"ภัทรพงศ์" สั่งกรมท่าอากาศยาน ยกระดับเฝ้าระวัง 24 ชม. เตรียมรับมือฝนถล่มจังหวัดน่าน ย้ำ! ท่าอากาศยานเตรียมพร้อมแผนฉุกเฉิน - แผนช่วยเหลือประชาชนหลังน้ำลด
วันที่ 19 ส.ค. 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากเหตุการณ์อุทกภัย(น้ำป่าไหลหลาก) ในพื้นที่จังหวัดน่าน บริเวณพื้นที่ อ.ปัว กระทบพื้นที่ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน นั้น จึงได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้ท่าอากาศยานน่านนครและท่าอากาศยานใกล้เคียง เตรียมพร้อมรับมือปฏิบัติตามแผนบรรเทาสาธารณภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งเฝ้าระวังพื้นที่บริเวณโดยรอบสนามบินไม่ให้กระทบต่อการขึ้น - ลงของอากาศยาน โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ตรวจวัดระดับความสูงของน้ำทั้งภายในและภายนอกท่าอากาศยาน ตรวจสอบรางระบายน้ำเพื่อป้องกันการอุดตันและให้การไหลของน้ำมีความคล่องตัว
รวมถึงจัดเตรียมเครื่องยนต์กำเนิดไฟฟ้าสำรอง กรณีระบบส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดขัดข้อง และให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น หอบังคับการบิน สำนักงานอุตุนิยมวิทยา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เตรียมความพร้อมกรณีเกิดสาธารณภัย เพื่อแก้ไขสถานการณ์พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารและอากาศยานได้อย่างทันท่วงที
นอกจากการเฝ้าระวังเหตุและเตรียมความพร้อมรับมือตามแผนบรรเทาสาธารณภัยอย่างเคร่งครัดแล้ว ยังได้สั่งการ ทย. ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ทั้งการอำนวยความสะดวกให้กับเที่ยวบินของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในการนำความช่วยเหลือสู่ประชาชนที่ประสบอุทกภัย รวมถึงให้เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนภายหลังจากน้ำลดด้วย
นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานน่านนครได้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเบื้องต้นช่วงเช้าวันนี้มีเที่ยวบินของสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3354 เส้นทางดอนเมือง - น่าน กำหนดเวลาถึง 08.30 น. แต่เนื่องจากติดสภาพอากาศปิดทัศนวิสัยต่ำ (ฝนตกหนัก) ที่ท่าอากาศยานน่านนคร เครื่องบินได้ทำการ Divert ไปลงที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และได้กลับมาบินลงจอดที่ท่าอากาศยานน่านนครได้ในเวลา 11.15 น. ด้วยความเรียบร้อย
ขณะนี้ ท่าอากาศยานน่านนครยังเปิดให้บริการตามปกติ และขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางไปยังท่าอากาศยาน อย่างน้อย 3 – 4 ชั่วโมง ซึ่ง ทย. ได้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรายงานให้ผู้โดยสารทราบกรณีเกิดสถานการณ์เร่งด่วน