xs
xsm
sm
md
lg

ย้อนรอย ‘ไพร์ม เนเจอร์’ จากคฤหาสน์หรูริมเลคของ ‘ตัน ภาสกรนที’ สู่วันที่ศาลสั่งรื้อคืนที่ส่วนกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เปิดปูมหลังผู้สร้าง ‘ไพร์ม เนเจอร์’ โครงการหรูระดับลักชัวรี ก่อนเกิดคดีประวัติศาสตร์จากข้อพิพาทลากยาวถึงชั้นศาลฎีกา จนกลายเป็นคดีบรรทัดฐาน หลังศาลสั่งเพิกถอนการโอนที่ดิน พร้อมสั่งรื้อถอนคฤหาสน์ริมทะเลสาบของ ‘ตัน ภาสกรนที’ คืนสาธารณูปโภคให้นิติบุคคล เปิดเส้นทางธุรกิจตั้งแต่ยุคก่อตั้งโดย ‘สุนัทที เนื่องจำนงค์’ จุดเปลี่ยนจากเหตุลอบยิง มรดกหนี้สิน และบทสรุปคดีบรรทัดฐานคุ้มครองสิทธิลูกบ้าน

คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า เป็นโจทก์ฟ้อง บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด และผู้เกี่ยวข้อง กรณีพิพาทเรื่องที่ดินส่วนกลางของโครงการ ได้นำไปสู่คำสั่งให้เพิกถอนการโอนที่ดิน 2 แปลงที่ “อิง ภาสกรนที” ภรรยาของ “ตัน ภาสกรนที” เป็นผู้รับโอน พร้อมสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและส่งมอบที่ดินคืนแก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ขณะเดียวกัน ศาลยังสั่งให้คืนทรัพย์สินที่เป็นสาธารณูปโภคของโครงการกลับเข้าสู่หมู่บ้านอีกด้วย

คดีประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ชื่อของ “ไพร์ม เนเจอร์” กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง โดยวันนี้ “ผู้จัดการออนไลน์” พาย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของบริษัทผู้พัฒนาโครงการบ้านหรูแห่งนี้ ซึ่งมี “สุนัทที เนื่องจำนงค์” เป็นผู้ก่อตั้งและนำพา บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด ก้าวขึ้นเป็นผู้พัฒนาบ้านหรูจนถึงวันที่ธุรกิจต้องเปลี่ยนผ่าน

“สุนัทที” เริ่มต้นเส้นทางในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากการลงทุนและจัดสรรที่ดิน โดยอาศัยประสบการณ์และเครือข่ายทางธุรกิจของตระกูลเนื่องจำนงค์ แห่งจังหวัดชลบุรี ก่อนจะค่อย ๆ ขยับขยายจากการซื้อขายที่ดิน เข้าสู่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ด้วยการเล็งเห็นโอกาสในตลาดลูกค้าระดับบนที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่แตกต่างจากตลาดทั่วไป

จากจุดนั้น “สุนัทที” ได้สร้างธุรกิจภายใต้แบรนด์ “ไพร์ม เนเจอร์” โดยจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า จำกัด เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2545 และจดทะเบียนจัดตั้ง บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2546 ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาสำคัญของการก้าวขึ้นมาเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มตัว

โครงการที่สร้างชื่อเสียงให้แก่บริษัทคือ “Prime Nature Villa” ย่านบางพลี–กิ่งแก้ว ซึ่งกลายเป็นโครงการบ้านระดับบนที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มนักธุรกิจและบุคคลที่มีชื่อเสียง โดยปรากฏชื่อของ “ตัน ภาสกรนที” และ “ภราดร ศรีชาพันธุ์” อยู่ในกลุ่มผู้ซื้อที่ดินของโครงการด้วย ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ชื่อของไพร์ม เนเจอร์ เป็นที่ยอมรับในตลาดบ้านหรู และกลายเป็นฐานสำคัญให้สุนัททีเดินหน้าขยายธุรกิจต่อไป

