กว่าสองสัปดาห์แล้วที่ดัชนีหุ้นแกว่งตัวขึ้นลงในกรอบแคบ ๆ ยืนอยู่ในระดับ 1,600 จุดเศษ ไม่สามารถไปต่อได้ และมีแนวโน้มว่าตลาดหุ้นจะมีสภาพซึมเซาต่อเนื่องอีกนับสัปดาห์
เพราะไม่มีข่าวดีกระตุ้น ขาดปัจจัยเชิงบวกสนับสนุน และหุ้นขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้นครบทุกกลุ่มแล้ว ขณะที่นักลงทุนต่างชาติไม่ได้โหมซื้อหุ้นเหมือนเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ทยอยเทขายในบางช่วง
นอกจากนี้ยังมีสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ต้องเฝ้าระวัง โดยอาจมีการโจมตีกันระลอกใหม่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ประกาศออกมาแล้ว และราคาหุ้นได้ตอบรับไปหมดสิ้น หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มหลักจึงอยู่ในภาวะอิ่มตัว นักลงทุนทั้งในและต่างชาติก็ไม่กล้าไล่ราคาขึ้นไปอีก เพราะเสี่ยงถูกเทขายทำกำไร
หุ้นแทบทั้งกระดานจึงยืนประคองตัว รวมทั้งหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะหุ้นบริษัท เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ซึ่งสิ้นฤทธิ์ ราคาย่ำเท้ามากว่า 2 สัปดาห์แล้ว แม้จะมีปัจจัยบวกในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนฯ ก็ตาม
แม้บทวิเคราะห์หลักทรัพย์จากโบรกเกอร์หลายสำนักที่ปรับประมาณการเป้าหมายดัชนีฯ ปลายปีนี้ใหม่ โดยคาดว่าจะปรับตัวขึ้นไปยืนเหนือ 1,700 จุด แต่ก็ยังเป็นประมาณการที่มีทั้งความเป็นไปได้และความไม่แน่นอน เพราะถ้าสงครามเกิดปะทุ ราคาน้ำมันพุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดัชนีฯ 1,700 จุดปีนี้คงไม่มีโอกาสได้เห็น
และในระยะสั้น การที่ดัชนีฯ จะพุ่งขึ้นไประดับ 1,650 จุด ไม่ง่ายที่จะได้เห็น เว้นแต่นักลงทุนต่างชาติจะยกทัพใหญ่กลับมาไล่ซื้อหุ้น หรือสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยุติลงอย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งยังไม่มีวี่แววจะเกิดขึ้น
ดัชนีฯ เมื่อวันพุธถอยลงมาปิดที่ 1,609.76 จุด ลดลง 11.86 จุด เข้าใกล้แนวรับ 1,600 จุดอีกครั้ง ซึ่งหากมีปัจจัยลบเข้ามาซ้ำเติม คงหลุด 1,600 จุด และนักลงทุนไม่ควรรีบเข้าไปช้อนซื้อ นอกจากเฝ้ารอคอย เฝ้าดูกระดานต่อไป จนกว่าจะมีสัญญาณการปรับตัวขึ้นรอบใหม่ ซึ่งอาจต้องรอกันอีกหลายสัปดาห์
ช่วงนี้ต้องประคับประคองตัวกันไปก่อน ไม่ควรเสี่ยง ในเมื่อเพดานด้านบนยังไม่เปิด และแทบไม่มีช่องว่างการทำกำไรระยะสั้น
ตลาดหุ้นกำลังขาดแคลนข่าวดีชี้นำจริง ๆ ดัชนีฯ จึงซึมมากว่า 2 สัปดาห์ และไม่รู้จะซึมต่อไปอีกนานแค่ไหน นักลงทุนทำได้เพียง “ทนรอ” เท่านั้น