A5 เปิดทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 มุ่งสร้างรายได้จากโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและการส่งมอบ ดัน Backlog เพิ่ม 934.25 ล้านบาท ควบคู่กับการเตรียมโครงการใหม่ทำเลพัฒนาการ และขยาย A5 Design และ Upper Class Solution สู่ตลาดภายนอก พร้อมนำความเชี่ยวชาญเชิงลึกเกี่ยวกับการอยู่อาศัยของลูกค้าลักชัวรี มาพัฒนาโครงการที่มีเอกลักษณ์ การออกแบบ และจำนวนยูนิตจำกัด เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่มีเฉพาะในโครงการของ A5 โดยยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 ประมาณ 1,500 ล้านบาท
นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดเผยว่า ตลาดบ้านระดับบนในช่วงครึ่งปีหลังยังคงมีความต้องการจากกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง โดยลูกค้าให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว คุณภาพการออกแบบ พื้นที่ใช้สอยที่รองรับครอบครัว และคุณค่าระยะยาวของที่อยู่อาศัยมากขึ้น
บริษัทจึงเลือกพัฒนาโครงการในรูปแบบ Limited Series ที่มีจำนวนยูนิตเหมาะสมกับความต้องการในแต่ละทำเล และมีเอกลักษณ์ชัดเจนทั้งด้านแนวคิด การออกแบบ และประสบการณ์การอยู่อาศัย พร้อมนำข้อมูลจากพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้ามาใช้ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การสื่อสาร ไปจนถึงการออกแบบบริการหลังการขาย เพื่อให้ทุกส่วนของธุรกิจเชื่อมโยงกันและตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุด
ในด้านการตลาดและการขาย A5 มุ่งสื่อสารคุณค่าเฉพาะของแต่ละโครงการ พร้อมเลือกใช้ตัวแทนขาย พันธมิตร และกิจกรรมที่เข้าถึงฐานลูกค้าได้ตรงกลุ่ม โดยนำเสนอจุดเด่นด้านความเป็นส่วนตัว พื้นที่รองรับครอบครัวหลายเจเนอเรชัน และ Wellness Living เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจซื้อและเพิ่มประสิทธิภาพการขาย
ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2569 บริษัทมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ หรือ Backlog รวมมูลค่า 934.25ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 855.75 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 โดย CINQ ROYAL The Eighteen Bangna KM.7 มียอดขายแล้ว 78% ขณะที่ CINQUIÈME Krungthep Kreetha มียอดขายแล้ว 44% และ VANA Ratchapruek Westville มียอดขายแล้ว 43%
สำหรับการเติบโตในระยะถัดไป A5 เตรียมพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับบน บนทำเลพัฒนาการในช่วงปลายปี 2569 โดยวางแผนเปิดขายอย่างเป็นทางการในไตรมาส 2 ปี 2570 และคาดว่าบ้านตัวอย่างเฟสแรกจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2570
ขณะเดียวกัน บริษัทบริหารต้นทุนตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและวางแผนก่อสร้าง ผ่านแนวทาง Value Engineering รวมถึงวางแผนจัดซื้อวัสดุล่วงหน้า และพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับยอดขายและความต้องการจริงเพื่อบริหารสินค้าคงเหลือและกระแสเงินสดให้อยู่ในระดับเหมาะสม
สำหรับกลุ่มธุรกิจใหม่จะเข้ามามีบทบาทต่อยอด Luxury Living Ecosystem เชื่อมการพัฒนาโครงการ และสร้างรายได้เพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง โดย A5 Design ธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบ ตกแต่ง รีโนเวท และก่อสร้างแบบครบวงจร โดยนำประสบการณ์ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาเป็นจุดแข็งในการบริหารงานตั้งแต่การออกแบบ การควบคุมงบประมาณและระยะเวลา ไปจนถึงคุณภาพงานก่อสร้าง ปัจจุบันมีงานในมือมูลค่า 50 ล้านบาท ซึ่งเริ่มทยอยรับรู้รายได้แล้ว และมีงานที่อยู่ระหว่างประมูลอีกกว่า 70 ล้านบาท
ด้าน Upper Class Solution มีบทบาทในการขยายความสัมพันธ์กับลูกค้าหลังการส่งมอบ ผ่านบริการบริหารจัดการที่อยู่อาศัยและดูแลบ้าน ทั้ง Housekeeping, Landscape, Security, Smart Living และ Wellness โดยใช้ฐานโครงการของ A5 ในการพัฒนามาตรฐานบริการ ก่อนขยายไปสู่โครงการและเจ้าของบ้านภายนอก ปัจจุบันเริ่มสร้างรายได้แล้วกว่า 10 ล้านบาท โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบริการต่อเนื่องและการรับบริหารโครงการภายนอก เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจตลอดช่วงเวลาการอยู่อาศัยของลูกค้า
ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ต้นทุนทางการเงินของบริษัทลดลง 39.70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดจำนวน 231.30 ล้านบาท ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มความคล่องตัวในการรองรับการพัฒนาโครงการใหม่และการขยายธุรกิจ
“บริษัทมั่นใจว่าทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตต่อเนื่อง จากการเดินหน้าสร้างยอดขายในธุรกิจหลัก ควบคู่กับการขยายธุรกิจใหม่ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในการสร้างรายได้มากขึ้น ภายใต้การบริหารต้นทุนและฐานะการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้ โดยบริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปีนี้ไว้ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท นายศุภโชค กล่าว