“แล้วก็ “ไส้” ที่เป็นไส้ที่เด็ก ๆ ชอบก็จะมีพวก ชีส ไส้กรอกชีส ปูอัดชีส ผักโขมชีส แฮมชีส เขาเรียกว่าเป็นการดีเวลลอปเนาะ ตามยุคสมัยแบบนี้ค่ะ เริ่มต้นจากเราอยากหา Passive Income ก่อน วันหยุดเสาร์-อาทิตย์แนทกับแฟนก็จะไป เอาของไปขายที่ตลาดเริ่มต้น
ตอนนั้นไปขายแถวบางเลน เป็นตลาดชุมชน ที่เขาไม่มีค่าใช้จ่ายในการออกบูธออกร้านอย่างเงี้ย เราก็ทำข้าวหน้าไก่ไปลองขายดูก่อน แรก ๆ ก็ขายไม่ค่อยดีแล้วเราก็สำรวจตลาดว่าเอ๊ะ ที่ตรงนี้ลูกค้าแบบมาเร็ว ทานเร็ว แล้วก็ทานอาหารไม่ค่อยหนัก เราลองหาอะไรที่มันง่าย ๆ มาทอดขายไหม? ก็เลยลองทำ “ปอเปี๊ยะ”ทำขนมปังหน้าหมู มาขาย สรุปว่าขายดี! ตอบโจทย์ก็เลยเติบโตขึ้นมา คือพอคนมาทานเราก็มีเพจใน facebook มี TikTok อยู่ดี ๆ มันก็โตขึ้นมา มันก็เลยกลายเป็น “ขายส่ง” โดยปริยาย ขายส่งหมายถึงว่าลูกค้าจะทักมาถามว่า มีแบบส่งไหม? ส่งเท่าไร เราก็เลยมาคิดกันว่าอ้าว! มันก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เอ๊ยมันน่าจะไปได้” กรวิการ์ จันทร์มณี หรือคุณแนทตี้ เจ้าของร้านปอเปี๊ยะ Happy Tree ซึ่งมีทั้งแบบขายปลีก คือ เจ้าตัวออกตลาดนัดเพื่อทอดใหม่ ๆ เสิร์ฟให้กับลูกค้าด้วย กับแบบขายส่ง(ปอเปี๊ยะฟรีซสำหรับพร้อมทอด) ให้กับร้านอาหารทั่วไปรวมถึงคนที่สนใจนำไปบริโภคเองในครัวเรือนหรือนำไปทอดขายเพื่อเป็นรายได้เสริมก็ยังมีกำไรอยู่ใน 1 แพคตั้งแต่เริ่ม จากอดีตอาร์ตไดเร็กเตอร์(กราฟิกดีไซน์ฝีมือดี) ก่อนเปลี่ยนสายงานมาทำเกี่ยวกับ Marketing อยู่ฝ่ายบริหารดูแลการตลาดให้กับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง จนกระทั่งลาออกมา สู่อาชีพแม่ค้าอย่างเต็มตัวในวันนี้
จากอาชีพเสริมกลายเป็น “ธุรกิจหลัก” เพราะลูกค้าในตลาดเรียกร้อง
คุณแนทเล่าว่า ก่อนหน้านี้เริ่มต้นเลยคือเป็น อาร์ตไดเร็กเตอร์(กราฟิกดีไซน์) ให้กลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป แล้วก็ย้ายมาอยู่ JAS ก่อนหน้านั้นก็อยู่เอเจนซีคลุกคลีกับการทำอาร์ตเวิร์กอะไรพวกนี้มากับงานศิลปะ แล้วก็มาเป็นกราฟิกให้กลุ่มคอมมูนิตี้ จากนั้นเปลี่ยนสายมาเป็นสาย Marketing ขึ้นเป็นฝ่ายบริหารดูแลมาร์เก็ตติ้งทั้งหมด เริ่มจากดูแลให้กับกลุ่มของ ไทยไลออนแอร์ และก็กลุ่มคอมมูนิตี้มอลล์ต่าง ๆ จนกระทั่งจุดเปลี่ยนคือ อย่างที่แจ้งไปตอนต้นแล้วว่า เราอยากได้ Passive Income รู้สึกว่าเวลาว่าง “เสาร์-อาทิตย์” เราพักผ่อนแล้วเวลามันก็ยังเหลือ เสียดายเวลา ก็เลยลองชวนคุณแฟนว่าเออที่นี่เขามี “ตลาด” ให้ขายฟรีนะ เราลองไปขายดีไหม?
