Shinhan Financial Group กลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำของเกาหลีใต้ ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Visa เพื่อนำแพลตฟอร์มสเตเบิลคอยน์มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มุ่งปฏิรูประบบชำระเงินด้วยบัตร เครือข่ายธุรกรรมองค์กร และโมเดลการเงินขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ การเดินเกมรุกของธนาคารยักษ์ใหญ่เอเชียสะท้อนการเชื่อมต่อระบบการเงินดั้งเดิมเข้ากับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม
Shinhan Financial Group ขยับตัวครั้งสำคัญในสมรภูมิฟินเทคระดับสากล ผ่านข้อตกลงความร่วมมือกับเครือข่ายการชำระเงินระดับโลกอย่าง Visa ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยสเตเบิลคอยน์ ปัญญาประดิษฐ์ และธุรกรรมการชำระเงินระหว่างภาคธุรกิจ การประสานพลังของสองยักษ์ใหญ่จะใช้แพลตฟอร์มสเตเบิลคอยน์ของ Visa เป็นแกนหลักในการตรวจสอบกระบวนการออก การโอน และการไถ่ถอนสินทรัพย์ เพื่อออกแบบโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ระบบนิเวศการเงินของเกาหลีใต้โดยเฉพาะ
จิน อ๊กดง (Jin Ok-dong) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Shinhan Financial Group ระบุเป้าหมายการขยายความเป็นพันธมิตรร่วมกับ Visa ไปสู่ภาคการเงินดิจิทัลในวงกว้าง การผสานขีดความสามารถทางการเงินของกลุ่มเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกของ Visa จะช่วยยกระดับประสบการณ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ให้แก่ลูกค้า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวตอกย้ำความพร้อมด้านสภาพคล่อง หลังกลุ่มบริษัทเปิดเผยตัวเลขกำไรสุทธิในไตรมาสล่าสุดสูงถึง 1.82 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์
โครงการนำร่องภายใต้ข้อตกลงนี้จะนำสเตเบิลคอยน์มาประยุกต์ใช้กับการชำระราคาผ่านบัตรเครดิต รวมถึงการพัฒนาโมเดลธุรกรรมอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีเอไอ ตลอดจนการขยายโครงข่ายการชำระเงินแบบ B2B และ B2C สถาบันการเงินแห่งนี้เตรียมระดมศักยภาพของบริษัทลูกชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Shinhan Bank, Shinhan Card และ Jeju Bank มาร่วมผนึกกำลังกับเครือข่ายระดับโลกของ Visa เพื่อยกระดับความเร็วและลดต้นทุนตัวกลางในระบบชำระเงินข้ามพรมแดน
ก่อนหน้านี้ Shinhan เดินหน้าปูพรมเทคโนโลยีบล็อกเชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนเมษายน 2569 Shinhan Card ได้จับมือกับ Solana Foundation ทดสอบระบบชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์บนบล็อกเชนเลเยอร์ 1 ขณะที่ช่วงต้นเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ฝ่ายบริหารสินทรัพย์ของกลุ่มได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับ Solana Foundation, Etherfuse และ Orca เพื่อทดลองออกและจัดจำหน่ายกองทุนโทเคนในสกุลเงินวอน สัญญาณเหล่านี้ยืนยันชัดเจนว่าสถาบันการเงินดั้งเดิมไม่ได้มองคริปโตเป็นเพียงทางเลือก แต่กำลังผสานเข้าเป็นแกนหลักของโครงสร้างธุรกิจ
ก้าวสำคัญของภาคการเงินเกาหลีใต้เกิดขึ้นท่ามกลางการผลักดันพระราชบัญญัติพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Digital Asset Basic Act ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์ เกณฑ์ใบอนุญาตผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน ไปจนถึงกองทุน ETF ในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี เมื่อกรอบกติกาทางกฎหมายเริ่มชัดเจน เม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันจึงพร้อมทะลักเข้าสู่ระบบนิเวศบล็อกเชน นับเป็นสัญญาณเตือนให้ระบบการเงินทั่วภูมิภาคเอเชียรวมถึงไทย ต้องเร่งปรับตัวรับมือคลื่นปฏิรูปการเงินดิจิทัลระลอกใหม่นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้