xs
xsm
sm
md
lg

Samsung จ่ายจุกๆคืนผู้ถือหุ้นสูงสุด 2.6 ล้านล้านบาท แต่หุ้นร่วง 8% สวนข่าว!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



Samsung Electronics บริษัทเรือธงของกลุ่มแชโบลเกาหลีใต้ ประกาศแผนคืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท หลังธุรกิจชิปหน่วยความจำเติบโตตามความต้องการระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

คณะกรรมการบริษัทอนุมัติกรอบคืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในปี 2569 วงเงินประมาณ 90–110 ล้านล้านวอน หรือราว 2.1–2.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นประมาณ 4.4–5.4 เท่าของสถิติเดิมที่ 20.3 ล้านล้านวอนในปี 2563 และถือเป็นวงเงินคืนผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นสูงที่สุดเท่าที่บริษัทเกาหลีใต้เคยประกาศ

แผนดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ Samsung ที่กำหนดให้นำกระแสเงินสดอิสระ หรือ Free Cash Flow จำนวน 50% ที่สะสมในช่วงปี 2567–2569 มาคืนให้ผู้ถือหุ้น

เบื้องต้น Samsung เตรียมจ่ายเงินปันผลในไตรมาส 3 ประมาณ 30 ล้านล้านวอน หรือราว 7.1 แสนล้านบาท โดยรวมเงินปันผลตามปกติเอาไว้ด้วย ส่วนรายละเอียดและสัดส่วนที่แน่นอนจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังอนุมัติซื้อหุ้นคืนวงเงินประมาณ 15 ล้านล้านวอน หรือราว 3.5 แสนล้านบาท เพื่อนำไปใช้เป็นค่าตอบแทนพนักงานในรูปหุ้น

อย่างไรก็ตาม หุ้นซื้อคืนส่วนนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาตัดทิ้งทั้งหมด เพราะจะถูกนำกลับมาใช้เป็นค่าตอบแทนพนักงาน ผลต่อการลดจำนวนหุ้นหมุนเวียนและการเพิ่มกำไรต่อหุ้นจึงอาจไม่ถาวรเท่ากับการซื้อหุ้นคืนแล้วตัดหุ้นออกจากระบบ

สำหรับวงเงินส่วนที่เหลือประมาณ 60–80 ล้านล้านวอน หรือราว 1.4–1.9 ล้านล้านบาท Samsung จะพิจารณาว่าจะคืนให้ผู้ถือหุ้นผ่านเงินปันผล การซื้อหุ้นคืน หรือการซื้อคืนแล้วตัดหุ้นในสัดส่วนเท่าใด หลังรับรองผลประกอบการปี 2569 โดยคณะกรรมการจะตัดสินใจอีกครั้งในเดือนมกราคม 2570

หุ้นร่วง 8% สวนแผนคืนเงินครั้งประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตาม แม้ Samsung จะประกาศวงเงินคืนผลตอบแทนสูงสุดถึง 110 ล้านล้านวอน แต่หุ้น Samsung Electronics กลับร่วงประมาณ 8% ในช่วงต้นการซื้อขายวันที่ 24 สิงหาคม 2569 หลังนักลงทุนมองว่า วงเงินดังกล่าวต่ำกว่าความคาดหวังบางส่วน และบริษัทยังเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการซื้อหุ้นคืนและการตัดหุ้นไม่ชัดเจนเพียงพอ

จุดที่สร้างความผิดหวังคือ Samsung ยังไม่ได้ระบุว่า เงินส่วนที่เหลืออีก 60–80 ล้านล้านวอนจะถูกแบ่งเป็นเงินปันผล การซื้อหุ้นคืน และการซื้อหุ้นคืนแล้วตัดทิ้งอย่างละเท่าใด ขณะที่รายงานในตลาดก่อนหน้านี้บางส่วนประเมินว่า วงเงินคืนผลตอบแทนอาจสูงถึง 150 ล้านล้านวอน

ตลาดยังนำแผนของ Samsung ไปเปรียบเทียบกับ SK Hynix ซึ่งประกาศซื้อหุ้นคืนและตัดหุ้นทั้งหมดวงเงิน 40 ล้านล้านวอน หรือราว 9.4 แสนล้านบาท พร้อมปรับนโยบายให้นำกระแสเงินสดอิสระสะสมมากกว่า 50% ในช่วงปี 2568–2570 มาคืนให้ผู้ถือหุ้น ทำให้นักลงทุนเห็นผลต่อจำนวนหุ้นหมุนเวียนและกำไรต่อหุ้นได้ชัดเจนกว่า

ภาวะการซื้อขายช่วงต้นวันที่ 24 สิงหาคมจึงแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยหุ้น Samsung Electronics ร่วงประมาณ 8% ขณะที่ SK Hynix เพิ่มขึ้นราว 0.4% และดัชนี KOSPI ลดลงประมาณ 1.5% สะท้อนว่าแรงขายใน Samsung รุนแรงกว่าภาพรวมตลาดอย่างชัดเจน และมีปัจจัยจากความผิดหวังต่อรายละเอียดแผนคืนผลตอบแทนเข้ามากดดันเพิ่มเติม

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังอาจเข้าลักษณะ “Sell on Fact” หรือการขายหลังข่าวจริงออกมา เนื่องจากก่อนหน้านี้หุ้น Samsung ปรับตัวขึ้นรับความคาดหวังเรื่องการคืนเงินก้อนใหญ่ไปแล้ว เมื่อแผนที่ประกาศออกมายังไม่มีรายละเอียดเรื่องการซื้อหุ้นคืนและตัดหุ้นมากเท่าที่นักลงทุนบางส่วนคาดหวัง จึงเกิดแรงขายทำกำไรตามมา