xs
xsm
sm
md
lg

“บ้านอุ๋ม” เบเกอรี่ชื่อดัง แห่งเมืองแปดริ้ว ลุยธุรกิจแฟรนไชส์ ตอบโจทย์ต้องการเปิดร้านเบเกอรี่แบรนด์ดัง เปิดแล้วกว่า 80 สาขา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ก่อนหน้านั้น เวลาไปหลวงพ่อโสธร ขนมที่หลายคนหรือ เกือบทุกคนต้องซื้อกลับมานั่นคือ ขนมจากแห่งเมืองแปดริ้ว แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป ขนมจากมะพร้าวอ่อน ดูโบราณไปหน่อย ไม่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ ขนมของฝากจากวัดหลวงพ่อโสธร ที่หลายคนซื้อกลับเวลานี้ ก็คงต้องยกให้กับ ชิฟฟอนมะพร้าวอ่อน แบรนด์ บ้านอุ๋ม เบเกอรี่ชื่อดังแห่งเมืองแปดริ้ว

สุพรรณษา อังคเรืองรัตนา “คุณอุ๊” กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านอุ๋ม แมเนจเม้นท์ จำกัด พี่สาวคนโตผู้บุกเบิกสร้างแบรนด์บ้านอุ๋ม เล่าถึงที่มาของ บ้านอุ๋ม เบเกอรี่ว่า เกิดขึ้นมาจาก เมื่อประมาณ สัก 25 ปีก่อนหน้านี้ ตนเอง ได้ก่อตั้งแบรนด์บ้านอุ๋ม ขึ้นมา โดยขนมตัวแรกของเรา คือ ชิฟฟอน เมื่อก่อนชิฟฟอนอาจจะเป็นสิ่งใหม่ของคนไทย มีคนทำน้อย และด้วยรสชาติของเราที่โดดเด่นใครที่ได้ชิมก็จะชื่นชอบ ทำให้แบรนด์บ้านอุ๋ม เป็นที่รู้จัก ภายในเวลาไม่นาน และด้วยความที่ร้านอยู่ใกล้วัดหลวงพ่อโสธร ตนเองและแฟน ก็มีความตั้งใจอยากให้ ชิฟฟอนเป็นเหมือน “ขนมจาก” ที่ใครมาไหว้หลวงพ่อโสธรก็จะต้องซื้อกลับไปเป็นของฝาก ในช่วงนั้น เราก็จะแนะนำตัวเองว่า เป็น “ชิฟฟอนแปดริ้ว”


แบรนด์เบเกอรี่ที่ได้เชลล์ชวนชิม
ยกระดับเบเกอรี่ท้องถิ่นสู่คนเมือง


ทั้งนี้ ในส่วนของแผนการตลาด ซึ่งตั้งใจว่า ถ้ายังอยู่ในพื้นที่ก็คงจะไม่ได้เป็นที่รู้จักและต้องแข่งเบเกอรี่ท้องถิ่นอีกหลายแบรนด์ บวกกับเราต้องการยกระดับขนมเบเกอรี่ท้องถิ่นให้เป็นเบเกอรี่พรี่เมียม ก็เลยได้นำชิฟฟอนเค้กของเราไปขอเครื่องหมายเชลล์ชวนชิม ของ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ซึ่งเป็นร้านเบเกอรี่เพียงไม่กี่รายได้ที่ เชลล์ชวนชิม

หลังจากที่เราได้เครื่องหมายเชลล์ชวนชิม เมื่อ 20 ปีก่อนหน้านี้ ก็เริ่มขอพื้นที่ออกบูทในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ เซ็นทรัลฯ และอีกหลายๆ ห้างในกรุงเทพฯ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนรู้จัก แบรนด์บ้านอุ๋ม และหลายคนสนใจอยากจะเอาขนมของเราไปขาย ในช่วงนั้นย้อนไปสัก 20 ปี ตอนนั้นไม่ได้เปิดขายแฟรนไชส์ มีแค่คนที่รับขนมของเราไปวางขาย


ที่มาของแฟรนไชส์

จนกระทั่งมาในช่วงก่อนโควิด เราถึงได้เริ่มทำแฟรนไชส์ เพราะต้องการควบคุมคุณภาพ และให้คนที่รับของเราไปขายดูแลขนมของเราเหมือนกับที่เราดูแล เพื่อจะได้มาตรฐานเดียวกัน เพราะขนมบางอย่างต้องอยู่ในห้องเย็น ถ้าเราไม่สร้างมาตรฐานแฟรนไชส์ ทำให้ขนมของเราเมื่อถึงลูกค้าไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลเสียมาถึงแบรนด์บ้านอุ๋มในอนาคตได้

หลังจากเปิดขายแฟรนไชส์ ก็จะมีคนทีเคยรับขนมของเราไปขายอยู่แล้ว ก็เข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ ตอนนี้มีแฟรนไชส์อยู่ 80 สาขา ซึ่งก็มีปิดตัวไปบ้างในช่วงโควิด โดยทำเลแฟรนไชส์ของเราส่วนใหญ่อยู่ในปั้มน้ำมัน และ ตามแหล่งท่องเที่ยวขายของฝาก และตามแหล่งชุมชน ส่วนราคาแฟรนไชส์ ต้องมาคุยกันในรายละเอียด กับทีมงานที่ดูแลแฟรนไชส์ เพื่อจะได้ราคาที่แน่นอน เพราะช่วงนี้ ทางบ้านอุ๋ม ได้เข้าร่วมโครงการแฟรนไชส์ “ไทยช่วยไทย” ขอกระทรวงพาณิชย์ด้วย ก็อาจจะได้ส่วนลด


