ปิดรับสมัครชิงเก้าอี้”ผอ.กทท.” มียื่นจำนวน 3 ราย ลูกหม้อคมนาคม 2 ราย ”นรินทร์ศักย์”รองอธิบดีกรมเจ้าท่า และ”จิระพงศ์”รองปลัดคมนาคม ตัวเต็งยื่นด้วย ส่วนอีกรายเป็นคนนอก”อัษฎากร นาทิเลศ” ด้านกรรมการสรรหาฯ ตรวจคุณสมบัติคาดประกาศเข้าแสดงวิสัยทัศน์ 18 ก.ย. สรุปผลเริ่มงาน ในพ.ย.69
รายงานข่าวแจ้งว่า จากที่ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่มีนายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เป็นประธานได้ ประกาศเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ วันที่ 31 ก.ค.2569 ถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ปรากฎว่า มีผู้สมัครจำนวน 3 รายได้แก่ 1. นายนรินทร์ศักย์ สัทธาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า (ด้านโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำ) 2. นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง) 3. นายอัษฎากร นาทิเลศ ทูตสันถวไมตรี เป็นผู้สมัครอิสระ
ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ กำหนดขั้นตอนพิจารณาผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศรับสมัครและจะพิจารณาคัดเลือกเฉพาะผู้สมัครที่คณะกรรมการสรรหาฯมีมติว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ และเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ผู้อำนวยการ กทท. โดยจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ ณ อาคารสำนักงาน กทท.และประกาศทาง www.port.co.th ระหว่างวันที่ 14 ก.ย. -18 ก.ย. 2569 หากผู้สมัครรายใดไม่เข้ารับการสัมภาษณ์และแสดงวิสัยทัศน์ตามที่กำหนด จะถือว่าสละสิทธิ์
ก่อนหน้านี้ นายกริชเพชร ชัยช่วย ประธานคณะกรรมการสรรหาฯ กล่าวว่า กระบวนการสรรหาฯ มีกรอบเวลาในแต่ละขั้นตอน หลังจากให้ยื่นสมัครแล้ว จะเป็นขั้นตอนพิจารณาคุณสมบัติ ซึ่งจะมีการสอบถามและตรวจสอบข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 7 หน่วยงาน และประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติ แสดงวิสัยทัศน์ ไปจนกระทั่งเจรจาต่อรองผลตอบแทน และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่า จะได้ตัวผู้อำนวยการกทท.คนใหม่ ประมาณเดือนพ.ย.2569 ส่วนกรณีที่มีผู้สมัคร 3 รายนั้น ไม่ถือว่าน้อย หรือมาก สามารถพิจารณาคัดสรรได้
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ได้รับคาดหมาย ว่าจะเป็นผู้อำนวยการ กทท.คนต่อไป โดยถือเป็นผู้มีความรู้ความสามารถและมีความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมและด้านการบริหาร เคยเป็น รองอธิบดีกรมทางหลวง และคาดว่าจะเข้ามาแก้ปัญหา โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ที่มีปัญหาล่าช้า ขณะที่ นายนรินทร์ศักย์ สัทธาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า เธอเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่อีกคนที่น่าจับตามอง
สำหรับประกาศสรรหาผู้อำนวยการกทท. เป็นไปตามพ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และตามพ.ร.บ.กทท.พ.ศ. 2494 และที่ไขเพิ่มเติม
โดยผู้สมัครต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมกับการบริหารองค์กรด้านท่าเรือ การขนส่ง และโลจิสติกส์ พร้อมมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ดังนี้
คุณสมบัติทั่วไป
1. มีสัญชาติไทย
2. มีอายุไม่เกิน 58 ปีบริบูรณ์ในวันยื่นใบสมัคร
3. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟ้่นเฟือนไม่สมประกอบ
4. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
5. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
6. ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะรํ่ารวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
7. ไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
8. ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง
9. ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง
10. ไม่เป็นหรือภายในระยะเวลา 3 ปีก่อนวันได้รับแต่งตั้ง ไม่เคยเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการจัดการหรือมีส่วนได้เสียในนิติบุคคล ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทาน ผู้ร่วมทุน หรือมีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการของ กทท. เว้นแต่การเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในนิติบุคคลดังกล่าวโดยการมอบหมายของกทท.
11. ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักงาน หรือสั่งให้หยุดงานเป็นการชั่วคราวในลักษณะเดียวกันกับถูกพักงาน
12. ไม่เป็นกรรมการการบริหาร กทท.ในวันที่ยื่นใบสมัคร
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
1. มีความรู้ ความชำนาญเกี่ยวกับการบริหารงานด้านระบบโลจิสติกส์ การท่าเรือ การขนส่ง การเดินเรือพาณิชย์ การเศรษฐกิจ หรือการเงิน
2. มีวิสัยทัศน์ในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ มีภาวะผู้นำที่ดี มีมนุษยสัมพันธ์สามารถติดต่อประสานงานกับองค์กรอื่นได้ดี ทั้งภายในและต่างประเทศ
3. กรณีเป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารจากหน่วยงานภาคเอกชน จะต้องดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ตํ่ากว่าระดับรองผู้บริหารระดับสูงสุดขององค์กร โดยองค์กรจะต้องมีรายได้ (Turnover) ไม่ตํ่ากว่า 3,000 ล้านบาท/ปี
4.กรณีเป็นหรือเคยเป็นข้าราชการ จะต้องดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ตํ่ากว่ารองอธิบดี หรือเทียบเท่า
5. กรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ จะต้องดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับรองผู้บริหารระดับสูงสุด หรือตำแหน่งรองผู้บริหารสูงสุดที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นขององค์กรนั้น
6. ในการดำรงตำแหน่งตามข้อ 3-5 จะต้องมีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งหรือ เคยดำรงตำแหน่ง นั้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจนถึงวันที่ยื่นใบสมัคร
สำหรับตำแหน่งผู้อำนวยการ กทท. มีวาระการดำรงตำแหน่งตามสัญญาจ้างคราวละไม่เกิน 4 ปี และอยู่ในวาระได้ไม่เกินอายุ 60 ปีบริบูรณ์ แล้วแต่วาระใดจะถึงก่อน เมื่อครบกำหนดเวลาตามสัญญาจ้างแล้วหากอายุยังไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ สามารถเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการ กทท.ได้อีก แต่สัญญาจ้างจะกระทำได้อีกเพียงคราวเดียว