คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างกฎหมายตลาดทุน 4 ฉบับ ครอบคลุมการปรับปรุงกฎหมาย 6 เรื่อง ทั้งด้านการส่งเสริมตลาดทุนดิจิทัล การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตลาดรองและองค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับผู้ประกอบธุรกิจฯ การระดมทุน การกำกับดูแลสำนักสอบบัญชี ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่) พ.ศ. ร่างพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฉบับที่) พ.ศ. ร่างพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน (ฉบับที่) พ.ศ.. และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 พ.ศ. ต่อคณะรัฐมนตรี โดยร่างพระราชบัญญัติทั้ง 4 ฉบับ ได้ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว
การเสนอปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว มีสาระสำคัญสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 เรื่อง ได้แก่
(1) การส่งเสริมตลาดทุนดิจิทัล เช่น การแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดทุนให้ครบถ้วน และการเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับผู้ให้บริการระบบที่มีนัยสำคัญต่อตลาดทุน
(2) การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น การปรับปรุงการกำกับดูแลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และการเพิ่มบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลบุคลากรในธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
(3) การกำกับดูแลตลาดรองและองค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น
การปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อลดข้อจำกัดในการจัดตั้งและการประกอบการ การเพิ่มมาตรการกำกับดูแลให้การกำกับตลาดหลักทรัพย์มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และการเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์ของสมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์
(4) การระดมทุน การกำกับดูแลสำนักงานสอบบัญชีและผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุน เช่น การปรับปรุงเกี่ยวกับการออกและเสนอขายหลักทรัพย์และหุ้นกู้ การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการโดยให้รวมถึงทรัสต์ และการกำกับดูแลสำนักงานสอบบัญชีและผู้ให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุน
(5) การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและการกำหนดมาตรการลงโทษ เช่น การกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของ ก.ล.ต. มีอำนาจสอบสวนร่วมในความผิดบางประเภทที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นต่อระบบตลาดทุนหรือระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งปรับปรุงบทกำหนดโทษ โดยเพิ่มมาตรการปรับเป็นพินัยให้สอดคล้องกับหลักการตามมาตรา 77 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565
(6) เรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารองค์กรของ ก.ล.ต.
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า "ร่างกฎหมายตลาดทุนทั้ง 4 ฉบับ เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยยกระดับโครงสร้างตลาดทุนไทยเดินหน้าสู่ขั้นตอนต่อไปได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ตลาดทุนมีความให้ทันสมัย โปร่งใส และแข่งขันได้ในระยะยาว พร้อมทั้งมุ่งเน้นการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจและผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง และการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายให้มีความรวดเร็วและเข้มข้นยิ่งขึ้น ตลอดจนสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เสริมความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน และเพิ่มบทบาทตลาดทุนในการสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ"
ทั้งนี้ ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับแล้ว จะดำเนินการตามขั้นตอนการเสนอร่างกฎหมายต่อไป โดยต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของรัฐสภา ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตามที่กฎหมายกำหนด
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายสำคัญด้านตลาดทุนจำนวน 4 ฉบับ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้มีความเหมาะสมกับพัฒนาการของตลาดทุนและระบบการเงินในปัจจุบัน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของตลาดทุนไทย ประกอบด้วย
1. ร่างพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. . เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และกลไกการกำกับดูแลตลาดทุนให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของตลาดทุนที่เปลี่ยนแปลงไป มีสาระสำคัญ ได้แก่
ด้านเทคโนโลยี เพิ่มการกำกับดูแลผู้ให้บริการระบบที่มีนัยสำคัญต่อตลาดทุน (Digital Infrastructure) และรองรับการส่ง รับ โฆษณา ประกาศ เอกสารหรือข้อมูลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ชัดเจนและมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
ยกระดับการกำกับ Gatekeepers ครอบคลุมผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) ผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน (Valuer) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (CRA) ทั้งในและต่างประเทศ และบุคลากรในธุรกิจหลักทรัพย์ ทำให้กำกับดูแลสำนักงานสอบบัญชีได้โดยตรงตลอด gatekeeper chain
การบังคับใช้กฎหมาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. มีอำนาจสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนหรือพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดี high impact และปรับโครงสร้างโทษเป็นมาตรการปรับเป็นพินัยให้ได้สัดส่วนกับความรุนแรงของการกระทำผิด
2.ร่างพ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. . เพื่อปรับปรุงกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ให้รองรับพัฒนาการของผลิตภัณฑ์และธุรกรรมทางการเงิน สาระสำคัญ อาทิ
รองรับกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการส่ง รับ โฆษณา ประกาศ เอกสารหรือข้อมูล ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เพิ่มอำนาจสอบสวนร่วม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. สอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนหรือพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดี high impact
3.ร่างพ.ร.บ.ทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. . เพื่อปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและการดำเนินธุรกรรมในรูปแบบทรัสต์ ให้มีความเหมาะสมและสนับสนุนการพัฒนาตลาดทุน สาระสำคัญ อาทิ
รองรับกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการส่ง รับ โฆษณา ประกาศ เอกสารหรือข้อมูล ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวก ลดภาระและระยะเวลาการดำเนินการของประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจ
4.ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. . เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้สอดรับกับพัฒนาการของตลาดและรูปแบบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สาระสำคัญ อาทิ
เพิ่มอำนาจสอบสวนร่วม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. สอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนหรือพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดี high impact เพื่อให้กระบวนการก่อนฟ้องรวบรัด รวดเร็ว และสมบูรณ์ยิ่งขึ้น