โตโยต้าฉีกกฎครั้งสำคัญ เตรียมผลิตอีวีรุ่นใหม่ในจีนก่อนญี่ปุ่น ประเดิมรุ่นแรกด้วยเลกซัส เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล้ำสมัย และตอกย้ำความสำคัญของจีนในสนามอีวีระดับโลก
โตโยต้ากำลังวางแผนผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในจีน แทนที่จะเป็นญี่ปุ่นเหมือนที่เคยทำมาตลอด นิกเกอิรายงานเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า อีวีที่ว่าคือเอสยูวีหรู เลกซัส ซึ่งจะขึ้นสายผลิตในโรงงานใหม่ที่เซี่ยงไฮ้ช่วงครึ่งหลังของปีหน้า ด้วยกำลังผลิตเริ่มต้นเดือนละราว 1,000 คัน และเพิ่มเป็นหลักหมื่นคันนับจากปี 2028
เป้าหมายเริ่มต้นที่ปีละประมาณ 12,000 คัน จะเท่ากับ 12% ของกำลังผลิตทั้งหมดของโรงงานที่เซี่ยงไฮ้ และสะท้อนว่า โตโยต้าเลือกที่จะเพิ่มกำลังผลิตอย่างระมัดระวัง
โตโยต้าเริ่มสร้างโรงงานดังกล่าวเมื่อกลางปีที่แล้ว กำหนดแล้วเสร็จในเดือนที่ผ่านมาและจะเริ่มเดินเครื่องผลิตตั้งแต่ปีหน้า โดยระบุว่า โรงงานแห่งใหม่จะช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วในแบบ “Lexus speed” เพื่อให้สามารถแข่งขันและไล่ทันค่ายรถเจ้าถิ่นอย่างบีวายดี
เลกซัสรุ่นใหม่ที่จะผลิตที่เซี่ยงไฮ้จะใช้ชิ้นส่วนตัวถังล้ำยุคและเทคโนโลยีการหล่อขึ้นรูปแบบ Gigacast ซึ่งเป็นการหล่อชิ้นส่วนอะลูมิเนียมของตัวถังหลายชิ้นรวมเป็นชิ้นเดียว เพื่อลดจำนวนชิ้นส่วนและขั้นตอนการประกอบ
เทคโนโลยีนี้ยังอาจช่วยลดน้ำหนักโครงสร้างตัวถังบางส่วนได้ถึง 20% และเพิ่มระยะทางขับขี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งได้หลายเปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังเพิ่มความแข็งแรงของตัวถังและเพิ่มความเร็วในการผลิต
ข่าวนี้ออกมาหลังจากที่เมื่อต้นปีโตโยต้าประกาศพับแผนพัฒนาเลกซัสไฟฟ้าเรือธงรุ่นใหม่ในญี่ปุ่นที่จะใช้วิธีการผลิตคล้ายกันนี้
รายงานของนิกเกอิระบุว่า หลังจากนั้นโตโยต้าเดินหน้าโฟกัสที่เอสยูวี เนื่องจากเป็นเซ็กเมนต์ที่มีดีมานด์แข็งแกร่งในจีน สะท้อนว่า แนวโน้มและดีมานด์ของผู้บริโภคในแดนมังกรมีอิทธิพลมากขึ้นต่อการวางแผนผลิตภัณฑ์ของค่ายรถเบอร์หนึ่งของญี่ปุ่นแห่งนี้
เดือนก.พ. โตโยต้าประกาศแผนตั้งบริษัทในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะถือหุ้นเองเต็ม 100% เพื่อพัฒนาและผลิตเลกซัสรุ่นไฟฟ้าล้วนและแบตเตอรี่ ความเคลื่อนไหวนี้จะส่งผลให้เลกซัสเป็นแบรนด์ต่างชาติแบรนด์ที่สองหลังจากเทสลาที่มีโรงงานของตัวเองในจีน
ปัจจุบัน ค่ายรถหลากหลายสัญชาติต่างเข้าไปพัฒนาและผลิตรถในจีน หรือมีแผนเข้าไปเร็วๆ นี้ จากข้อมูลของโกลบัลดาต้า จีนเป็นตลาดอีวีใหญ่ที่สุดของโลก ครองยอดขายราว 60% ของทั่วโลกในปีที่ผ่านมา มากกว่าญี่ปุ่นประมาณ 100 เท่า
แม้ในตลาดต่างประเทศ โตโยต้ายังคงยึดมั่นกลยุทธ์ “multi-pathway” ที่โฟกัสรถไฮบริดและรถเครื่องยนต์สันดาปที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดท้องถิ่นเป็นหลัก แต่สำหรับในจีน เกมต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ค่ายรถดั้งเดิมถูกบีบให้ปรับตัว หากไม่ต้องการถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่เว้นแม้แต่โตโยต้า เจ้าของตำแหน่งผู้ผลิตรถอันดับ 1 ของโลกในแง่ยอดขาย
ทั้งนี้ จีนเป็นตลาดรถใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของโตโยต้า รองจากอเมริกาและญี่ปุ่น
ตลอดหลายปีมานี้ โตโยต้าต้องเผชิญความกดดันต่อเนื่องจากแบรนด์เจ้าถิ่นในจีน เช่นเดียวกับบริษัทรถต่างแดนทุกแห่ง เดือนก.ค.ที่ผ่านมา ยอดขายของบริษัทดิ่งลงถึง 24.3% อยู่ที่ 114,747 คัน ขณะที่ยอดขายทั่วโลกลดลง 5.3% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีที่แล้ว อยู่ที่ 912,683 คัน
อิเล็กเทรคระบุว่า โตโยต้าผลิตรถในจีนอยู่แล้วหลายรุ่น เช่น เอสยูวี bZ3X แต่เป็นการผลิตผ่านโครงการที่ร่วมทุนกับบริษัทจีนอย่าง GAC และ FAW
การพัฒนาและผลิตเอสยูวีไฟฟ้าเลกซัสรุ่นใหม่ในจีนเป็นแห่งแรกแทนที่จะเป็นญี่ปุ่น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโตโยต้า
ที่ผ่านมา โตโยต้าใช้เวลาพัฒนารถรุ่นใหม่ประมาณ 4-5 ปี ขณะที่บริษัทรถในจีนใช้เวลาแค่ 2 ปี
ค่ายรถดั้งเดิมอย่างโตโยต้ากำลังดาหน้าเข้าสู่จีนมากขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูง วิธีการผลิตแบตเตอรี่ และส่วนประกอบอื่นๆ ของรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อไล่ตามกระแสเปลี่ยนผ่านสู่อีวีที่ทำให้หลายบริษัทตั้งตัวไม่ติดในจีน และอาการนี้กำลังลามสู่ตลาดอื่นๆ ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม ขณะที่โตโยต้าเดินเกมรุกตลาดจีนมากขึ้น เจ้าถิ่นอย่างบีวายดีกลับเล็งเป้าหมายไกลออกไป โดยซีอีโอ หวัง ชวนฟู ประกาศอย่างมั่นใจว่า ภายใน 5 ปีนับจากนี้ บีวายดีจะชิงตำแหน่งแชมป์ยอดขายโลกจากโตโยต้า