สำนักงาน ก.ล.ต. เดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็นปรับปรุงหลักเกณฑ์ "พาลูกค้าไปลงทุน" สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศ หลังคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศให้คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลเป็นสินค้าอ้างอิงภายใต้ พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป้าหมายชัด ยกระดับตลาดอนุพันธ์ไทยให้แข่งขันได้ในเวทีสากล พร้อมวางเงื่อนไขคุมเข้มเรื่องอัตราทด สินค้าอ้างอิงและต้องซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขายที่อยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานระดับ IOSCO หรือ WFE เท่านั้น ขณะที่ผลิตภัณฑ์เสี่ยงสูงหรือซับซ้อนเกินเกณฑ์ สงวนไว้ให้เฉพาะนักลงทุนสถาบัน เปิดรับฟังความเห็นถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2569
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์การพาลูกค้าไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่อรองรับการให้บริการ "สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินค้าอ้างอิง" (Digital Asset Derivatives) หรือที่เรียกกันว่า DA derivatives โดยตั้งเป้าให้เกณฑ์ใหม่สอดรับกับธรรมชาติของผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ปล่อยให้นักลงทุนรายย่อยเผชิญความเสี่ยงจนเกินรับไหว
การขยับครั้งนี้มีที่มาจากมติคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่กำหนดให้สินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล เข้าเป็น "สินค้าและตัวแปรอ้างอิง" เพิ่มเติมภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับตลาดอนุพันธ์ไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับการดึงผู้ประกอบธุรกิจเข้าสู่กรอบการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างหารือร่วมกับบริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX เพื่อกำหนดรายละเอียดข้อกำหนดของสัญญา (contract specifications) สำหรับ DA derivatives ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดทางให้พาลูกค้าไปลงทุน DA derivatives ในตลาดต่างประเทศ
ประเด็นที่น่าจับตาคือ ปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจสามารถพาลูกค้าทั้งประเภทผู้ลงทุนทั่วไป (retail investor) และผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth : HNW) ไปลงทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในต่างประเทศได้ แต่จำกัดเฉพาะกรณีที่ผลิตภัณฑ์มีลักษณะและเงื่อนไขทำนองเดียวกับที่ซื้อขายได้ในประเทศไทย ทว่าโลกของ DA derivatives ในต่างประเทศนั้นกว้างกว่ามาก ทั้งรูปแบบที่หลากหลายและระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ก.ล.ต. จึงเห็นว่าจำเป็นต้องวางเกณฑ์ใหม่ที่ออกแบบมาเฉพาะ ไม่ใช่ใช้ไม้บรรทัดเดิมวัดผลิตภัณฑ์ที่มีหน้าตาต่างออกไป
สาระสำคัญของหลักเกณฑ์ที่เสนอแบ่งเป็น 2 แนวทางหลัก ดังนี้
แนวทางที่ 1 : เปิดให้บริการแก่ผู้ลงทุนทุกระดับ แต่มีเงื่อนไขกำกับชัดเจน
สำหรับ DA derivatives ต่างประเทศที่จะเปิดให้บริการแก่ผู้ลงทุนทั่วไป ผู้ลงทุนรายใหญ่ และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth : UHNW) ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะต้องมีลักษณะและเงื่อนไขสำคัญที่สอดคล้องกับ DA derivatives ที่ซื้อขายกันอยู่ในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้อ้างอิง อายุสัญญา อัตราทด (leverage) และวิธีการส่งมอบหรือชำระราคา
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังกำหนดเงื่อนไขด้านโครงสร้างพื้นฐานของตลาดกล่าวคือ ต้องซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีการชำระหนี้ผ่านสำนักหักบัญชีกลาง (Central Counterparty : CCP) และศูนย์ซื้อขายดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เป็นสมาชิก International Organization of Securities Commissions (IOSCO) ในฐานะพหุภาคีประเภท Signatory A หรือเป็นสมาชิกของ World Federation of Exchanges (WFE) ซึ่งเป็นการตั้งมาตรฐานขั้นต่ำที่ค่อนข้างสูง สะท้อนว่า ก.ล.ต. ไม่ต้องการเปิดประตูให้ลูกค้ารายย่อยเข้าไปเสี่ยงในตลาดที่ขาดกลไกคุ้มครองระดับสากล
แนวทางที่ 2 : ผลิตภัณฑ์ซับซ้อนหรือเสี่ยงสูง สงวนไว้ให้นักลงทุนสถาบัน
กรณี DA derivatives ต่างประเทศที่มีลักษณะนอกเหนือจากเงื่อนไขในแนวทางที่ 1 ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้บริการได้เฉพาะผู้ลงทุนสถาบัน (Institutional Investor : II) เท่านั้น ด้วยเหตุผลว่าผู้ลงทุนกลุ่มนี้มีศักยภาพเพียงพอในการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนสูงได้ดีกว่าผู้ลงทุนรายย่อย
การแบ่งระดับเช่นนี้สะท้อนให้เห็นแนวคิดของ ก.ล.ต. ที่พยายามสร้างสมดุลระหว่างการเปิดกว้างให้ตลาดเติบโต กับการคุ้มครองผู้ลงทุนที่ยังไม่พร้อมรับมือกับความผันผวนของอนุพันธ์สินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดโลก
ผู้สนใจสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่เอกสารรับฟังความคิดเห็นฉบับเต็มบน เว็บไซต์ ก.ล.ต. และระบบกลางทางกฎหมาย โดยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว หรือส่งทางอีเมล sukritta@sec.or.th หรือ ekarit@sec.or.th ภายในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569