● นับเป็นความร่วมมือระดับโลกครั้งแรกที่ผสานรวมนวัตกรรมความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้ากับบริการให้คำปรึกษาและบริการจัดการระบบ (Managed Services) ระดับองค์กร
● เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถรับมือและก้าวทันเทคโนโลยี Frontier AI ด้วยการบูรณาการด้าน ธรรมาภิบาล AI (AI Governance) ข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคาม และความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างครบวงจร
● ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือด้านนวัตกรรม (Co-innovation) การพัฒนาระบบทางวิศวกรรมร่วมกัน การส่งมอบบริการที่ประสานงานในระดับโลก และทีมผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจาก Palo Alto Networks มากกว่า 2,000 คน
NTT DATA ผู้นำระดับโลกด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ธุรกิจดิจิทัล และบริการด้านเทคโนโลยี ร่วมกับ Palo Alto Networks (NASDAQ: PANW) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวหลายปี เพื่อสนับสนุนองค์กรในการนำ AI มาใช้อย่างปลอดภัย ยกระดับระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้ทันสมัย ลดความซับซ้อนของสภาพแวดล้อมด้านเทคโนโลยี และเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ (Cyber Resilience) เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับยุค AI
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็น พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในรูปแบบดังกล่าวครั้งแรกของ Palo Alto Networks กับผู้ให้บริการด้านการบูรณาการระบบ (Global Systems Integrator) ระดับโลก โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าธุรกิจร่วมกัน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในระยะเวลา 3 ปี หรือภายในปี 2029 ผ่านการผสานแพลตฟอร์มความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Palo Alto Networks เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษา วิศวกรรม และบริการบริหารจัดการระบบของ NTT DATA
ภายใต้ความร่วมมือด้านวิศวกรรม การร่วมพัฒนานวัตกรรม (Co-innovation) และการส่งมอบบริการที่ประสานงานร่วมกันในระดับโลก พันธมิตรครั้งนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถ ประเมินความเสี่ยงทางไซเบอร์ นำ AI มาใช้งานได้อย่างปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับการดูแลความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แบบครบวงจร ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การนำระบบไปใช้งาน ไปจนถึงบริการบริหารจัดการระบบ (Managed Services) อย่างไร้รอยต่อ
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ต่อยอดจากความร่วมมือด้าน Frontier AI ของทั้งสองบริษัท โดยผสานศักยภาพด้านข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคามของ Unit 42® จาก Palo Alto Networks เข้ากับความเชี่ยวชาญระดับโลกของ NTT DATA ในด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ธรรมาภิบาล AI (AI Governance) และบริการบริหารจัดการระบบ (Managed Services) ความร่วมมือนี้ได้รับการสนับสนุนจากการลงทุนร่วมกัน พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรองมากกว่า 2,000 คน รวมถึงทีม Forward Deployed Engineers โดยเฉพาะ เพื่อช่วยลดความซับซ้อนในการติดตั้งและนำระบบไปใช้งาน พร้อมเร่งสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจให้แก่ลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ด้วยความร่วมมือโดยตรงระหว่างทีมวิศวกรรม NTT DATA จะสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ของแพลตฟอร์มได้ก่อนซึ่งจะช่วยเร่งการพัฒนาและส่งมอบบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับ AI ให้แก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
โซลูชันเบื้องต้นจะมุ่งเน้นไปที่การรับมือกับความท้าทายด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เร่งด่วนที่สุดที่ลูกค้ากำลังเผชิญ ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบเข้มงวดและมีความสำคัญสูง เช่น บริการทางการเงิน การดูแลสุขภาพ การผลิต และภาครัฐ โดยครอบคลุม 6 ด้านสำคัญของการพลิกโฉมเชิงกลยุทธ์ (Strategic Transformation) ได้แก่:
● ศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัยอัตโนมัติ (Autonomous SOC) – ยกระดับการดำเนินงานด้านความปลอดภัยให้ทันสมัยด้วย Agentic AI และบริการจัดการระบบที่ช่วยให้องค์กรตรวจจับ สืบสวน และตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทวีความซับซ้อนและรวดเร็วระดับเครื่องจักรได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมช่วยลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงาน
