“สิริพงศ์” เร่งแก้ไขปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างบนทางหลวงปทุมธานี พบมีการโจรกรรรม สั่งกรมทางหลวงเพิ่มมาตรการป้องกันการขโมย พร้อมเข้าซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดโดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง
วันนี้ (27 สิงหาคม 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างบนทางหลวงในความรับผิดชอบของ แขวงทางหลวงปทุมธานี กรมทางหลวง (ทล.) ว่า แขวงทางหลวงปทุมธานีได้รับทราบและติดตามปัญหาระบบไฟฟ้าส่องสว่างที่ชำรุดหรือไม่สามารถใช้งานได้ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง จากการตรวจสอบพบว่า นอกจากความชำรุดตามสภาพการใช้งานแล้ว สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งเกิดจากการลักลอบโจรกรรมสายไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า ตู้ควบคุม ดวงโคม และอุปกรณ์ประกอบระบบไฟฟ้า ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าส่องสว่างในบางพื้นที่ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า แขวงทางหลวงปทุมธานีมิได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าว เมื่อได้รับแจ้งหรือตรวจพบความเสียหาย จะดำเนินการสำรวจ ตรวจสอบ ประเมินความเสียหาย และดำเนินการแก้ไขในส่วนที่สามารถดำเนินการได้โดยเร็ว ทั้งในส่วนที่ดำเนินการโดยใช้งบประมาณบำรุงรักษาของ ทล. และในส่วนของโครงการที่ยังอยู่ภายในระยะเวลารับประกันผลงานของผู้รับจ้าง
ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ในระยะรับประกันครอบคลุมหลายสายทาง ได้แก่ ทล.1 ทล.9 ทล.305 ทล.307 ทล.3111 ทล.345 ทล.346 ทล.347 ทล.3901 และทล.3902 โดยในช่วงปีงบประมาณ 2564 - 2569 แขวงทางหลวงปทุมธานีได้รับงบประมาณสำหรับการบำรุงรักษาไฟฟ้าทางหลวงรวม 71 โครงการ วงเงิน 380,293,600 บาท ซึ่งในปีงบประมาณ 2569 ได้รับงบประมาณ 12 โครงการ วงเงินรวม 75,393,400 บาท
อย่างไรก็ตามเนื่องจากความเสียหายบางแห่งเกิดจากการโจรกรรมอุปกรณ์เป็นจำนวนมาก และต้องใช้งบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์ทดแทนค่อนข้างสูง จึงยังมีบางพื้นที่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการหรือรอการจัดสรรงบประมาณ โดยแขวงทางหลวงปทุมธานีจะพิจารณาดำเนินการตามลำดับความจำเป็นและความเร่งด่วน คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้ทางเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ เมื่อแขวงทางหลวงปทุมธานีได้รับแจ้งเหตุจะแจ้งบริษัทผู้รับจ้างให้เข้าดำเนินการตรวจสอบและซ่อมแซมโดยทันที เพื่อให้ระบบไฟฟ้าส่องสว่างสามารถกลับมาใช้งานได้โดยเร็ว โดยสัญญากำหนดให้ต้องซ่อมภายใน 1 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง หากผู้รับจ้างไม่กระทำการดังกล่าวภายในกำหนด 1 วัน ให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทำการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้น โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
ส่วนกรณีตรวจสอบพบว่า ความเสียหายเกิดจากการโจรกรรมหรือการกระทำของบุคคลภายนอก ซึ่งไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันของบริษัทผู้รับจ้าง แขวงทางหลวงปทุมธานีจะตรวจสอบ และประเมินความเสียหายเป็นรายกรณี หากเป็นความเสียหายไม่มากและสามารถดำเนินการได้ด้วยวัสดุ กำลังเจ้าหน้าที่ และงบประมาณที่มีอยู่ จะเร่งดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขโดยเร็ว แต่หากมีความเสียหายเป็นจำนวนมากหรือต้องใช้งบประมาณสูง จะดำเนินการสำรวจ ประมาณการ และจัดทำแผนเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณตามขั้นตอนของทางราชการต่อไป
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทล. ได้ปรับปรุงรูปแบบการติดตั้งสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ให้ยากต่อการรื้อถอน เช่น การปรับรูปแบบการเดินสายไฟจากใต้ดินไปยังตำแหน่งที่สามารถตรวจสอบและสังเกตความผิดปกติได้ง่ายขึ้น การเชื่อมปิดฝาเสาไฟ การเสริมระบบล็อกและอุปกรณ์ป้องกันตู้ควบคุม การใช้วัสดุทดแทนที่มีมูลค่าไม่สูงเพื่อลดแรงจูงใจในการโจรกรรม การปรับตำแหน่งติดตั้งกล่อง Service และอุปกรณ์ของเสาไฟฟ้า High Mast ให้อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ยาก รวมถึงการนำอุปกรณ์ป้องกันการถอดรื้อหม้อแปลงไฟฟ้ามาประยุกต์ใช้
นอกจากนี้ แขวงทางหลวงปทุมธานีได้ดำเนินการติดตั้งกล้อง CCTV และนำระบบตรวจจับความผิดปกติพร้อมระบบแจ้งเตือนมาใช้ในบางพื้นที่ เมื่อระบบตรวจพบความผิดปกติจะสามารถแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งจัดชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังและเคลื่อนที่เร็ว และกำชับให้หมวดทางหลวงในสังกัดเพิ่มการลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง ในด้านการป้องกันและปราบปราม รวมถึงได้บูรณาการความร่วมมือกับฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสร้างเครือข่ายประชาชนในพื้นที่และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง สอดส่อง ป้องกัน และติดตามผู้กระทำผิด รวมถึงแหล่งรับซื้อทรัพย์สินที่อาจเกี่ยวข้องกับการโจรกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและลดปัญหาการโจรกรรมทรัพย์สินของทางราชการอย่างต่อเนื่อง