xs
xsm
sm
md
lg

ทิสโก้ ชี้ Treasury Twist ส่งสัญญาณสหรัฐฯ คุมต้นทุนการเงิน หนุนทองคำ-สินค้าโภคภัณฑ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



 TISCO ESU มองมาตรการ Treasury Twist ของสหรัฐฯ แม้ยังไม่ประสบความสำเร็จในการกดดัน Bond Yield ได้ทันที แต่สะท้อนจุดยืนของรัฐบาลที่พร้อมแทรกแซงตลาดการเงินเพื่อรักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับเอื้อต่อการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุน AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจ ชี้กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์-ทองคำรับอานิสงส์ระยะยาว และเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่น่าสนใจ

นายธนธัช ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (Mr. Thanathat Srisawast, Head of Strategy, TISCO Economic Strategy Unit) เปิดเผยว่า การประกาศมาตรการ Treasury Twist โดยการออกตราสารระยะสั้นเพื่อเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 30 ปีที่แตะระดับ 5.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อนวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 2551 สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมเข้ามามีบทบาทแทรกแซงตลาดการเงินมากขึ้น เพื่อควบคุมต้นทุนทางการเงินและรักษาสภาพคล่องของระบบเศรษฐกิจ ท่ามกลางความจำเป็นในการระดมเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี AI

ทั้งนี้ TISCO ESU มองว่าแม้มาตรการ Treasury Twist อาจยังไม่สามารถกดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่การที่รัฐบาลสหรัฐฯ แสดงความพร้อมที่จะยื่นมือเข้าแทรกแซงระบบตลาดเสรีเมื่อจำเป็น ถือเป็นสัญญาณว่าประเทศมหาอำนาจกำลังให้ความสำคัญกับการรักษาต้นทุนทางการเงิน ให้อยู่ในระดับที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งจัดเป็นนโยบายเชิงกดขี่ทางการเงิน หรือ Financial Repression คล้ายกับมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องอย่าง Quantitative Easing (QE) หรือ Yield Curve Control (YCC) ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัด (Hard Assets) อย่างสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากเป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนขนาดใหญ่ และป้องกันความเสี่ยงจากการลดทอนมูลค่าเงิน (Monetary Debasement) โดยเฉพาะทองคำ ที่ราคาปรับตัวขึ้นกว่า 10-15% ภายในไม่กี่วันหลังการประกาศมาตรการนี้

"สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญไม่ใช่ขนาดของมาตรการ แต่เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมเข้ามาแทรกแซงตลาดและไม่ต้องการให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นสูงเกินไป หรือกล่าวได้ว่าเป็นมาตรการที่มีผลในเชิงจิตวิทยามากกว่าเชิงปริมาณ (Big Signal, Small Operation)" นายธนธัชกล่าว

ในระยะข้างหน้า TISCO ESU คาดว่าการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและการลงทุนเพื่อพัฒนา AI ของประเทศมหาอำนาจ จะสร้างแรงหนุนต่อความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ต่อเนื่องในระยะยาว ขณะเดียวกัน สินค้าโภคภัณฑ์ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน โดยไม่กระทบต่อโอกาสสร้างผลตอบแทนในภาพรวม ดังจะเห็นได้จากดัชนี Bloomberg Commodity Total Return ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเกือบ 14% ต่อปีนับตั้งแต่ปี 2564 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับดัชนีหุ้น S&P 500 และยังสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้ในปี 2565 ท่ามกลางภาวะ Supply Shock ที่กดดันตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างรุนแรง