xs
xsm
sm
md
lg

ตลาดคริปโตเข้าโซน“โลภสุดขีด” หลังBTCพุ่งลิ่วสัปดาห์เดียว24%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ดัชนีความกลัวและความโลภของ CoinMarketCap ชี้ตลาดคริปโตเข้าสู่ภาวะ “โลภสุดขีด” ครั้งแรกนับจากปลายปี 2024
ตลาดคริปโตเข้าสู่ภาวะ “โลภสุดขีด” ครั้งแรกนับจากปลายปี 2024 โดยดัชนีความกลัวและความโลภของ CoinMarketCap พุ่งแตะ 81 เมื่อคืนวันจันทร์ (24 ส.ค.) และยังคงอยู่ระดับเดิมในวันถัดมา หลังราคาบิตคอยน์เดินหน้าบวก 24% ภายใน 7 วัน

หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ดัชนีความกลัวและความโลภของ CoinMarketCap อยู่ที่เพียง 41 และ 36 เมื่อเดือนก่อน ตัวเลขล่าสุดจึงหมายถึงการเพิ่มขึ้น 40 จุดภายใน 7 วัน และ 45 จุดภายใน 1 เดือน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหลังจากในช่วงครึ่งแรกของปีนี้นักลงทุนยังอยู่ในโหมดระแวดระวัง

สำหรับ CoinMarketCap ระดับ Extreme Greed หรือโลภสุดขีด เริ่มต้นที่ 80 โดยค่าดัชนีที่สูงกว่าระดับนี้หมายถึงตลาดมีแรงซื้อสูงและนักลงทุนมั่นใจอย่างมาก กระนั้น CoinMarketCap เตือนว่า ความเชื่อมั่นที่สูงเกินไปอาจเป็นสัญญาณว่า ตลาดอยู่ในภาวะร้อนแรงเกินไปและมีความเสี่ยงในการปรับฐาน

ดัชนีนี้มาจากการคำนวณโมเมนตัมของราคา ความผันผวน กิจกรรมในตลาดอนุพันธ์ โครงสร้างและสัดส่วนของตลาด ข้อมูลโซเชียลมีเดียและเอ็นเกจเมนต์บนแพลตฟอร์ม

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนก.พ. ดัชนีนี้ให้ภาพตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง โดยในวันที่ 5 ก.พ. ดัชนีหล่นลงไปอยู่ที่ 5 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดของปี 2026 บ่งชี้ภาวะกลัวสุดขีด (Extreme Fear)

การปรับตัวจากระดับ 5 มาเป็น 81 เท่ากับว่า ภายในเวลาไม่ถึง 7 เดือน ความรู้สึกในตลาดเปลี่ยนจากความกลัวสุดขีดสู่ความโลภสุดขีด

BTC ดีดแรงหนุนความเชื่อมั่น
บิตคอยน์เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันดัชนีความกลัวและความโลภล่าสุด โดยภายในสัปดาห์เดียว ราคา BTC ทะยานขึ้นถึงราว 24% แถมช่วงหนึ่งในการซื้อขายเมื่อวันอังคาร (25 ส.ค.) ยังทะลุ 80,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับจากเดือนพ.ค. ก่อนปรับตัวลงมาอยู่แถวๆ 79,000 ดอลลาร์

CoinMarketCap ระบุว่า ในช่วงที่บิตคอยน์พุ่งขึ้น 24% ดัชนีความกลัวและความโลภเพิ่มขึ้นจาก 41 เป็น 81 และมูลค่าตลาดรวมของคริปโตเมื่อวันจันทร์อยู่ที่ประมาณ 2.67 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 23.8% ภายในหนึ่งสัปดาห์ โดยเกือบ 60% ของตัวเลขนี้คือมูลค่าตลาดของบิตคอยน์

ทั้งนี้ การที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้วเรื่องการเพิ่มวงเงินสูงสุดในการซื้อคืนพันธบัตรคลังระยะยาวจาก 2,000 ล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ต่อรอบตั้งแต่ต้นเดือนก.ย. เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในตลาดพันธบัตร ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยาวปรับตัวลดลง ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่า แต่บิตคอยน์ดีดขึ้นจากราว 64,100 ดอลลาร์ ไปจ่อ 69,500 ดอลลาร์ภายใน 12 ชั่วโมง

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นผลจากการที่ตลาดตีความความเคลื่อนไหวของกระทรวงการคลังว่า เป็นการส่งสัญญาณภาวะการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นซึ่งเอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์อย่างน้อยในระยะสั้น ขณะที่ผลลัพธ์ทางอ้อมจากมาตรการนี้ที่ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง อาจทำให้นักลงทุนโยกเงินบางส่วนไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น เช่น หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโต

อย่างไรก็ตาม Crypto News ตั้งข้อสังเกตว่า ดัชนีชี้วัดความรู้สึกในตลาดคริปโตของ Alternative.me ยังคงอยู่ที่ระดับ “โลภ” โดยอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ “โลภสุดขีด” ของตนเองประมาณ 6 จุด

ความแตกต่างนี้สืบเนื่องจากข้อมูลและวิธีการคำนวณที่ต่างกัน โดยดัชนีของ Alternative.me เน้นข้อมูลเกี่ยวกับบิตคอยน์เป็นหลัก โดยพิจารณาจากความผันผวน โมเมนตัมในตลาดและปริมาณการซื้อขาย กิจกรรมบนโซเชียลมีเดีย สัดส่วนมูลค่าตลาดของบิตคอยน์เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดรวมของคริปโต (Bitcoin Dominance) และเทรนด์การค้นหาในกูเกิล

Alternative.me อธิบายว่า หาก Bitcoin Dominance สูงขึ้น อาจหมายความว่า นักลงทุนกำลังลดความเสี่ยงจากเหรียญที่มีการเก็งกำไรสูง ซึ่งเป็นสัญญาณความกลัวมากกว่าความโลภ

ขณะที่ CoinMarketCap พิจารณาจากสภาวะตลาดคริปโตมูลค่าสูงสุด 10 สกุลไม่รวมสเตเบิลคอยน์ นอกจากนั้นยังรวมข้อมูลออปชั่นของบิตคอยน์และอีเธอเรียม

แม้วิธีคำนวณต่างกัน แต่ทั้งสองดัชนีสะท้อนภาพเดียวกันคือ ความเชื่อมั่นของตลาดคริปโตปรับตัวดีขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากบิตคอยน์ฟื้นจากภาวะตกต่ำในช่วงกลางปี

อย่างไรก็ตาม Alternative.me เตือนว่า ไม่ควรใช้ดัชนีความกลัวและความโลภเป็นคำแนะนำในการลงทุนโดยตรง และภาวะที่นักลงทุนมีความโลภสูงเกินไปอาจเกิดขึ้นก่อนที่ตลาดจะเข้าสู่การปรับฐาน