หลังจากประสบความสำเร็จจากโครงการแรก สุนัททีเริ่มต่อยอดธุรกิจไปยังทำเลใหม่ ได้แก่ โครงการ Prime Nature Hua Hin รวมถึงการเตรียมพัฒนาโครงการในพื้นที่อ่อนนุช–ประเวศ และกิ่งแก้ว ในช่วงปี 2551–2552 ซึ่งสะสวงให้เห็นถึงความพยายามในการขยายพอร์ตธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้กว้างขึ้น

ทว่า เส้นทางดังกล่าวกกลับต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2552 สุนัทที เนื่องจำนงค์ ได้เสียชีวิตจากเหตุถูกลอบยิง ขณะขับรถออกจากโครงการในย่านประเวศ–กิ่งแก้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ธุรกิจกำลังอยู่ระหว่างการขยายตัว ส่งผลให้การบริหารไพร์ม เนเจอร์ ต้องเปลี่ยนผ่านจากผู้ก่อตั้งไปสู่กลุ่มทายาท

หลังการเสียชีวิตของ "สุนัทที" ทำให้ “พรรณธฤต เนื่องจำนงค์” (พายุ) และ “ฑีรนาฎ เนื่องจำนงค์” ต้องก้าวเขารับช่วงต่อในการบริหารธุรกิจ พร้อมรับภารกิจจัดการทรัพย์สินและสะสางปัญหาต่าง ๆ ที่ตามมา ทั้งนี้ ข้อมูลทางการเงินในงบการเงินปี 2555 ระบุว่า บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด มีสินทรัพย์รวม 141.64 ล้านบาท มีหนี้สินรวม 228.24 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ 86.6 ล้านบาท

นับจากนั้น เรื่องราวของไพร์ม เนเจอร์ ได้ค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทจากผู้พัฒนาโครงการบ้านหรู มาเป็นการจัดการปัญหาด้านทรัพย์สินและโครงสร้างธุรกิจ โดยเฉพาะข้อพิพาทเรื่องที่ดินส่วนกลางของโครงการ Prime Nature Villa ซึ่งกลายเป็นคดีความยืดเยื้อ และเกี่ยวพันกับที่ดินที่ “ตัน ภาสกรนที” และภรรยาเข้ามาถือครอง

ท้ายที่สุด ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายืนให้คืนทรัพย์สินที่เป็นสาธารณูปโภคของหมู่บ้านกลับสู่นิติบุคคล รวมทั้งสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินพิพาทและคืนพื้นที่แก่หมู่บ้าน คดีนี้จึงปิดฉากลงด้วยการยืนยันสิทธิของลูกบ้านเหนือพื้นที่ส่วนกลางที่โครงการเคยจัดสรรให้เป็นส่วนหนึ่งของการอยู่อาศัย

สำหรับสถานะของ บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ กรุ๊ป จำกัด และ บริษัท ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า จำกัด ตามข้อมูลเอกสารทางการล่าสุด (ปี 2555) ระบุสถานะทางทะเบียนเป็น “คืนสู่ทะเบียน”

จากธุรกิจที่เริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์ของ “สุนัทที เนื่องจำนงค์” ผู้สร้างแบรนด์ไพร์ม เนเจอร์ จนโด่งดังในตลาดบ้านหรู สู่การส่งต่อธุรกิจให้ทายาทหลังการสูญเสียอย่างกะทันหัน และมาถึงวันที่ชื่อของบริษัทถูกพูดถึงอีกครั้งจากคดีที่ดินส่วนกลาง เรื่องราวของไพร์ม เนเจอร์ จึงสะท้อนเส้นทางของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มจากการสร้างโครงการจนประสบความสำเร็จ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านไปสู่โจทย์การรักษาและจัดการมรดกทางธุรกิจของผู้ก่อตั้งในยุคต่อมา