xs
xsm
sm
md
lg

EGCOเตรียมพร้อมลุยธุรกิจไฟฟ้ารับแผนPDP2026-Direct PPA ฟุ้งลูกค้าData Centerจีบซื้อที่นิคมฯสรุปสิ้นปี69

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“ผลิตไฟฟ้า” ลั่นเตรียมพร้อมประมูลลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซฯ และพลังงานหมุนเวียนตามแผนPDP2026 และDirect PPA แย้มกลุ่มData Center 2-3รายสนใจซื้อที่นิคมฯเอ็กโกระยอง ลั่นรองรับData Center ได้200- 400เมกะวัตต์ คาดสรุปสิ้นปีนี้ พร้อมเร่งเปิดดีลM&Aโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ 2-3ดีลให้ทันสิ้นปี69

นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เปิดเผยว่า บริษัทมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลหรือพัฒนาโครงการใหม่ ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย( PDP 2026 )และสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยตรง ( Direct PPA ) ได้ทันทีเมื่อนโยบายมีความชัดเจน เนื่องจากบริษัทมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน และมีโอกาสการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบไฟฟ้าในอนาคต รวมทั้งการขยายกำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าเดิม

 


ทั้งนี้ บริษัทได้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง( ERIE) 609ไร่ โดยจะกันพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สำหรับการประมูลโรงไฟฟ้าIPP ใหม่ขนาด 700-800เมกะวัตต์เมื่อรัฐบาลเปิดประมูลตามแผน PDP2026 ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ากลุ่ม Data Center ที่สนใจมาลงทุนในนิคมฯ 2-3รายคาดว่าจะได้ข้อสรุปในปีนี้ เบื้องต้นรองรับกลุ่มลูกค้าData Center กำลังผลิต 200-400เมกะวัตต์ โดยนิคมฯดังกล่าวมีความพร้อมทั้งด้านสาธารณูปโภค ระบบเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า สามารถจัดส่งไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม มีบ่อกักเก็บน้ำขนาด 3แสนคิว และสามารถสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็กได้อีก 1โรงด้วย

ส่วนเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต SMR (Small Modular Reactor) บริษัทยังคงติดตามพัฒนาการของ SMR อย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก( SMR ) เป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญสำหรับการผลิตไฟฟ้าฐานที่มีความน่าเชื่อถือสูง ควบคู่ไปกับเป้าหมายด้านการลดคาร์บอนในระยะยาว โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ ความพร้อม และความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับสากล เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานในอนาคต


นายธวัชชัย กล่าวต่อไปว่า ส่วนการลงทุนในต่างประเทศ EGCO ยังแสวงหาโอกาสขยายการลงทุนในต่างประเทศ 6 ประเทศ ที่มีฐานธุรกิจอยู่แล้ว โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ที่บริษัทมีพอร์ตการลงทุนเป็นอันดับที่ 2 รองจากประเทศไทย โดยปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ 3หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้ในการควบรวมหรือซื้อกิจการ (M&A) ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาM&Aโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ คาดว่าจะปิดดีลได้ในปี2569 ส่งผลให้สิ้นปีนี้บริษัทจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมเกิน 7 พันเมกะวัตต์อย่างไรก็ตามเงินลงทุนบางส่วนจะใช้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 11 โครงการ กำลังการผลิตรวม 448.10 เมกะวัตต์ ในโครงการ RE Big Lot รอบที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า( PPA )ครบทุกโครงการภายในไตรมาส 3/2569 โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างปี 70 และทยอยเปิดเชิงพาณิชย์2571-73

แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังปี 2569 บริษัทมั่นใจรายได้จะเติบโตกว่าดีช่วงครึ่งปีแรกมาจากกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในประเทศสปป.ลาวที่ปรับตัวเพิ่มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 3/2569 ที่ถือเป็นช่วงไฮซีซั่น ประกอบกับแนวโน้มผลการดำเนินงานที่เป็นบวกมากขึ้นของโรงไฟฟ้า Paju ในประเทศเกาหลีใต้ที่กลับมาเดินเครื่องเต็มที่หลังปิดซ่อมบำรุงในงวดไตรมาส 2/2569 และราคาค่าไฟที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และเริ่มรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้า Pinnacle II ที่ซื้อกิจการเข้ามาในช่วงปีก่อน

นอกจากนี้ บริษัทจะมีการบันทึกกำไรพิเศษเข้ามาในงวดไตรมาส 3นี้ จากการขายหุ้นที่ถืออยู่ 49% ในบริษัท บ้านโป่ง ยูทิลิตี้ จำกัด (BPU) บริษัท คลองหลวง ยูทิลิตี้ จำกัด (KLU) ให้กับพันธมิตรอย่างบริษัท เจพาวเวอร์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ J-POWER ซึ่งมีมูลค่าการขายอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท