xs
xsm
sm
md
lg

“กลุ่มพูลผล” ฉลอง 84 ปีจากธุรกิจเกษตรสู่ธุรกิจหลากหลาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“กลุ่มพูลผล” เดินหน้าสู่บทใหม่ของการเติบโตครบ 7 รอบรากฐานอันมั่นคง สู่ศตวรรษใหม่ที่ยั่งยืน พร้อมมุ่งยกระดับขีดความสามารถขององค์กร สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในระดับเอเชียและเวทีโลก ภายใต้แนวคิด “เติบโตจากรากฐาน สู่อนาคต”

รายงานข่าวเปิดเผยว่า กลุ่มพูลผลได้จัดพิธีทำบุญครบ 7 รอบ 84 ปี บริษัท พูลผล จำกัด โดยมี นายสุชาติ หวั่งหลี ประธานกรรมการ กลุ่มพูลผล เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุจินต์ หวั่งหลี, นายดนัยธนิต พิศาลบุตร คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานกลุ่มพูลผล ร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมสานต่อความร่วมมือในการขับเคลื่อนองค์กร เพื่อก้าวสู่การเติบโตในบทต่อไป
 
นายดนัยธนิต พิศาลบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พูลผล จำกัด
กล่าวว่า ตลอด 84 ปีที่ผ่านมา กลุ่มพูลผลได้พัฒนาจากธุรกิจการค้า สู่กลุ่มธุรกิจที่มีความหลากหลาย ครอบคลุม 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ เกษตร ก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และคลังสินค้าและโลจิสติกส์ โดยมีธุรกิจเกษตรเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญ ที่มีการสร้างแบรนด์ที่อยู่คู่ผู้บริโภคไทยมาอย่างยาวนาน อาทิ น้ำมันพืชกุ๊ก และวุ้นเส้นต้นสน อีกหนึ่งบริษัทสำคัญ คือ “เอสเอ็มเอส กรุ๊ป” ที่ได้ต่อยอดสู่ธุรกิจนวัตกรรมแป้งมันสำปะหลังดัดแปร (Modified Tapioca Starch) และส่งออกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก 


ขณะที่ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มพูลผลเดินหน้าพัฒนาโครงการ Future City Rangsit มิกซ์ยูสขนาดใหญ่ในย่านรังสิต-ปทุมธานี โดยมี Future Park & ZPELL และ โรงแรม โนโวเทล รังสิต เป็นองค์ประกอบสำคัญ สะท้อนแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ที่เชื่อมโยงธุรกิจ การใช้ชีวิต และชุมชนเข้าด้วยกัน

สำหรับก้าวต่อไปในปีที่ 85 กลุ่มพูลผล มุ่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้เป็นพลังขับเคลื่อนอนาคต ผ่านการยกระดับ Innovation, Technology, People และ Sustainability เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยมีเป้าหมายยกระดับองค์กรก้าวสู่ผู้นำในระดับเอเชียและเวทีโลก พร้อมสร้างคุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้บริโภค คู่ค้า เกษตรกร ชุมชน และเศรษฐกิจในวงกว้าง เดินหน้าสู่บทใหม่ ด้วยการสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง พัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์โลก และส่งต่อคุณค่าสู่คนรุ่นต่อไป