ผู้จัดการรายวัน — ดัชมิลล์เร่งสปีดเกมสุขภาพ ยอมรับต้นทุนพุ่ง 10% จากความขัดแย้งของสงครามตะวันออกกลาง เดินหน้าปรับพอร์ตจาก “นมแมส” สู่สินค้ามูลค่าเพิ่ม ชูยุทธศาสตร์ 4P ลุย ยกระดับทัพสินค้าทางเลือกสุขภาพ สู่ “Healthier Shelf” พร้อมดึง “หนุ่ม กรรชัย” เสริมพลังแบรนด์ มั่นใจ “Proten” เบียดขึ้นอันดับสองได้ภายในสิ้นปีนี้
ดร.วรรัตน์ ฉายสว่างวงศ์ ผู้จัดการนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์และวิจัย กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ เปิดเผยว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทเพิ่มขึ้นราว 10% โดยเฉพาะพลังงาน วัตถุดิบ และโลจิสติกส์ ทำให้บริษัทเร่งปรับพอร์ตสินค้าไปสู่กลุ่มที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ควบคู่กับการขยายตลาดสุขภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในโอกาสเติบโตสำคัญท่ามกลางตลาดนมโดยรวมที่ยังทรงตัว โดยแผนการดำเนินงานในปีนี้ จะมีการออกสินค้าใหม่อีกกว่า 20 SKU พร้อมทั้งมีการลงทุนด้านกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการมากขึ้น ภายใต้งบการตลาดปีนี้ที่ใช้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันดัชมิลล์ให้ความสำคัญกับการสื่อสารระดับ Corporate Brand ด้วยการดึง “หนุ่ม–กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นพรีเซ็นเตอร์องค์กร โดยถือเป็นพรีเซ็นเตอร์องค์กรคนแรกในประวัติศาสตร์ของดัชมิลล์ ล่าสุดในปีนี้บริษัทเดินหน้าแคมเปญ “ตรวจตราให้มั่นใจ ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องหมายทางเลือกสุขภาพจากดัชมิลล์” จึงได้ดึง หนุ่ม กรรชัย ร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์แคมเปญ เพื่อสื่อสารเรื่อง “ตราทางเลือกสุขภาพ” ให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างอีกด้วย
ขณะเดียวกันดัชมิลล์ได้พัฒนา “Healthier Shelf” เป็นพื้นที่รวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในช่องทางค้าปลีก ร่วมกับพันธมิตรในโมเดิร์นเทรด เพื่อให้ผู้บริโภคมองเห็นสินค้าและตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น
ด้านนายจิตรภณ ไตรรัตน์วรวุฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าปรับพอร์ตตามเทรนด์สุขภาพ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ “ตราทางเลือกสุขภาพ” จากปัจจุบัน 15-20% ให้เกิน 50% ของพอร์ตสินค้าซึ่งมีกว่า 500 SKU ภายใน 3-5 ปี ผ่านยุทธศาสตร์ 4P ได้แก่ Protein, Plant-based, Probiotic และ Purity โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพและสร้างความแตกต่างจากการแข่งขันในตลาดนมแบบเดิม
สำหรับกลุ่ม Protein ดัชมิลล์ให้น้ำหนักเป็นพิเศษ หลังทำตลาดมาได้ประมาณ 1 ปี ปัจจุบัน “Proten” ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของตลาด คาดว่าสิ้นปีนี้จะสามารถขึ้นเป็นอันดับ 2 ได้ ขณะที่ตลาดนมไฮโปรตีนเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนทางกับภาพรวม Total Dairy มูลค่า 70,000 ล้านบาท ที่อยู่ในภาวะทรงตัว จากปี 2566-2568 มีมูลค่าราว 67,000 ลเานบาท แม้ตลาดจะไม่ได้เติบโตหวือหวา แต่ยังมีโอกาสจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น โดยดัชมิลล์ยังรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งประมาณ 25%
ดังนั้นโจทย์สำคัญของบริษัทจึงไม่ใช่เพียงการรักษาฐานตลาดเดิม แต่ต้องสร้างหมวดสินค้าใหม่ที่มีศักยภาพเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มโปรตีนและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตเพิ่มเติมในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
ขณะเดียวกันในปีนี้ดัชมิลล์เดินหน้าลงทุนด้านช่องทางจัดจำหน่ายและเทคโนโลยี โดยมี Vending Machine มากกว่า 2,000 ตู้ ทั่วประเทศ พร้อมเปิด Dutch Mill E-Store รุกตลาดอีคอมเมิร์ซ ส่งนมสดแช่เย็นจากโรงงานถึงผู้บริโภคผ่านระบบ Cold-Chain Logistics ซึ่งการขยายช่องทางดังกล่าวช่วยให้ดัชมิลล์เชื่อมการขายตั้งแต่ Direct Sales, Retail, Vending Machine ไปจนถึง E-Commerce เพิ่มช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง และรองรับการขยายพอร์ตสินค้าเพื่อสุขภาพและสินค้ามูลค่าเพิ่มในอนาคต.