เมื่อความท้าทายของโลกไม่สามารถแก้ได้ด้วยคนคนเดียว ในอดีต องค์กรอาจประสบความสำเร็จได้ด้วย * ผู้นำที่มีคำตอบเก่งที่สุด * ผู้เชี่ยวชาญที่รู้มากที่สุด หรือ * ผู้บริหารที่ตัดสินใจได้เร็วที่สุด แต่โลกปัจจุบันเปลี่ยนไป ปัญหาที่องค์กร ภาครัฐ ชุมชน และประเทศต่างๆ เผชิญในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความขัดแย้งทางสังคม การขาดแคลนแรงงาน หรือการพัฒนาคนรุ่นใหม่ ล้วนเป็น “ปัญหาซับซ้อน” ที่ไม่มีคนใดถือคำตอบทั้งหมดไว้ได้
ดร.นิพัฒน์ ชัยวรมุขกุล ประธานเครือข่ายกระบวนกรนานาชาติ : IAF Thailand International Association of Facilitators 2026-2027 ให้สัมภาษณ์ในโอกาสรับตำแหน่งใหม่เมื่อเร็วๆนี้ คำถามสำคัญในการบริหารทีมงานคือ “เราจะช่วยให้หลายคนร่วมคิด ร่วมมือ และสร้างคำตอบร่วมกันได้อย่างไร?” นี่คือเหตุผลสำคัญที่วิชาชีพกระบวนกร ในการทำ Facilitation ได้รับความสนใจอย่างมากทั่วโลก ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
๐ Why: ทำไม Facilitation จึงสำคัญต่อโลกยุคใหม่
หลายองค์กรลงทุนในการพัฒนากลยุทธ์ การสร้างนวัตกรรม หรือการพัฒนาผู้นำ
แต่สิ่งที่พบอยู่เสมอคือ
● คนเก่งจำนวนมากไม่สามารถทำงานร่วมกันได้
● การประชุมจำนวนมากไม่สามารถนำไปสู่การตัดสินใจที่มีคุณภาพ
● แผนงานที่ยอดเยี่ยมไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริง
● ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่ายไม่สามารถหาจุดร่วมได้
ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการขาดข้อมูล แต่เกิดจากการขาด “กระบวนการ”
ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถคิดร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Facilitation คือศาสตร์และศิลป์ในการออกแบบและนำกระบวนการกลุ่ม เพื่อช่วยให้ผู้คนสามารถมีส่วนร่วม สร้างความเข้าใจร่วม ตัดสินใจร่วม และลงมือทำร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิผล กล่าวอีกนัยหนึ่ง Facilitation ไม่ได้มุ่งสร้างคนที่พูดเก่งที่สุด
แต่สร้างระบบที่ช่วยให้ทุกคนสามารถคิดและสร้างคุณค่าร่วมกันได้ดีที่สุด
๐ What: IAF คืออะไร
IAF หรือ International Association of Facilitators เป็นเครือข่ายวิชาชีพด้าน Facilitation ระดับโลกที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมมาตรฐาน คุณภาพ และจริยธรรมของนักกระบวนกรทั่วโลก ปัจจุบัน IAF มีสมาชิกจากหลายสิบประเทศ ครอบคลุมทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ การศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน และชุมชนต่างๆ
สิ่งที่ทำให้ IAF มีความโดดเด่น คือการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น
● Core Competencies ของ Facilitator
● Code of Ethics
● Statement of Values
● ระบบรับรองวิชาชีพ CPF (Certified Professional Facilitator)
มาตรฐานเหล่านี้ช่วยให้ Facilitation ไม่เป็นเพียงเทคนิคการประชุม แต่เป็นวิชาชีพที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงระบบให้กับองค์กรและสังคมได้อย่างแท้จริง
๐ How: IAF Thailand กำลังทำอะไร
IAF Thailand เป็นชุมชนวิชาชีพที่เชื่อมโยงผู้สนใจและผู้ปฏิบัติงานด้าน Facilitation ในประเทศไทยเข้ากับเครือข่ายระดับโลก
เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการสร้างนักกระบวนกรเพิ่มขึ้น แต่คือการสร้าง “วัฒนธรรมการมีส่วนร่วม” ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย
ผ่านการ
● พัฒนาองค์ความรู้ด้าน Facilitation
● ส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพสากล
● สร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน
● เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานทั้งในและต่างประเทศ
● สนับสนุนการพัฒนาผู้นำในแนวคิด Leader as Facilitator
๐ IAF Thailand เชื่อว่าทักษะ Facilitation ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอาชีพ Facilitatorแต่เป็นทักษะสำคัญของ
● ผู้บริหาร
● ผู้จัดการ
● HR
● ครูและอาจารย์
● ที่ปรึกษา
● โค้ช
● ผู้นำชุมชน
● ผู้กำหนดนโยบาย
รวมถึงทุกคนที่ต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น
๐ IAF Thailand สำคัญอย่างไรต่อประเทศไทย
ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น
● การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน
● การพัฒนากำลังคน
● การลดความขัดแย้ง
● การสร้างนวัตกรรม
● การขับเคลื่อนความยั่งยืน
● การพัฒนาเมืองและชุมชน
ความสำเร็จของประเด็นเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้คนในการทำงานร่วมกัน Facilitation จึงเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่สำคัญไม่แพ้เทคโนโลยีหรือเงินทุนเพราะช่วยเ
ปลี่ยนความแตกต่างให้กลายเป็นความร่วมมือ และเปลี่ยนการมีส่วนร่วมให้กลายเป็นการลงมือทำ
๐ IAF Thailand สำคัญอย่างไรต่อเวทีนานาชาติ
ในโลกที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น ประเทศต่าง ๆ ไม่ได้แข่งขันกันด้วยทรัพยากรเพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันกันด้วยความสามารถในการสร้างความร่วมมือ
IAF Thailand จึงมีบทบาทในการเชื่อมโยงประเทศไทยเข้าสู่เครือข่าย Facilitators ระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มาตรฐานและประสบการณ์จากหลากหลายประเทศ
การมีชุมชน Facilitation ที่เข้มแข็ง จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถ
● เรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีจากนานาชาติ
● ส่งออกองค์ความรู้และประสบการณ์ของไทยสู่เวทีโลก
● พัฒนาผู้นำที่สามารถทำงานในบริบทพหุวัฒนธรรม
● สร้างความน่าเชื่อถือด้านการพัฒนาคนและองค์กรในระดับสากล
๐ จากการสั่งการ สู่การร่วมสร้าง
ในศตวรรษที่ 20 ความสำเร็จจำนวนมากเกิดจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพแต่ในศตวรรษที่ 21 ความสำเร็จจำนวนมากจะเกิดจากความสามารถในการดึงศักยภาพของผู้คนออกมาร่วมสร้างอนาคต Facilitation จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการประชุม แต่เป็นวิธีคิดใหม่ของการทำงานร่วมกัน และอาจเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่สุดของผู้นำ องค์กร และสังคมไทยในอนาคต
หากประเทศไทยต้องการสร้างนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน
เราอาจต้องเริ่มจากการตั้งคำถามง่ายๆ ว่า
“เรากำลังสร้างระบบที่ช่วยให้ผู้คนคิดและสร้างอนาคตร่วมกันได้ดีพอแล้วหรือยัง?”