xs
xsm
sm
md
lg

TESTA จี้รัฐเร่งตั้งโรงรีไซเคิลแบตเตอรี่ คาดปีหน้าขยะแบตเตอรี่จะพุ่งถึง10,000ตัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

MGROnline ร่วมสัมภาษณ์พิเศษ ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล นายกสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) ถึงทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ในประเด็นเกี่ยวกับการจัดการแบตเตอรี่ของประเทศไทย โดยสรุปเนื้อหาสำคัญได้ดังนี้

ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล” นายกสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (TESTA)
แบตเตอรี่คือชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงที่สุดและเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า (BEV/NEV) ซึ่งประเทศไทยมีการส่งเสริมการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ผ่านมาตรการ EV3.0 และ EV3.5 โดยได้รับผลตอบรับอย่างดี ประสบความสำเร็จทั้ง ช่วยดึงดูดการลงทุนและบรรลุเป้าหมาย 30@30 ให้สัดส่วนการขายรถยนต์ไฟฟ้าเป็น 30% ภายในปี ค.ศ. 2030 เพื่อดันไทยเป็นฮับ EV ในอาเซียน 

อย่างไรก็ตาม กุญแจสำคัญในการปรับตัวและยกระดับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ของไทยมี 3 ประเด็นหลัก:


การยกระดับซัพพลายเชน: ผู้ประกอบการไทยต้องปรับเปลี่ยนจากการผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์เดิม ไปสู่การประกอบแบตเตอรี่แพ็ค (Packing System) และมอเตอร์ เพื่อแทรกตัวเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ระดับโลก แม้ไทยจะแข่งกับจีนไม่ได้ แต่สามารถสร้างจุดเด่นด้วยการเป็นฐานผลิตที่ใกล้ชิดลูกค้าและเป็นมิตรกับทุกประเทศ

การสนับสนุนจากภาครัฐ: รัฐบาลไทยยังมีจุดอ่อนเรื่องการเป็น "ผู้ซื้อหลัก" เพื่อส่งเสริมและทดลองนวัตกรรมในประเทศ จึงควรเร่งสนับสนุนผ่านโครงการ Sandbox หรือการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

การบริหารจัดการขยะแบตเตอรี่: คาดการณ์ว่าปี 2570 ไทยจะมีขยะแบตเตอรี่สูงถึง 10,000 ตัน ซึ่งคุ้มค่าต่อการตั้งโรงงานรีไซเคิล โดยบอร์ดอีวีเตรียมหารือ 2 วาระสำคัญ:

1 .Battery Passport (Battery ID) - จัดทำระบบข้อมูลระบุผู้ผลิต ชนิดแบตเตอรี่ สัดส่วนแร่และสารเคมี

2. จัดตั้งโรงงานรีไซเคิลแบตเตอรี่ - กำหนดบทบาทหน่วยงานรับผิดชอบการกำจัดซากแบตเตอรี่อย่างถูกต้องและเป็นรูปธรรม 


สำหรับการศึกษาเรื่องการตั้งโรงงานและการจัดทำ Battery Passportนั้นถือว่า เป็นเรื่องเดียวกัน โดยมีการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วนได้แก่ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงพลังงาน, กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (TESTA), ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC), กรมขนส่งทางบก และ สถาบันยานยนต์

ซึ่ง กรมขนส่งทางบก มีความพร้อมมากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันมีการเก็บข้อมูลของ มอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้าไว้อยู่แล้ว ดังนั้นหากเพิ่มการจัดเก็บข้อมูลของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า จะทำให้ข้อมูลครบถ้วนสมบูร
ณ์

สำหรับการจัดทำ Battery Passport และการจัดตั้งโรงงานรีไซเคิลจะมีการนำเสนอต่อบอร์ด EV ในการประชุมวันที่ 7 กันยายนนี้