Kia ทำยอดขายในสหรัฐอเมริกาเดือนสิงหาคมได้ 83,793 คัน เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน และเป็นยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท โดยมีรถหลายรุ่นทำยอดขายเติบโต ขณะที่กลุ่มรถไฮบริดและรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังคงมีส่วนสำคัญต่อยอดขายของแบรนด์
ในช่วงเวลาเดียวกัน Kia เริ่มทำตลาด EV3 รถ SUV ไฟฟ้าขนาดเล็กและราคาประหยัดที่สุดของบริษัทในสหรัฐฯ ราคาเริ่มต้น 29,890 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9.7 แสนบาท พร้อมรุ่นที่วิ่งได้ไกลสูงสุด 516 กม. ตามมาตรฐาน EPA
Kia ทำยอดขายเดือนสิงหาคมสูงสุดเป็นประวัติการณ์
เดือนสิงหาคม Kia มีรถ 6 รุ่นที่ทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับเดือนนี้ ได้แก่ Seltos เพิ่มขึ้น 53%, Carnival 13%, K4 7%, Telluride 4%, Sportage 4% และ K5 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
กลุ่มรถไฮบริดและรถยนต์กลุ่ม Electrified ก็ทำสถิติใหม่ โดยยอดขายเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 99% และ 36% ตามลำดับ ส่วนรถไฮบริดที่ช่วยผลักดันการเติบโต ได้แก่ Sportage Hybrid เพิ่มขึ้น 40%, Sorento Hybrid 22% และ Carnival Hybrid 15%
เมื่อรวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2026 Kia ขายรถในสหรัฐฯ ไปแล้ว 590,377 คัน เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน และเป็นยอดขายสูงสุดของบริษัทสำหรับช่วง 8 เดือนแรกของปี โดยยอดขายรถไฮบริดและกลุ่ม Electrified เพิ่มขึ้น 111% และ 60% ตามลำดับ
แต่ EV6 และ EV9 มียอดขายลดลง
หากมองเฉพาะรถไฟฟ้าล้วน รุ่นหลักอย่าง EV6 และ EV9 กลับมียอดขายลดลงในเดือนสิงหาคม โดย EV6 ขายได้ 712 คัน ลดลง 60% ส่วน EV9 ขายได้ 1,789 คัน ลดลง 33% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน
สำหรับยอดสะสม 8 เดือนแรก EV9 ยังเติบโต 12% อยู่ที่ 10,474 คัน ขณะที่ EV6 ลดลง 39% เหลือ 5,429 คัน ส่วน EV3 ซึ่งเพิ่งเริ่มเข้าสู่ตลาด มียอดขาย 6 คันในเดือนสิงหาคม
EV3 เข้ามาเป็นรถไฟฟ้าราคาประหยัดของ Kia
Kia EV3 เป็น SUV ไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กและราคาประหยัดที่สุดของ Kia ในสหรัฐฯ โดยรุ่นเริ่มต้น Light FWD ราคา 29,890 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9.7 แสนบาท ทำให้เป็นหนึ่งในรถไฟฟ้าราคาประหยัดของตลาดสหรัฐฯ เช่นเดียวกับ Chevrolet Bolt EV และ Nissan LEAF
Eric Watson รองประธานฝ่ายขายและปฏิบัติการของ Kia America ระบุว่า การเพิ่ม EV3 เข้ามาจะช่วยให้บริษัทอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการรักษายอดขายระดับสูงไปจนถึงสิ้นปี และเดินหน้าสู่การทำ สถิติยอดขายประจำปีสูงสุดในสหรัฐฯ เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
มีทั้งแบตเตอรี่ 58.3 และ 81.4 kWh
EV3 มีให้เลือก 5 รุ่นหลัก ได้แก่ Light, Wind, Land, GT-Line และ GT พร้อมตัวเลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้า FWD และขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD โดยรุ่นเริ่มต้น Light FWD ใช้แบตเตอรี่ขนาด 58.3 kWh
แบตเตอรี่รุ่นนี้วิ่งได้สูงสุด 221 ไมล์ หรือประมาณ 356 กม. ตามมาตรฐาน EPA ส่วนรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 81.4 kWh สามารถวิ่งได้สูงสุด 321 ไมล์ หรือประมาณ 516 กม. ต่อการชาร์จ ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า
รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อมีระยะทางสูงสุด 280 ไมล์ หรือประมาณ 451 กม. ส่วนราคาของ EV3 อยู่ระหว่าง 29,890–45,890 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9.7 แสน–1.49 ล้านบาท โดยราคายังไม่รวมค่าจัดส่ง 1,495 ดอลลาร์
ราคาเงินบาทเป็นการแปลงจากราคาสหรัฐฯ โดยประมาณ ยังไม่ใช่ราคาจำหน่ายในประเทศไทย
รองรับ Tesla Supercharger โดยไม่ต้องใช้หัวแปลง
EV3 ทุกรุ่นที่จำหน่ายในสหรัฐฯ ติดตั้งพอร์ต NACS มาจากโรงงาน ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับ Tesla Supercharger ที่รองรับได้โดยไม่ต้องใช้อะแดปเตอร์แยก
เมื่อใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 350 kW แบตเตอรี่ขนาด 58.3 kWh สามารถชาร์จจาก 10–80% ในประมาณ 29 นาที ส่วนแบตเตอรี่ขนาด 81.4 kWh ใช้เวลาประมาณ 31 นาที
EV3 ได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศมาแล้ว
ก่อนเข้าสู่สหรัฐฯ EV3 ได้ทำตลาดในต่างประเทศมาแล้ว แหล่งที่มาระบุว่า EV3 เป็นหนึ่งในรถไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมในสหราชอาณาจักร ยุโรป และตลาดต่างประเทศอื่น ๆ
ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อยและระยะทางวิ่งที่มากกว่า Chevrolet Bolt EV และ Nissan LEAF คำถามต่อไปคือ EV3 จะได้รับการตอบรับในตลาดสหรัฐฯ มากน้อยเพียงใด ซึ่งต้องรอดูจากตัวเลขยอดขายหลังเริ่มทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบ
ที่มา Electrek