ขสมก.พาดู ประกอบรถเมล์ EV 1,520 คัน เตรียมเปิดตัวให้บริการ 50 เส้นทาง ตั้งประหยัดค่าใช้น้ำมันและค่าซ่อมบำรุง ลดภาระต้นทุนองค์กรได้กว่า 4,100 ล้านบาทต่อปี เดินหน้าเฟส 2 จัดหา 800 คันงบ 8 พันล้านบาทรับปี 71
วันที่ 1 กันยายน 2569 นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้พาสื่อมวลชนดูการประกอบรถโดยสารประจำทาง ที่บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด (Absolute Assembly Co., Ltd.) (AAB ) อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัด ฉะเชิงเทรา หรือ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ EA ถือหุ้น 55% กับกลุ่มบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) (NEX) 45% ซึ่งอยู่ในโครงการการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (Electric Vehicle : EV) จำนวน 1,520 คัน ระยะเวลาเช่า 7 ปี วงเงิน 14,905 ล้านบาท โดยขสมก.ได้ลงนามกับบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ไปเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569 และได้ส่งมอบหนังสือให้เริ่มงาน (Noitce to Proceed: NTP) เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2569
โดนมีนายนพดล นิ่มพัชราวุธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด และนายกิตติกรณ์ พินิจวงศ์วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมกระบวนการผลิตและประกอบตัวรถอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ นครชัยแอร์ จ้างให้บริษัท NEX เป็นผู้ผลิต รถทั้งหมด โดยได้เสนอรถ 2 แบรนด์สัญชาติจีน ได้แก่ Foton จำนวน 1,000 คัน และ CRRC จำนวน 520 คัน
หลังจีน ส่งโครงสร้างหลัก 6 ชิ้น ได้แก่ โครงพื้น โครงหลังคา โครงหน้า โครงท้าย โครงข้างด้านขวา โครงข้างด้านซ้าย มาไทยเพื่อประกอบเป็นโครงทั้งคันและตรวจสอบผ่านแล้วตามTOR และประกอบรถต้นแบบ (Demo)จำนวน 2 คัน
@ค่ายรถ “Foton”ถอนตัว เหลือ CRRC ยี่ห้อเดียวผลิตชิ้นส่วน
ขณะที่ ทางนครชัยแอร์ และ NEX ยอมรับว่า ค่าย Foton ได้ถอนตัวออกไปแล้ว ตอนนี้ เหลือ CRRC ยี่ห้อเดียว ส่วนจะ จัดหายี่ห้ออื่น มาแทน หรือไม่ ต้องเจรจากับขสมก.
ล่าสุด CRRC ส่งชิ้นส่วนรถ 40 คันจากจีน ถึงแหลมฉบังวันที่ 30 ส.ค. 2569 และทำการขนตู้คอนเทนเนอร์ถึงโรงงาน AAB เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการประกอบทันทีในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ย. 69)
นายกิตติกานต์ กล่าวว่า สำหรับแผนงานรองรับรถโดยสารคันใหม่นั้น ทางเอกชนจะต้องส่งรถโดยสารลอตแรกจำนวน 500 คัน ภายในวันที่30 มี.ค. 2570 ,ลอตที่ 2 อีก 500 คัน ภายในวันที่30 เม.ย. 2570 และลอตสุดท้ายอีก 520 คันส่งมอบภายในวันที่30 พ.ค. 2570 หากส่งไม่ครบจะมีการปรับตามสัญญา
โดยหลังจากทยอยรับรถแต่ละลอตแล้ว จะใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้พนักงานขับรถฝึกซ้อมให้คุ้นชินกับเส้นทางและระบบความปลอดภัย ก่อนจะเริ่มปล่อยรถวิ่งจริงต่อไป ซึ่งระยะเวลาเช่า 7 ปีจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ส่งมอบรถโดยสารลอตแรกในเดือน มี.ค. 2570 นี้
