"สยามราชธานี " เผยทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 โชว์ Backlog - รายได้สะสม ปัจจุบัน 2,894 ล้านบาท ทรานส์ฟอร์มธุรกิจจาก Outsourcing แบบ Service provider สู่ “Strategic Operations Partner” เน้นสร้างพันธมิตรด้านยุทธศาสตร์การดำเนินงาน พร้อมใช้ AI ยกระดับประสิทธิภาพ พร้อมเร่งพัฒนา SmartOps 2.0 ในโครงการ JUMP+ เสริมการทำงาน และ FilesDay รุกตลาดเป้าหมายในประเทศ ด้านผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก รายได้รวม 1,430.24 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 102.92 ล้านบาท ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น มั่นใจเดินหน้าสู่เป้าหมายการเติบโตแบบ Double Digit
นางสาวกัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทมุ่งพัฒนาประสิทธิภาพการบริการ ด้วยการพัฒนารูปแบบการให้บริการจาก “Outsourcing แบบ Service provider” ที่เน้นปริมาณของบุคลากร สู่การเป็น “Strategic Operations Partner” ที่เน้นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยให้คำปรึกษาและร่วมออกแบบกระบวนการทำงาน ผสานกับเทคโนโลยี และกำลังคน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและลดต้นทุน
ปัจจุบันบริษัทยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายการเติบโตแบบ Double Digit โดยมีรายได้สะสมรวมกับมูลค่างานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (Backlog) อยู่ที่ 2,894 ล้านบาท หรือคิดเป็น 93.2% ของเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่ 3,100 ล้านบาท สะท้อนฐานรายได้และปริมาณงานในมือที่แข็งแกร่ง
“ในโลกที่ธุรกิจมีการแข่งขันสูงขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการค้นหา ‘พันธมิตรที่ใช่’ และใช้เทคโนโลยีช่วยยกระดับการทำงาน เพื่อเติบโตเคียงคู่ไปด้วยกัน ก้าวใหม่ของ SO คือการเป็นที่ปรึกษาเชิงรุก เพื่อการันตีผลลัพธ์และเป้าหมายความสำเร็จของลูกค้าอย่างแท้จริง พร้อมทั้งผลักดันการใช้ประโยชน์จาก AI อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มทักษะในระดับพนักงาน ลดเวลาการทำงานซ้ำ ๆ รวมถึงช่วยบริหารจัดการไซต์งานขนาดใหญ่ขึ้น ขณะที่ระดับบริหารจะคัดกรองมาตรฐานการทำงานที่ดีมาพัฒนาต่อยอด เพื่อให้ความสามารถดังกล่าวคงอยู่กับระบบขององค์กรอย่างยั่งยืน” นางสาวกัณธิมา กล่าว
ขณะเดียวกัน SmartOps 2.0 โครงการพัฒนาโครงสร้าง IT และ ERP ภายในองค์กรเพื่อรองรับระบบ Automation ซึ่งเป็นการดำเนินการภายใต้โครงการ JUMP+ มีความคืบหน้าของแผนงานปีแรกแล้ว 54% สูงกว่าเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่กำหนดไว้ 35% สะท้อนการดำเนินงานที่เร็วกว่าแผน บริษัทเชื่อมั่นว่าระบบดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้ในระยะยาว
ด้านธุรกิจ SO NEXT เดินหน้าขยายขอบเขตธุรกิจจากการให้บริการจัดหาบุคลากรด้าน IT สู่บริการพัฒนาโปรแกรมและแพลตฟอร์มที่สร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ E-Document, E-MODA และระบบ VMS พร้อมผลักดัน “FilesDay” แพลตฟอร์มจัดการเอกสารและอนุมัติออนไลน์ ที่มี AI ช่วยวิเคราะห์และตรวจสอบความเสี่ยงด้าน Compliance คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ที่ระดับ 50 ล้านบาทในปี 2570 และ มีสัดส่วน 2.3% ของตลาดเป้าหมายในประเทศไทยที่มูลค่ารวม 2,160 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,430.24 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 102.92 ล้านบาท ด้านไตรมาส 2/2569 รายได้รวม 1,410.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 2.2% กำไรสุทธิ 102.9 ล้านบาท ขณะที่กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 231.3 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ย 16.39% พร้อมทั้งประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 ในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น จำนวน 85.7 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล 80% ของกำไรสุทธิหลังหักเงินทุนสำรองตามกฎหมาย กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 กันยายน 2569 สะท้อนการบริหารจัดการที่มุ่งรักษาสมดุลระหว่างการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการวางรากฐานการเติบโตของ SO ในระยะยาว