● ธรรมาภิบาล AI (AI Governance) – บูรณาการหลักธรรมาภิบาล ความมั่นคงปลอดภัย และการบริหารความเสี่ยงตลอด
วงจรชีวิตของ AI เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่เกิดจาก AI พร้อมขยายการใช้นวัตกรรม AI ได้อย่างมั่นใจ ภายใต้กรอบความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และการควบคุมที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
● ความปลอดภัยของข้อมูลระบุตัวตน (Identity Security) – ปกป้องข้อมูลระบุตัวตนของบุคคล เครื่องจักร และตัวแทน AI รวมถึงเวิร์กโหลดและอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยของข้อมูลระบุตัวตน (Identity Security Framework) ที่ออกแบบมาเพื่อค้นหา จัดการ รักษาความปลอดภัย และกำกับดูแลข้อมูลระบุตัวตนทั่วทั้งองค์กร
● Zero Trust และ SASE – เสริมความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งาน แอปพลิเคชัน และข้อมูล ท่ามกลางพื้นผิวการโจมตี (Attack Surface) ที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ผ่าน Zero Trust และ Secure Edge แบบบูรณาการ พร้อมใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามอย่างมีประสิทธิภาพ
● ความยืดหยุ่นและความมั่นคงปลอดภัยของระบบคลาวด์ (Resilient Cloud) – ช่วยให้องค์กรเพิ่มความสามารถในการมองเห็นและตรวจสอบระบบ ยกระดับการปฏิบัติตามข้อกำหนดและลดความเสี่ยงโดยอัตโนมัติในสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์ (Multi-cloud) ด้วยการบริหารจัดการสถานะความมั่นคงปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้านการกำกับดูแล
● การปรับปรุงไฟร์วอลล์ให้ทันสมัย (Firewall Modernization) – ปรับปรุงสภาพแวดล้อมไฟร์วอลล์ให้ทันสมัยเพื่อลดความซับซ้อนเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองเห็น และเสริมความแข็งแกร่งให้กับความปลอดภัยขององค์กร “AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมทั้งภาคธุรกิจและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ส่งผลให้ความร่วมมือเชิงลึกระหว่างพันธมิตรในระบบนิเวศมีความสำคัญมากกว่าที่เคย” นิเคช อโรรา ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Palo Alto Networks กล่าว “การขยายความร่วมมือกับ NTT DATA จะช่วยให้เราสามารถนำแนวคิด Platformization ไปสู่การใช้งานจริงในระดับโลก ช่วยให้องค์กรลดความซับซ้อนของระบบ
เดิม และขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องลดทอนมาตรฐานด้านความปลอดภัย”
“AI กำลังเข้ามาพลิกโฉมทุกมิติขององค์กร ขณะเดียวกันก็ทำให้ภูมิทัศน์ภัยคุกคามเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วในระดับที่ไม่เคย
เกิดขึ้นมาก่อน องค์กรจึงจำเป็นต้องมีแนวทางใหม่ในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ (Cyber Resilience) ที่ผสานเทคโนโลยีความมั่นคงปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงลึกในแต่ ละอุตสาหกรรมและศักยภาพการดำเนินงานในระดับโลก” อภิจิต ดูเบย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่
ฝ่าย AI ของ NTT DATA, Inc. กล่าว
“ความร่วมมือกับ Palo Alto Networks จะผสานนวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้ากับศักยภาพของ NTT DATA ในด้านการให้คำปรึกษา วิศวกรรม และบริการบริหารจัดการ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถนำ AI มาใช้งานได้อย่างปลอดภัย พร้อมรับมือและก้าวทันภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง”
NTT DATA นำความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลกมาสนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้ ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กว่า 7,500 คน ศูนย์ส่งมอบบริการมากกว่า 70 แห่ง และศูนย์ป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์ (Cyber Defense Centers) มากกว่า 20 แห่ง ทั่วโลก เมื่อผสานศักยภาพดังกล่าวเข้ากับแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Palo Alto Networks และข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคามจาก Unit 42 ความร่วมมือนี้จะช่วยให้องค์กรเข้าถึงทั้งเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายการให้บริการระดับโลกที่จำเป็นต่อการนำ AI มาใช้งานได้อย่างปลอดภัย แม้ในสภาพแวดล้อมด้านเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน
เกี่ยวกับ NTT DATA