“ปัจจุบันนี้เรามีออกตลาดหลายแห่งมากนะคะ และก็สามารถออกตลาดพร้อมกันใน 1 วัน ได้ถึง 3 ที่(หรือ 3 สาขาต่อวัน) จุดเริ่มต้นเลยอย่างที่เคยเล่าว่า เราเริ่มต้นมาจากตลาดชุมชนนะคะแถวบางเลน ทีนี้ ด้วยความที่ขายไปได้สักพักหนึ่งแล้ว ตอนนั้นเริ่ม ธุรกิจมันเริ่มโตแล้ว เราเริ่มมาเน้นขายส่งบ้างอะไรแบบนี้ แล้วแนทก็เลยลาออกจากงาน มาทำแบบเต็มตัวพอมาทำเต็มตัวปุ๊บตลาดที่บางเลนเนี่ยก็จะไกลบ้านเราไปหน่อย แล้วก็มันจะมีแค่เสาร์-อาทิตย์นะคะ เราก็เลยไม่ได้ไปทำต่อที่ตรงนั้น” กลับกันเนี่ยเรามาต่อยอด ออกตามตลาดในเมือง เรียกว่าในเมืองดีกว่าเนาะ เน้นที่ตลาดมหาวิทยาลัยเริ่มต้นเนี่ยเราไปที่ ตลาดมหิดลศาลายา มีตลาดทุกวันศุกร์นะคะ และก็ขายดีมาก!“มันก็เลยจุดประกายว่าเอ๊ะ ถ้าขายดีแบบนี้ ฉันลองขยายตลาดอีกไหม ไปออกอีกหลาย ๆ ที่”ที่ ๆ เราไปแล้วก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ๆ นะคะ คือที่กระทรวงการคลัง เป็นตลาดที่เป็นหน่วยงานราชการ ซึ่งกระทรวงการคลังเนี่ยเราจะไปได้ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง ด้วยความที่แผงค้าหลาย ๆ เจ้าก็จองคิวกันเข้าไปเยอะ คิวค่อนข้างแน่น เขาก็เลยจัดสรรให้เราได้ประมาณเดือนละ1 ครั้ง ซึ่งไปแต่ละครั้งเนี่ยคิวยาวมาก! ลูกค้าต่อแถวกันเป็นสิบคน บางคนบอกว่าเห็นร้านพี่แล้ว เดี๋ยวหนูเดินกลับมา หมด! ถึงขนาดนั้นเลย คือถ้าเจอต้องซื้อเลย หรือว่าออเดอร์ผ่านไลน์มาจองไว้ก่อน 10 หรือ 20 ชุด ออเดอร์กันไว้ก่อนเลย“อันนี้ที่กระทรวงการคลังเป็นที่ ๆ ขายดีมาก ตลาดมหาวิทยาลัยที่เรายังไปอยู่ ตอนนี้ก็มีพระจอมเกล้าธนบุรีนะคะ และก็เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพฯ นะคะ และก็สำหรับตลาดนัดกลางคืนเนี่ยเราไปที่ หน้าห้างเมเจอร์ฯ ปากเกร็ด”
“ปอเปี๊ยะ” ที่มีไส้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า ปรับได้ตามความชอบ
ปอเปี๊ยะเป็นอาหารทานง่าย และก็ได้ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่ เด็กไปจนถึงอาม่า อากง อย่างเงี้ยก็ชอบทาน“แต่แนทจะเลือกแบบนี้ค่ะ ถ้าตลาดที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นเจนเนอเรชั่น “น้อง ๆ” มหาวิทยาลัย เราก็จะเอาไส้ที่เด็กชอบไปเยอะหน่อย เราไม่ได้มีแค่เพียงไส้พื้นฐาน(ไส้วุ้นเส้น) อย่างเดียวนะคะ เรายังมีไส้ ผักโขมชีส ไส้กรอกชีส แฮมชีสด้วย ซึ่งไส้เหล่านี้ที่เป็นชีสค่ะ เด็ก ๆ จะชอบ ถ้าเอาไป จะหมดก่อนไส้อื่น” แต่ถ้าเกิดว่าแนทไปตลาดชุมชนหน่อย ไปเจอพวกคุณอาม่า อากง อย่างเงี้ยท่านก็จะชอบทานไส้พื้นฐาน ไส้วุ้นเส้น ไส้หมูวุ้นเส้น ไส้เผือก แบบนี้ค่ะ
