นำแนวคิด “Nature Positive สู่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างสมดุล เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตควบคู่ไปกับการดูแลรักษาธรรมชาติและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) ภายใต้แนวคิด “Nature Positive สู่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างสมดุล” ว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงอุตสาหกรรม ในการนำมิติด้านทรัพยากรธรรมชาติมาผสานเข้ากับการพัฒนาและบริหารจัดการภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบันการพัฒนาเศรษฐกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ควรถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องเลือกอีกต่อไป เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ การพัฒนาที่ดีจึงต้องสร้างความมั่นคงให้กับฐานทรัพยากรของประเทศไปพร้อมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ แนวคิด Nature Positive มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่เพียงการลดผลกระทบ แต่เป็นการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
คาดว่าความร่วมมือนี้จะนำไปสู่ “ต้นแบบของนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล” เปลี่ยนความท้าทายด้านความหลากหลายทางชีวภาพให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนในระยะยาว
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า กนอ. มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมให้เป็นฐานการผลิตและการลงทุนของประเทศ ควบคู่กับการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม บริบทโลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประเด็นสิ่งแวดล้อมไม่ได้จำกัดเพียงการควบคุมหรือลดผลกระทบอีกต่อไป แต่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจกับธรรมชาติ ดังนั้น การพัฒนาอุตสาหกรรมและการดูแลธรรมชาติสามารถเดินไปด้วยกันได้ หากมีการออกแบบและบริหารจัดการโดยคำนึงถึงบริบทพื้นที่ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพตั้งแต่ต้น ซึ่งจะช่วยยกระดับนิคมอุตสาหกรรมให้สร้างคุณค่าทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
ความร่วมมือระหว่าง กนอ.และ BEDO เนื่องจาก กนอ. มีองค์ความรู้ กลไก และประสบการณ์บริหารจัดการพื้นที่ พร้อมทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและภาคส่วนต่าง ๆ ขณะที่ BEDO มีความเชี่ยวชาญโดยตรงด้านความหลากหลายทางชีวภาพและเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ การผสานจุดแข็งนี้จะช่วยผลักดันแนวคิด Biodiversity และ Nature Positive ให้สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง โดยจะเน้นการต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ เรียนรู้จากข้อมูลและการปฏิบัติจริงอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ช่วยยกระดับนิคมอุตสาหกรรมไทย ให้เป็นมากกว่าพื้นที่รองรับการลงทุน แต่เป็นพื้นที่ที่ภาคอุตสาหกรรมสามารถเติบโตควบคู่กับการดูแลและสร้างคุณค่าให้แก่ธรรมชาติได้อย่างสมดุลและยั่งยืน
นายธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (BEDO) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตควบคู่ไปกับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยมุ่งนำแนวคิด Nature Positive (ธรรมชาติเชิงบวก) มาประยุกต์ใช้กับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้ความสำคัญกับการดูแล ฟื้นฟู และสร้างความสมดุล โดยให้เรื่องธรรมชาติเป็นมากกว่าการอนุรักษ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศในทุกมิติ
การประยุกต์ใช้แนวคิด Nature Positive จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือดูแลสิ่งแวดล้อม แต่หมายถึงการมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมทางเศรษฐกิจกับระบบนิเวศ เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการพัฒนาให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและยั่งยืน
โดยกรอบความร่วมมือภายใต้ MOU ระยะเวลา 3 ปี ประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้วยการสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการและองค์ประกอบด้านความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศเพื่อใช้ในการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม การพัฒนาเครื่องมือและพื้นที่นำร่องด้วยการร่วมกันสร้างแนวทางและรูปแบบการดำเนินงานด้าน Nature Positive ที่เหมาะสมกับบริบทของภาคอุตสาหกรรม พร้อมนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่นำร่องเพื่อขยายผลในวงกว้าง และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ด้วยการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน