xs
xsm
sm
md
lg

แม็คกรุ๊ปสลัดภาพ “ยีนส์รุ่นใหญ่” เจาะ Gen New ดัน MCJ–AI–อีคอมเมิร์ซ สร้างฐานใหม่สู่อนาคต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้จัดการออนไลน์ – “แม็คกรุ๊ป” เร่งเครื่องสลัดภาพแบรนด์ยีนส์ที่ผูกกับฐานลูกค้ารุ่นใหญ่ เดินหน้าเชื่อมต่อคนรุ่นใหม่เต็มสูบ หลังพบโครงสร้างลูกค้าปัจจุบันยังอยู่ในกลุ่ม Gen X และ Gen Y รวมกันสูงถึง 74% ล่าสุดงัดสูตร Collaboration กับศิลปินรุ่นใหม่ ปักธงขยายฐาน “Gen New” ให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมปั้นแบรนด์ MCJ ลุยอีคอมเมิร์ซ–AI และ CRM เต็มกำลัง ปูทางสู่การเติบโตในระยะยาว

นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC เปิดเผยว่า แม็คยีนส์ยังให้ความสำคัญกับฐานลูกค้าเดิมที่เติบโตมากับแบรนด์และเชื่อมั่นในจุดแข็งด้านดีไซน์และคุณภาพ แต่ในอีกด้านหนึ่ง แบรนด์ต้องเปิดพื้นที่ให้ศิลปินและครีเอเตอร์รุ่นใหม่เข้ามาร่วมสร้างสรรค์ เพื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภคที่มีสไตล์และวิธีการแสดงออกเป็นของตัวเอง

โจทย์ดังกล่าวสะท้อนทิศทางสำคัญของแม็คกรุ๊ปในการลดช่องว่างระหว่างเจเนอเรชัน โดยจากโครงสร้างเดิม ฐานลูกค้าหลักคือกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ ตามด้วย Gen X มีสัดส่วนประมาณ 27% และ Gen Y 47% รวมกัน 74% ขณะที่ Gen Y-Z อยู่ราว 21% บริษัทจึงต้องการเร่งขยายฐานคนรุ่นใหม่ให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างฐานผู้บริโภคที่แข็งแรงในระยะยาว เพราะแม็คยีนส์ทำตลาดมานานกว่า 50 ปีแล้ว


ล่าสุดเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ Mc JEANS x ALANLERT : Memory in the Rain ดึง “ALANLERT” หรือ “อาร์ท” ณัฐธีร์ โชติระวีธนาศิริ ศิลปินและนักวาดภาพประกอบรุ่นใหม่ มาร่วมสร้างสรรค์แฟชั่นผ่านคาแรกเตอร์ “MOONOMON” เอเลี่ยนจากดวงจันทร์ ถ่ายทอดเรื่องราวความทรงจำในฤดูฝน ผ่านลายเส้น Illustration Art ผสานเข้ากับเสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรีของ Mc JEANS

โดย Mc JEANS x ALANLERT : Memory in the Rain ไม่ได้เป็นเพียงคอลเลกชันพิเศษ แต่เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของการปรับวิธีคิดของแบรนด์ จากการขาย “ยีนส์” ไปสู่การขายเรื่องราว คาแรกเตอร์ และไลฟ์สไตล์ที่คนรุ่นใหม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ โดยสินค้าในคอลเลกชันครอบคลุมตั้งแต่เสื้อยืด Regular และ Oversize เสื้อเชิ้ต ชุดแทร็คสูท สเวตเตอร์ แจ็กเก็ตฮู้ดดี้ กางเกงยีนส์ทรงเบอร์มิวดา กางเกงยีนส์ทรง Straight ไปจนถึงกระเป๋า หมวก และร่ม โดยวางคาแรกเตอร์และงาน Illustration เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความแตกต่าง ตั้งเป้ายอดขาย 50 ล้านบาทภายใน 4 เดือน


“เกมของแม็คกรุ๊ปจึงไม่ใช่แค่การ ‘ขายยีนส์ให้คนรุ่นใหม่’ แต่กำลังพยายามเปลี่ยนภาพจำของแบรนด์ครั้งใหญ่ จากยีนส์ที่อยู่กับคนรุ่นก่อน สู่แฟชั่นที่คนรุ่นใหม่อยากเป็นเจ้าของและใช้เป็นเครื่องมือบอกตัวตน และ Mc JEANS x ALANLERT : Memory in the Rain คือหนึ่งในหมากที่ชัดเจนว่า แม็คยีนส์กำลังเปลี่ยนจากแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ สู่แบรนด์ที่ต้องการมีอนาคตร่วมกับคนรุ่นใหม่”

นายแมทธิว กล่าวเสริมว่า ปกติแม็คยีนส์จะมีการออกคอลเลกชันใหม่และทำ Collaboration กับศิลปินปีละ 2-3 ครั้ง เพื่อดึงดูดให้เกิดการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น โดยปีนี้ถือเป็นพิเศษที่บริษัทเลือกทำคอลเลกชันในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซัน เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้น จากนี้จะเดินหน้าทำคอลเลกชันใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเป้าหมายของบริษัทคือการผลักดันยอดขายจากกลุ่ม Gen Y และ Z จากระดับเฉลี่ยประมาณ 3,200 ล้านบาท ขยับขึ้นเป็น 3,800 ล้านบาทภายในปีนี้ จากเป้าหมายรายได้รวมที่วางไว้ 4,800 ล้านบาท

