ราคาทองคำไทยเปิดตลาดวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ร่วงแรง 1,600 จากราคาปิดวันก่อน กดทองคำแท่งขายออกลดเหลือ 70,150 บาทต่อบาททองคำ หลังประธานเฟดส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังไม่ลด ส่งผลให้ดอลลาร์และบอนด์ยิลด์สหรัฐดีดขึ้น ขณะที่ทองคำโลกถูกเทขายมากกว่า 3%
ราคาทองคำในประเทศเช้าวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงตามทิศทางราคาทองคำตลาดโลก หลังถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ทำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่สหรัฐจะกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
สมาคมค้าทองคำประกาศราคาครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.08 น. โดยทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาททองคำละ 69,950 บาท และขายออก 70,150 บาท ลดลง 1,600 บาทจากราคาปิดวันที่ 28 สิงหาคม ซึ่งอยู่ที่ 71,750 บาท
ด้านทองรูปพรรณความบริสุทธิ์ 96.5% รับซื้อที่บาททองคำละ 68,553.52 บาท และขายออก 70,950 บาท ลดลงในทิศทางเดียวกัน
เมื่อคำนวณจากราคาทองคำแท่งขายออก การลดลงจาก 71,750 บาท มาอยู่ที่ 70,150 บาท คิดเป็นประมาณ 2.23% ภายในช่วงข้ามคืน
แรงขายทองคำไทยครั้งนี้มีต้นเหตุหลักจากตลาดต่างประเทศ โดยราคาทองคำโลกถูกเทขายมากกว่า 3% หลังนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด กล่าวระหว่างการประชุมที่แจ็กสันโฮลว่า เฟดยังมีงานต้องทำ หากไม่มั่นใจว่าเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2%
ถ้อยแถลงดังกล่าวถูกตีความว่า เฟดยังไม่ปิดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย แตกต่างจากความคาดหวังเดิมของตลาดที่มองว่าวัฏจักรดอกเบี้ยสหรัฐใกล้เข้าสู่ช่วงผ่อนคลาย
รอยเตอร์รายงานว่า ราคาทองคำสปอตระหว่างการซื้อขายวันที่ 28 สิงหาคม ลดลง 2.9% มาอยู่ที่ 4,567.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม ส่วนสัญญาทองคำสหรัฐส่งมอบเดือนธันวาคมปิดลดลง 2.9% ที่ 4,529.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 29 สิงหาคม ราคาทองคำสปอตเคลื่อนไหวบริเวณ 4,456–4,457 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เทียบกับจุดสูงสุดมากกว่า 3 เดือนที่ 4,696.18 ดอลลาร์ ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เท่ากับปรับลดลงจากจุดสูงสุดประมาณ 240 ดอลลาร์ หรือกว่า 5% ภายในไม่กี่วัน
ตลาดเพิ่มเดิมพันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
หลังถ้อยแถลงของประธานเฟด นักลงทุนเพิ่มความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเป็น 58% จากเดิม 36% ส่วนความเป็นไปได้ที่จะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคมเพิ่มเป็น 89%
ความคาดหวังดังกล่าวทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น พร้อมกับดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์
ปัจจัยทั้งสองเป็นลบต่อราคาทองคำ เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ย เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น นักลงทุนจึงมีต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการถือทองเพิ่มขึ้น ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าทำให้ทองคำซึ่งซื้อขายด้วยสกุลดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น
นายไท หว่อง นักวิเคราะห์อิสระ ให้ความเห็นกับรอยเตอร์ว่า ทองคำเผชิญแรงขายอย่างหนัก หลังประธานเฟดยืนยันว่าเงินเฟ้อยังไม่ได้ชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ และตลาดเริ่มประเมินว่าการประชุมเฟดเดือนกันยายนมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยใกล้เคียงกับการโยนเหรียญ หรือประมาณครึ่งต่อครึ่ง
โบรกเกอร์เตือนล่วงหน้าจับตาแจ็กสันโฮล
ก่อนเกิดแรงขายครั้งนี้ InterGold ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 28 สิงหาคมว่า นักลงทุนต้องจับตาการประชุมแจ็กสันโฮลอย่างใกล้ชิด โดยกำหนดแนวต้านทองคำโลกบริเวณ 4,680 ดอลลาร์ หรือทองไทยประมาณ 72,000 บาท
ก่อนหน้านั้น บทวิเคราะห์วันที่ 25 สิงหาคมยังเตือนว่าแรงขายเริ่มเพิ่มขึ้นและราคาทองคำอาจใกล้ถึงปลายทางของการขึ้นรอบสั้น ขณะที่วันที่ 24 สิงหาคมแนะนำไม่ไล่ราคาและรอซื้อเมื่อราคาปรับฐาน
ระยะสั้นผันผวนแต่ภาพใหญ่ยังมีแรงหนุน
ในทางเทคนิค การร่วงลงต่ำกว่า 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ถือเป็นสัญญาณว่าทองคำเข้าสู่ช่วงปรับฐานระยะสั้นอย่างชัดเจน หลังราคาขึ้นเร็วจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยและทำจุดสูงสุดมากกว่า 4,690 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์
แรงกดดันระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับทิศทางดอลลาร์ บอนด์ยิลด์ และข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ หากตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ย ราคาทองคำอาจยังผันผวนและเผชิญแรงขายต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยระยะกลางถึงยาวยังมีแรงพยุงจากหนี้สาธารณะสหรัฐ ความเสี่ยงด้านการคลัง ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความต้องการทองคำจากธนาคารกลาง
ฮั่วเซ่งเฮงประเมินก่อนการประชุมแจ็กสันโฮลว่า ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบ 4,900–5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในปีนี้ หากปัจจัยด้านหนี้สหรัฐ เงินทุนสำรองของธนาคารกลาง และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังสนับสนุน แต่ประมาณการดังกล่าวเป็นเป้าหมายระยะกลาง ไม่ใช่การรับรองว่าการปรับฐานรอบปัจจุบันสิ้นสุดแล้ว
จับตาทองไทยหลุด 70,000 บาท
ระดับสำคัญของทองคำไทยระยะสั้นอยู่บริเวณ 70,000 บาทต่อบาททองคำ หลังราคาขายออกเปิดตลาดที่ 70,150 บาท ห่างจากระดับดังกล่าวเพียง 150 บาท
หากทองคำโลกยังต่ำกว่า 4,500 ดอลลาร์ และเงินบาทไม่อ่อนค่าช่วยพยุง ราคาทองคำแท่งไทยมีโอกาสหลุดระดับ 70,000 บาทได้ แต่หากเกิดแรงซื้อคืนในตลาดโลกหรือดอลลาร์อ่อนค่า ราคาทองอาจฟื้นตัวจากแรงขายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
การลดลง 1,600 บาทในวันนี้จึงยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าทองคำสิ้นสุดแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว แต่สะท้อนว่า “ตลาดได้เปลี่ยนเรื่องที่ใช้กำหนดราคา” จากความหวังลดดอกเบี้ย กลับมาเป็นความเสี่ยงขึ้นดอกเบี้ย นักลงทุนจึงควรติดตามถ้อยแถลงของเฟด ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ บอนด์ยีลด์ และค่าเงินบาทควบคู่กัน