“Alliance Laundry Systems” (ALS) หนึ่งในผู้นำตลาดเครื่องซักและอบผ้าเชิงพาณิชย์ระดับโลก มองตลาดร้านสะดวกซักในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกและการบริหารเวลา เดินหน้ารุกตลาดผ่านนวัตกรรมประหยัดน้ำ–พลังงาน เทคโนโลยี AI และระบบบริหารจัดการร้าน พร้อมจับมือพันธมิตรและผู้จัดจำหน่ายในไทย ขณะที่โรงงานชลบุรีทำหน้าที่เป็นฐานผลิตและส่งออกสำคัญของภูมิภาค
Alliance Laundry Systems (ALS) เปิดมุมมองตลาดและทิศทางธุรกิจในประเทศไทย ภายในงาน “Wealth Investment 2026” ภายใต้แนวคิด “Global Vision, Thailand Opportunity” ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นปีที่ 7 โดยมี ไมค์ เชิบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Alliance Laundry Systems พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงร่วมงาน ตอกย้ำความสำคัญของตลาดไทยและการทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศ
ชี้ร้านสะดวกซักยังมีช่องว่าง
ไมค์ เชิบ กล่าวว่า ตลาดธุรกิจซักและอบผ้ายังคงขยายตัวทั่วโลก จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการประหยัดเวลา เพิ่มความสะดวก และมองหาประสิทธิภาพในการซักผ้าที่มากขึ้น ขณะที่ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซักแบบหยอดเหรียญ
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการขยายตัวของเมือง (Urbanization) การเติบโตของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เปิดรับเทคโนโลยี และความต้องการบริการที่ช่วยลดเวลาในการทำงานบ้าน โดยบริษัทมองว่าพฤติกรรมการใช้เครื่องซักอบผ้าขนาดใหญ่ของผู้บริโภคไทยมีโอกาสพัฒนาไปในทิศทางเดียวกับตลาดสหรัฐฯ ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความสะดวกและประสิทธิภาพมากขึ้น
“เราเชื่อว่าตลาดประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และความสำเร็จของเราเกิดจากการได้ร่วมงานกับพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกัน” ไมค์ เชิบ กล่าว
ชู AI–ประหยัดน้ำ ดันประสิทธิภาพร้าน
ด้านเทคโนโลยี ALS ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบซักที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลดการใช้ทรัพยากร โดยเฉพาะน้ำและพลังงาน พร้อมนำเทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยบริหารจัดการธุรกิจ
ระบบดังกล่าวช่วยให้ผู้ประกอบการตรวจสอบสถานะเครื่อง ระบุปัญหาและแนวทางแก้ไขได้รวดเร็ว รวมถึงบริหารร้านสะดวกซักหลายสาขาผ่านระบบเดียว และสามารถปรับราคาค่าบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดในแต่ละช่วงเวลา หรือ Dynamic Pricing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารรายได้
ALS ระบุว่า ความยั่งยืนเป็นหนึ่งในแกนหลักของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเครื่องซักและอบผ้าในแต่ละเจเนอเรชันได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทั้งด้านการใช้ทรัพยากรและระยะเวลาในการให้บริการ
ผนึกพันธมิตรไทย เดินเกมระยะยาว
เบน ดอบส์ กรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับผู้จัดจำหน่ายและพันธมิตรในประเทศไทย โดยมองว่าการมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีเครือข่ายที่สามารถให้บริการและสนับสนุนลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทจึงเดินหน้าลงทุนด้านความเชี่ยวชาญทางเทคนิค วิศวกรรม และการพัฒนาศักยภาพการผลิต เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดซักและอบผ้าเชิงพาณิชย์ในไทย พร้อมให้การสนับสนุนด้านการตลาดและการสื่อสารแก่พันธมิตรตามรูปแบบความร่วมมือของแต่ละประเทศ
“เมื่อมองไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เรารู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสทางธุรกิจ และพร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตร่วมกับพันธมิตรในประเทศไทย” เบน ดอบส์ กล่าว
ชลบุรีฐานผลิต–ส่งออกภูมิภาค
สำหรับฐานการผลิตในประเทศไทย ALS มีโรงงานขนาดกว่า 27,000 ตารางเมตร ในจังหวัดชลบุรี ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ รองรับตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาค พร้อมเป็นที่ตั้งของ STAR Lab (Thailand Science Technology Research Laboratory) ศูนย์นวัตกรรมของบริษัท
โรงงานในไทยยังมีบทบาทเป็นหนึ่งในฐานส่งออกสำคัญของ ALS ไปยังตลาดเอเชียแปซิฟิก ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอินเดีย สะท้อนบทบาทของไทยในห่วงโซ่การผลิตระดับโลกของบริษัท
แตกไลน์โซลูชันใหม่
ขณะเดียวกัน ALS อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้งานเฉพาะด้านในธุรกิจร้านสะดวกซัก ทั้งโซลูชันสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง และโซลูชันดูแลรองเท้า เพื่อขยายขอบเขตการให้บริการและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ในตลาดซักอบผ้า
เบน ดอบส์ ระบุว่า ทีมวิศวกรของบริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชันดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาดและรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น.