คอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ในกรุงเทพฯ ยังแข็งแกร่ง “ซีบีอาร์อี” เผยครึ่งแรกของปี 69 คอนโดหรูโตต่อเนื่องท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน ชี้คอนโดหรูทำเลใจกลางเมืองยังได้รับความสนใจจากทั้งผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติอย่างต่อเนื่อง เผยไตรมาสเดียวคอนโดย่านลุมพินีทำยอดขายทะลุ2,000ล้าน
รายงานข่าวจาก แผนกวิจัยของ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในย่านใจกลางกรุงเทพฯ (Downtown Bangkok) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จมีอัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ 93% โดยเซกเมนต์ที่สร้างยอดขายได้สูงสุดที่ 95% คือระดับลักซ์ชัวรี่ ในขณะที่โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างมีอัตราการขายเฉลี่ย 52% โดยเซกเมนต์ซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่สามารถทำยอดขายได้สูงสุดอยู่ที่ 85%
ทั้งนี้ ทำเลใจกลางลุมพินีและสุขุมวิทยังคงเป็นทำเลยอดนิยมสำหรับโครงการ Branded Residence จากศักยภาพที่โดดเด่นในฐานะย่านที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม รายล้อมด้วยศูนย์กลางธุรกิจ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งรีเทลขนาดใหญ่ และโครงการมิกซ์ยูสระดับเวิลด์คลาสหลายแห่ง ส่งผลให้เป็นทำเลที่ได้รับความต้องการสูงจากทั้งผู้ซื้อในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
นางสาวอาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า “แม้หลายภูมิภาคทั่วโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งและแรงกดดันทางเศรษฐกิจ แต่ความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนผ่านผลการดำเนินงานของซีบีอาร์อี ซึ่งมียอดขายที่พักอาศัยในกรุงเทพฯ และภูเก็ตช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เติบโตกว่า 182% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
สำหรับตลาดกรุงเทพฯ ยอดขายขยายตัวโดดเด่นกว่า 300% จากแรงหนุนของโครงการใหม่บนทำเลศักยภาพ โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมในย่านใจกลางลุมพินี ที่สามารถสร้างยอดขายรวมได้มากกว่า 2,000 ล้านบาทภายในไตรมาส 2 เพียงไตรมาสเดียว สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดที่อยู่อาศัยระดับบนและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่ออสังหาฯคุณภาพสูงในทำเลใจกลางเมือง
นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้าระดับบนยังคงมองหาที่อยู่อาศัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง พร้อมสะท้อนตัวตนและคุณค่าของการอยู่อาศัยในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันความต้องการในตลาดลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่”
สำหรับตลาดคอนโดใจกลางเมือง กลุ่มผู้ซื้อเป็นชาวไทยในสัดส่วน 68% และชาวต่างชาติ 32% โดยในปีนี้สัดส่วนผู้ซื้อชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเมืองตากอากาศระดับโลกอย่างภูเก็ต โดย 3 อันดับแรกของผู้ซื้อคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ ได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ ไต้หวัน และรัสเซีย ตามลำดับ ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยสัดส่วนของผู้ซื้อชาวต่างชาติในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2564-2568) อยู่ที่ 18%
แนวโน้มดังกล่าว ซีบีอาร์อีมองว่า แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของผู้ซื้อจากต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญมาจากการเปิดตัวโครงการ Branded Residence ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นในระดับสากล ช่วยยกระดับมูลค่าและภาพลักษณ์ของโครงการให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อทั่วโลก
นางสาวอาทิตยา กล่าวว่า “แม้ช่วงปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2569 จะเป็นช่วงเวลาที่ตลาดอสังริมทรัพย์ไทยต้องเผชิญกับภาวะชะลอตัว และมีจำนวนการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักซ์ชัวรี่และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ต่ำเป็นประวัติการณ์ แต่ซีบีอาร์อี ยังคงสร้างความเชื่อมั่นในตลาดระดับบนได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยการปิดยอดขายรวมบนทำเลใจกลางลุมพินีทำเลเดียวได้กว่า 8,000 ล้านบาท จากโครงการระดับแฟล็กชิป อาทิ The Residences at Dusit Central Park, ONE89 Wireless, El8HTEEN SEVEN และ Scope Langsuan ”
จากความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนยังคงมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง แต่ผู้พัฒนาโครงการต้องมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง “เมื่อภูมิทัศน์ของผู้ซื้อเปลี่ยนไป (Buyer Landscape) ทั้งผู้พัฒนาโครงการและที่ปรึกษาอย่างซีบีอาร์อีจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องและมีความเข้าใจในกลุ่มเป้าหมายเชิงลึกมากขึ้น
นอกจากนี้ ซีบีอาร์อียังพบข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจจากทำเลศักยภาพสูงอย่างทำเลใจกลางลุมพินี ซึ่งยังคงเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยยอดการซื้อขายแบ่งเป็นโครงการประเภทสิทธิการเช่า (Leasehold Ownership) 55% และสิทธิการครอบครองโดยสมบูรณ์ (Freehold Ownership) 45% ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำว่า ในทำเลที่มีศักยภาพโดดเด่น (Exceptional Location) หรือโครงการที่มีการพัฒนาแบบมิกซ์ยูส (Mixed-use Development) ปัจจัยด้านทำเล และคุณภาพโครงการมีอิทธิพลในการตัดสินใจเลือกซื้อเหนือกว่ารูปแบบสิทธิการครอบครองกรรมสิทธิ์”
ขณะเดียวกัน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตยังคงรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง โดยล่าสุดมียอด ยอดขายปรับตัวสูงขึ้นกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2568 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการเติบโตของความต้องการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมอย่างเห็นได้ชัด
นางสาวประกายเพชร มีชูสาร หัวหน้าแผนกซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต กล่าวว่า “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่ในภูเก็ตยังคงได้รับความสนใจอย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะโครงการ Branded Residence อย่าง PEYLAA Phuket, Autograph Collection Residences ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างแข็งแกร่งนับตั้งแต่เปิดให้ชมห้องตัวอย่างเมื่อปลายไตรมาส 1 ที่ผ่านมา โดยข้อมูลการซื้อขายของซีบีอาร์อีในช่วงครึ่งปีแรกพบว่า คอนโดมิเนียมในทำเลบางเทาและเชิงทะเลยังคงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้ โดยมีสัดส่วนผู้ซื้อชาวต่างชาติ 67% และชาวไทย 33%
ทั้งนี้ พบความหลากหลายของนักลงทุนจากทั่วโลก อาทิ สหราชอาณาจักร รัสเซีย แคนาดา อินเดีย สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปจำนวนมาก ซึ่งล้วนให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางหลักสำหรับการขยายพอร์ตการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูง”
“การเติบโตที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของภูเก็ตในฐานะศูนย์กลางอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูงได้อย่างต่อเนื่อง” นางสาวประกายเพชร กล่าว