จากร้านอบขนมปังเตาฟืน สู่ ธุรกิจเบเกอรี่ เงินล้าน

สำหรับประวัติความเป็นมาของเค้กบ้านอุ๋ม เริ่มมาจากครอบครัวที่ทำโรงงานขนม อยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โรงงานเปิดมาได้ 50 ปี ชื่อว่า “อั้ง เต็ก หมง” เปิดมาตั้งแต่สมัยอากง ตกมาถึงคุณป๋า สมัยอากงผลิตขนมปังจากเตาฟืน และพอมีเครื่องจักรเข้ามาช่วยทำให้ได้เปิดโรงงานผลิตขนมปัง ส่งขายไปตามที่ต่างๆ หลายจังหวัด แต่พอต่อมาเริ่มมีคู่แข่งมาเปิดมากขึ้น ครอบครัวก็เลยมาคุยกันว่าจะปรับตัวอย่างไร เพราะถ้าทำแบบนี้ ยอดขายของเราก็คงจะลดลงไปเรื่อย

จนกระทั่งน้องสาว “จิราภรณ์ อังคเรืองรัตนา” (อุ๋ม) เรียนจบด้านฟู้ดซายน์ ก็ได้เข้ามาช่วย พัฒนาสูตรขนมเบเกอรี่รูปแบบใหม่ออกมา ก็เลยได้ตั้งแบรนด์ “บ้านอุ๋ม” ขึ้นมา บ้านอุ๋มเปิดมา 25 ปี สินค้าสร้างชื่อ ชิฟฟรอนมะพร้าวออ่อน พายลูกตาล ตอนเปิดมาช่วงแรกทำหน้าโรงงานขนมของป๋า ทำมา 5 ปีแรก ถึงได้ขยายเข้าห้างกรุงเทพ ปีแรกพอออกในห้างมีแม่ค้ารับไปขาย ยอดขายต่อวันเป็นหลักแสน เดือนหนึ่งยอดขายประมาณ 2 ล้าน บาท ในช่วงแรก


ปรับเปลี่ยนรูปแบบแฟรนไชส์
รองรับเปลี่ยนจากเบเกอรี่ เป็น คาเฟ่


ในส่วนของแฟรนไชส์ ต้องบอกว่า มีการปรับกันบ่อยมาก คือ ต้องทำโมเดล และทดลองเปิดด้วยตัวเองก่อน ถ้าไม่สำเร็จไม่ทำต่อ ช่วงแรกทำแฟรนไชส์ร้านอาหารร่วมด้วย แต่ไม่สำเร็จเลยเลิกไป ตอนนี้ มีการปรับ โดยให้สามารถนำขนมหรือ เครื่องดื่มเข้ามาขายร่วมกับขนมของเราได้ โดยไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันขนมของแบรนด์บ้านอุ๋ม มีประมาณ 50-60 รายการ การนำสินค้าขนมเครื่องดื่มอื่นๆ มาขายร่วมด้วย เพื่อต้องการเปิดกว้างให้ร้านออกมาในรูปแบบของคาเฟ่ ตามเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ชอบใช้บริการ คาเฟ่

ทั้งนี้ ที่เราต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบของแฟรนไชส์ เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป หลายคนชอบเข้าร้านที่เป็นคาเฟ่ อยากให้คนที่ซื้อแฟรนไชส์ของเราไปสามารถทำอะไรที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ มากกว่า การที่จะเป็นร้านเบเกอรี่ธรรมดา


ผลกระทบเศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน ฉุดยอดขายร่วง

ในส่วนของยอดขายในช่วงนี้ ก็ต้องยอมรับว่า ได้รับผลกระทบเหมือนกัน จากราคาสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน สังเกตจากพฤติกรรมของผู้บริโภค อย่างที่คนที่มาไหว้พระหลวงพ่อโสธรฯ จากเดิม จะซื้อของฝากกลับไปฝากคนทางบ้าน แต่ตอนนี้เห็นว่าพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไป ไหว้พระ และกินอาหารเล็กน้อย และแทบจะไม่ได้ซื้อของฝากอะไรกลับไป เยอะเหมือนในอดีต และจากการที่เราตั้งใจจะเปิดแฟรนไชส์ ปีละ 12 สาขา ไม่มั่นใจว่าจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ไหม เพราะก่อนสงครามตะวันออกกลาง ตั้งใจเปิด 5 สาขา ก็หยุดเลย เพราะด้วยราคาน้ำมัน และสภาพเศรษฐกิจช่วงนี้ ทำให้หลายคนหยุดไม่กล้าลงทุน ช่วงนี้

เจ้าของแบรนด์บ้านอุ๋ม ได้พูดถึงการปรับตัว ว่า ที่ผ่านมานอกจากผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ของเราเองแล้ว ยังรับผลิตสินค้าแบรนด์อื่นๆ ด้วย และยังได้พัฒนาสูตรขนมที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ และคนสำหรับผู้ป่วยออกมาด้วย โดยทำงานร่วมกับนักโภชนาการของโรงพยาบาล เพื่อทำขนมที่ป่วยสามารถกินได้ เป็นการผลิตในรูปแบบของOEM



ติดต่อ Facebook : ขนมบ้านอุ๋ม BaanOum




คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *