ราคาบิทคอยน์ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 77,500 ดอลลาร์ หลังหลุดลงไปแตะ 76,400 ดอลลาร์ในช่วงตลาดสหรัฐฯ แต่ข้อมูลกระแสเงินกลับสวนทาง กองทุน Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลออกสุทธิ 236 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อุปทานสเตเบิลคอยน์ไม่ขยับ สะท้อนว่าแรงซื้อรอบนี้ไม่ใช่เม็ดเงินใหม่ ด้านปัจจัยภายนอกก็กดดันหนัก ทั้งความตึงเครียดใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมัน และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ทะลุ 4.8% ตัวแปรชี้ชะตาต่อไปคือตัวเลขจ้างงานและเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะประกาศ 11 กันยายนนี้
ราคาบิทคอยน์ช่วงเช้าตลาดเอเชียประคองตัวเหนือ 77,600 ดอลลาร์ หลังก่อนหน้านี้ถูกเทขายจนหลุดลงไปแตะจุดต่ำสุดรอบ 24 ชั่วโมงที่ 76,400 ดอลลาร์ในช่วงตลาดสหรัฐฯ จุดที่ราคาดีดกลับตรงกับระดับต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนทั้งตลาด (Average Cost Basis) ที่นักวิเคราะห์จากบิทฟินิกซ์ประเมินไว้ที่ 76,350 ดอลลาร์ ราคาลงไปเฉียดระดับนี้เพียง 50 ดอลลาร์ก่อนมีแรงซื้อเข้ามาประคอง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลกระแสเงินชี้ว่าแรงซื้อรอบนี้ไม่ได้มาจากเงินใหม่ เงินไหลเข้ากระดานเทรดเพิ่มขึ้น แต่กองทุน Spot Bitcoin ETF กลับมีเงินไหลออกสุทธิ 236 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อุปทานสเตเบิลคอยน์ไม่ขยับเลย สิ่งที่เกิดขึ้นคือการรับซื้อเหรียญจากนักลงทุนที่เข้าซื้อช่วงกุมภาพันธ์-มีนาคม 2569 แล้วเทขายทิ้งที่ราคาเท่าทุน ไม่ใช่สัญญาณของการสะสมเพื่อขาขึ้นรอบใหม่
ปัจจัยภายนอกในตอนนี้มีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยเทคนิคในตลาดคริปโตเอง สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้นอีกครั้งหลังสหรัฐฯ โจมตีพื้นที่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นทันที และดึงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นทะลุ 4.8% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2566 สะท้อนว่าตลาดกำลังประเมินความเสี่ยงเงินเฟ้อใหม่ และเฟดมีทางเลือกในการดำเนินนโยบายที่แคบลง
ที่น่าสังเกตคือ เครื่องมือซีเอ็มอี เฟดวอทช์ ประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 16 กันยายนนี้ ลดลงเหลือร้อยละ 62 จากร้อยละ 67 เมื่อวันก่อนหน้า ส่วนหนึ่งมาจากสุนทรพจน์ของประธานเควิน วอร์ช ที่งานแจ็กสันโฮล ซึ่งทำให้นักลงทุนกล้าเก็งกำไรสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
ในฝั่งอัลท์คอยน์ ตลาด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาปรับขึ้นเกือบทั้งกระดาน เอ็กซ์อาร์พีขึ้นแรงสุดแตะ 1.36 ดอลลาร์ บวกเกือบร้อยละ 3 บีเอ็นบีขยับขึ้นมาต่ำกว่า 692 ดอลลาร์ โซลานายืนเหนือ 100 ดอลลาร์ ทรอนอยู่ที่ 33 เซนต์ มีเพียงอีเธอร์ที่ยังเคลื่อนไหวช้ากว่าตลาดรวม ซื้อขายต่ำกว่า 2,400 ดอลลาร์ แต่เมื่อดูภาพรายสัปดาห์ มีเพียงซีแคช (817 ดอลลาร์) และไฮเปอร์ลิควิด (82 ดอลลาร์) เท่านั้นที่ยังรักษากำไร 7 วันไว้ได้ ภาพนี้ชี้ว่าตลาดกำลังคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานเฉพาะตัว มากกว่าปรับขึ้นพร้อมกันทั้งตลาด
ด้านสถิติฤดูกาล นักวิเคราะห์บิทฟินิกซ์ระบุว่าเดือนกันยายนเป็นเดือนที่บิทคอยน์ให้ผลตอบแทนติดลบเฉลี่ยมากที่สุดของปี โดยค่าเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ปี 2556 อยู่ที่ร้อยละ -2.95 ตัวเลขที่ต้องติดตามใกล้ชิดคือรายงานจ้างงานนอกภาคเกษตรและดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่จะประกาศวันที่ 11 กันยายน เวลา 20.30 น. ตามเวลาไทย หากตัวเลขจ้างงานต่ำกว่าคาด อาจเปิดทางให้เฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ยและหนุนให้บิทคอยน์ขึ้นไปทดสอบ 80,000 ดอลลาร์ ในทางกลับกัน ตลาดออปชันมีการป้องกันความเสี่ยงหนาแน่นในช่วง 68,000-75,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่หากหลุดลงไปจะเข้าสู่การปรับฐานที่รุนแรงกว่าปกติ
สำหรับนักลงทุน คำแนะนำในสัปดาห์นี้คือถือเงินสดบางส่วนไว้รองรับความผันผวนจากตัวเลขเศรษฐกิจ ตั้งจุดตัดขาดทุนที่แนวรับ 75,000 ดอลลาร์ และติดตามผลประกาศตัวเลขจ้างงานและเงินเฟ้อวันที่ 11 กันยายนอย่างใกล้ชิด เพราะราคาที่ยืนได้ในตอนนี้ยังไม่มีแรงหนุนจากเงินสถาบันรองรับอย่างแท้จริง