นอกจากนี้ยังมีรถต้นแบบ (Demo) 2 คันที่เอกชนประกอบเสร็จแล้วตามแบบที่ ขสมก. กำหนดไว้ เพื่อใช้ทดสอบระบบความปลอดภัยและความเหมาะสมกับสภาพถนนไทยต่อไป ทั้งนี้ ทางโรงงานให้ข้อมูลว่า มีศักยภาพผลิตได้วันละ 15 คัน เกินมาตรฐานที่ขสมก. กำหนดเป้าหมายขั้นต่ำไว้ที่ 12 คันต่อวัน โดยAAB จัดเตรียมพนักงาน 700 คน สำหรับประกอบรถ
ผอ.ขสมก.กล่าวว่า รถโดยสารประจำทางใหม่ทั้งหมดนั้นจะนำมาทดแทนรถโดยสารสีครีมแดง (รถร้อน) ทั้งหมด ครอบคลุมสายทางรถโดยสารประจำทางของขสมก. 50 เส้นทาง ซึ่งรถร้อนปัจจุบันมีจำนวน 1,520 คันพอดี โดยวิ่งให้บริการอยู่ประมาณ 1,400 คัน
@ประหยัดค่าใช้จ่าย ปีละ 4.1 พันล้านบาท
ทั้งนี้ หากมีรถโดยสารประจำทางใหม่เข้ามาประจำการ ผอ.ขสมก.ระบุว่า จะช่วยให้ ขสมก.ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 4,100 ล้านบาทต่อปี แบ่งเป็นค่าเหมาซ่อม 2,000 ล้านบาท, ค่าเชื้อเพลิงจาก 2,000 ล้านบาท เหลือ 800 ล้านบาท และลดต้นทุนบุคลากรในอนาคตต่อไป
ปัจจุบันขสมก.มีผู้โดยสาร วันธรรมดาเฉลี่ย ประมาณ 550,000 - 650,000 คนต่อวัน ส่วนวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ประมาณ 300,000 - 400,000 คนต่อวัน
“พอรถ EV ทยอยเข้ามา เช่น 500 คันแรก จะค่อยถอนรถครีมแดงออกไป 500 อันนี้คือหลักการที่เราจะต้องดำเนินการ ส่วนอัตราค่าโดยสาร รถเมล์ครีมแดงเก็บอยู่ที่ 8 บาทตลอดสาย เมื่อเป็นรถแอร์ก็จำเป็นต้องทำตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โดยค่าโดยสารจะอยู่ที่ 15-20-25 บาท ทั้งนี้ ทางรัฐมนตรีว่าการฯคมนาคม (พิพัฒน์ รัชกิจประการ) และระฐมนตรีช่วยฯ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และรัฐบาลก็กำลังหาทางออกอยู่ว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนไม่รับภาระมากกว่าเดิม” นายกิตติกานต์กล่าว
@เดินหน้าเฟส 2 จัดหา 800 คันงบ 8 พันล้านบาท
นายกิตติกานต์กล่าวว่า สำหรับแผนการจัดหารถโดยสารไฟฟ้า เฟส 2 จำนวน 800 คัน วงเงินรวม 8,000 ล้านบาทนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร (สส.) เนื่องจากขสมก.ได้ทำคำของบประมาณในส่วนนี้ไปด้วย อย่างไรก็ตาม หากได้รับการอนุมัติก็เชื่อว่าจะไม่ล่าช้า โดยคาดว่าจะได้รับรถใหม่เข้ามาประจำการในปี 2571
@ปรับปรุง 3 อู่แรกก่อน อีก 9 แห่งรอตั้งบอร์ดชุดใหม่อนุมัติลงนาม
สำหรับความคืบหน้าของการปรับปรุงอู่ 12 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อรองรับการทำสถานีชาร์จไฟนั้น นายกิตติกานต์กล่าวว่า กำลังเตรียมพื้นที่สำหรับทำสถานีชาร์จจำนวน 12 จุด เป็นอู่รถประจำทางของขสมก. สำหรับการนำร่องเฟสแรก คาดว่าจะก่อสร้างใน 3 พื้นที่ก่อน ประกอบด้วย อู่เชียงราก, อู่เคหะสมุทรปราการ และสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีคลองบางไผ่ เพราะ 3 แห่งนี้มีมูลค่ารวมกันไม่ถึง 200 ล้านบาท ผอ.ขสมก.สามารถใช้อำนาจดำเนินการได้ ส่วนจุดอื่นๆ เนื่องจากมีมูลค่ารวมกัน 400 ล้านบาท จำเป็นต้องรอการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) ขสมก. ตามขั้นตอน