NTT DATA เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่ติดอันดับ Fortune Global 100 โดยมุ่งมั่นสร้างความสำเร็จให้แก่ลูกค้า พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมผ่านนวัตกรรมที่มีความรับผิดชอบ บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการชั้นนำของโลกด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นครอบคลุม AI ระดับองค์กร คลาวด์ ความมั่นคงปลอดภัย การเชื่อมต่อ ศูนย์ข้อมูล และบริการด้านแอปพลิเคชัน ขณะที่บริการให้คำปรึกษาและโซลูชันเฉพาะอุตสาหกรรมของบริษัทมีส่วนช่วยให้องค์กรและสังคมก้าวสู่อนาคตดิจิทัลได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน ในฐานะองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกด้านการจ้างงาน (Global Top Employer) NTT DATA มีผู้เชี่ยวชาญในกว่า 70 ประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงระบบนิเวศด้านนวัตกรรมที่แข็งแกร่ง ทั้งเครือข่ายศูนย์นวัตกรรม พันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ ตลอดจนบริษัทสตาร์ทอัพ
NTT DATA เป็นส่วนหนึ่งของ NTT Group ซึ่งลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) มากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ nttdata.com
เกี่ยวกับ Palo Alto Networks
Palo Alto Networks (NASDAQ: PANW) ผู้นำระดับโลกด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI มุ่งปกป้องวิถีชีวิตในโลกดิจิทัลด้วยพอร์ตโฟลิโอโซลูชันและแพลตฟอร์มด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ครอบคลุมทั้ง เครือข่าย (Network) คลาวด์ (Cloud) การปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security Operations) AI และการบริหารจัดการอัตลักษณ์ (Identity) แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของบริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากกว่า 70,000 รายทั่วโลก และเสริมศักยภาพด้วยข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคามจาก Unit 42 ช่วยลดความซับซ้อนของระบบ พร้อมสนับสนุนให้องค์กรสามารถยกระดับและปรับปรุงระบบให้ทันสมัยได้อย่างมั่นใจ ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยท่ามกลางการพัฒนานวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอนาคตของความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ได้ที่ Palo Alto Networks
Palo Alto Networks, Unit 42 และโลโก้ Palo Alto Networks เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Palo Alto Networks, Inc. ในสหรัฐอเมริกาและเขตอำนาจศาลต่าง ๆ ทั่วโลก ส่วนเครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า หรือเครื่องหมายบริการอื่น ๆ ที่ใช้หรือกล่าวถึงในเอกสารฉบับนี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของแต่ละราย
ข้อความคาดการณ์ในอนาคต (Forward-Looking Statements)
ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีข้อความคาดการณ์ในอนาคต ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และข้อสมมติฐานต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อความที่เกี่ยวกับประโยชน์ ผลกระทบ ประสิทธิภาพ หรือประโยชน์ ผลกระทบ และประสิทธิภาพที่อาจเกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของบริษัท ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ข้อความคาดการณ์ในอนาคตดังกล่าวมิได้เป็นการรับประกันผลการดำเนินงานในอนาคต และมีปัจจัยหลายประการที่อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากข้อความที่ระบุไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้
บริษัทได้ระบุความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่สำคัญบางประการซึ่งอาจส่งผลต่อผลประกอบการและผลการดำเนินงานของบริษัทไว้ใน รายงานประจำปีแบบ Form 10-K ฉบับล่าสุด รายงานประจำไตรมาสแบบ Form 10-Q ฉบับล่าสุด ตลอดจนเอกสารอื่น ๆ ที่บริษัทยื่นต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Securities and Exchange Commission: SEC) เป็นครั้งคราว โดยสามารถดูข้อมูลดังกล่าวได้ที่
เว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ของ Palo Alto Networks และ เว็บไซต์ของ SEC
ข้อความคาดการณ์ในอนาคตทั้งหมดที่ปรากฏในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้อ้างอิงจากข้อมูลที่บริษัทมีอยู่ ณ วันที่เผยแพร่ และบริษัทไม่มีภาระผูกพันในการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อความคาดการณ์ดังกล่าวเพื่อสะท้อนถึงเหตุการณ์หรือสถานการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นภายหลังวันที่มีการจัดทำข้อความดังกล่าว