โดยอีกหนึ่งหมากสำคัญคือการเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “MCJ” วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Gen Y และ Gen Z โดยเฉพาะ ผ่านสินค้าแฟชั่นที่ขยายออกไปจากกรอบยีนส์เดิม ครอบคลุมทั้งกระเป๋าผู้หญิง ชุดชั้นใน น้ำหอม รวมถึงแฟชั่น Sport Look และ Airport Look


“การเปิดตัว MCJ จึงมีนัยสำคัญต่อการบริหารพอร์ตแบรนด์ของแม็คกรุ๊ป เพราะเป็นการสร้างพื้นที่ใหม่ให้บริษัทสามารถออกแบบสินค้าและภาพลักษณ์ให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ขณะเดียวกันยังเตรียมสร้างแรงกระเพื่อมด้วยการเปิดตัว Global Presenter เพื่อเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ในระดับสากล ซึ่งเป็นแผนในอนาคตที่แม็คยีนส์ต้องการ ปูทางสร้างการรับรู้สู่การทำตลาดในต่างประเทศ จากปัจจุบันรายได้ของแม็คกรุ๊ปยังมาจากตลาดไทยเป็นหลัก บริษัทจึงเริ่มวางรากฐานสำหรับ Global Expansion โดยเตรียมความพร้อมสู่การเข้าไปทำตลาดต่างประเทศอย่างเป็นทางการ จากเดิมที่สินค้าแบรนด์แม็คมีการซื้อไปขายต่อในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน”

นอกจากการปรับแบรนด์แล้ว แม็คกรุ๊ปยังเร่งเครื่องช่องทางดิจิทัล โดยยอดขายอีคอมเมิร์ซเติบโตกว่า 50% ทะลุ 1,200 ล้านบาทในรอบปีที่ผ่านมา ส่งผลให้สัดส่วนยอดขายออนไลน์เพิ่มจาก 19% เป็นมากกว่า 27% หนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญคือการสร้างระบบ Live Commerce ของตัวเอง ทั้งสตูดิโอไลฟ์สด 10 แห่ง และทีมพนักงานไลฟ์ตามสาขากว่า 140 คน พร้อมสร้างเครือข่าย Affiliate กว่า 200,000 ราย โดยนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และบริหารเครือข่าย เห็นได้จากแคมเปญ Double Day 8.8 ที่สร้างยอดขายกว่า 20 ล้านบาท หรือประมาณ 25,000 ชิ้น ภายในเวลาเพียง 3-4 ชั่วโมง ผลักดันให้แม็คยีนส์ขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในหมวดแฟชั่นและเสื้อผ้าผู้ชายบน TikTok


ขณะเดียวกัน แม็คกรุ๊ปกำลังใช้ AI เป็นเครื่องมือเชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน โดยในส่วน Store Analytics มีการติดตั้งกล้อง AI เฉลี่ย 4-5 ตัวต่อสาขา ครอบคลุมร้านประมาณ 560 จุด เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและช่วยให้พนักงานเข้าถึงลูกค้าได้แม่นยำขึ้น ระบบดังกล่าวช่วยเพิ่ม Interaction Rate จากประมาณ 60% เป็น 80% และดัน Conversion Rate จาก 12% ขึ้นมาเฉลี่ย 18% โดยบางสาขาตั้งเป้าหมายไว้ที่ 20%

ด้าน CRM บริษัทขยายฐานสมาชิกจากประมาณ 1 ล้านราย เป็น 1.5 ล้านราย พร้อมใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อเพื่อทำ Personalized Promotion เช่น การเสนอสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับพฤติกรรมการซื้อเดิมของลูกค้า รวมถึงเลือกจังหวะการสื่อสารให้ตรงกับพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละราย โดยระบบ CRM สามารถสร้างยอดขายกลับเข้ามาเกือบ 1,200 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 70% ของยอดขายออฟไลน์ทั้งหมด ขณะที่ AI ยังถูกนำมาใช้วิเคราะห์สินค้า เทรนด์ และ Influencer เพื่อพัฒนาสินค้า Online Exclusive รองรับพฤติกรรมของ Gen Z

“ภาพใหญ่ของแม็คกรุ๊ปกำลังเปลี่ยนจากการเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงในตลาดยีนส์ ไปสู่การเป็น Fashion & Lifestyle Brand ที่สามารถพูดกับผู้บริโภคได้หลายเจเนอเรชัน โจทย์สำคัญไม่ใช่การทิ้งฐานลูกค้าเดิม แต่เป็นการสร้าง ‘ฐานใหม่’ เข้ามาเสริม โดยใช้ Collaboration เป็นเครื่องมือสร้างความสดใหม่ ใช้ MCJ เป็นพื้นที่เจาะ Gen Y-Z ใช้ E-commerce และ TikTok เป็นช่องทางเข้าถึงคนรุ่นใหม่ และใช้ AI กับ CRM เปลี่ยนข้อมูลลูกค้าให้กลายเป็นยอดขาย” นายแมทธิว กล่าวสรุป.