ถ้าใครได้เคยลองทานปอเปี๊ยะเราเนี่ย ตัวแป้งจะเป็นแป้งที่สั่งทำพิเศษ ซึ่งไม่ใช่แป้งที่อาจจะมีขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
ความหนาเนี่ยเราก็จะสั่งพิเศษและก็ขนาด“แป้งของเราเวลาทอดค่ะ จะไม่อมน้ำมัน คือตัดปุ๊บเนี่ยจะไม่มีน้ำมันที่แบบเยิ้มออกมา
แล้วก็จะมีเทคนิคในการทอดด้วย” ที่ร้านเราจะมีหลายไส้นะคะ หมวดไส้พื้นฐาน(ไส้ที่ผู้ใหญ่ชอบ) เป็นไส้ผักวุ้นเส้น แน่นอนอันนี้เราก็จะต้องมีการใช้สูตรของร้านเรา และก็เทคนิคในการผัดไส้ให้แห้งที่สุด การผัดไส้ปอเปี๊ยะเนี่ยคือสำคัญมาก ถ้าเราผัดไม่แห้ง เวลาเราห่อไปหรือเอาไปทอดเนี่ย จะทำให้ปอเปี๊ยะเราอมน้ำมันนะคะ นอกจากปอเปี๊ยะเราที่อร่อยแล้ว “น้ำจิ้ม” ของเราก็อร่อยด้วย“น้ำจิ้มที่นี่เป็นน้ำจิ้มที่ใส่ หัวไชเท้า ผ่านการเคี่ยวหลายชั่วโมง ก็เป็นสูตรเฉพาะของร้านเหมือนกัน” ที่ให้รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน แบบเผ็ดปลาย ๆ ลิ้น เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ก็ทานได้
ออกตลาดขายปลีกเริ่มที่ “10บ.” แต่ถ้า “ส่ง” คนรับไปก็มีกำไรเหลือ
ถ้าไปออกตลาดแนทจะขาย ไส้พื้นฐาน ตัวละ 10 บาท (ราคาปลีก) ทอดขายตัวละ 10 บาท แต่ถ้าเป็น ไส้ชีส ก็จะตัวละ15 บาท“แต่ถ้าเกิดว่าลูกค้าซื้อเป็นแบบว่า แพ็ก แบบนี้นะคะ ถ้าเป็นปลีก ไส้พื้นฐานอยู่ที่ 150 บาท(ได้ 24 ตัว) แต่ถ้าเป็นส่ง ไส้พื้นฐาน อยู่ที่ 120 แต่ถ้าเป็น ไส้ชีส ปลีกอยู่ที่ 260 และก็ส่ง อยู่ที่ 230” ขั้นต่ำคือ 10 แพ็กขึ้นไป ซึ่งเวลาลูกค้านำไปทอดขายต่อจะยึดราคาปลีก(ต่อชิ้น) เท่ากับที่ร้านขายอยู่ก็ได้ หรือแล้วแต่ทำเลของลูกค้าเองมีบางคนก็เอาไปขายเป็น “ชุด” แบบ 3 ชิ้น 60 บาท ก็ได้แล้วแต่ว่า ทำเลของเขา กำลังซื้อเป็นแบบไหน แต่ก็ไม่ควรต่ำกว่า 10 บาท
ปกติที่ร้านจะมีการผลิต (ทำสต็อก) ไว้ตลอดอยู่แล้ว แต่ถ้าในกรณีลูกค้าต้องการเป็นจำนวนมาก เช่น 100 แพ็กขึ้นไป อย่างนี้อาจจะต้องแจ้งเราล่วงหน้าอย่างน้อยสัก 3 วัน ส่วนนอกนั้นถ้าจำนวนไม่กี่แพ็กหรือหลักสิบก็สามารถรับได้เลย ลูกค้าที่นัดรับของหน้าร้าน(ช่วงออกตลาด) แนะนำว่าโทรแจ้งก่อนล่วงหน้าหรือไลน์ติดต่อไว้ดีกว่า เพราะว่าเวลาแนทไปออกตลาดจะไม่มีตู้ฟรีซ เราจะมีแค่ลังโฟม“เพราะว่าอันนี้จริง ๆ น้องก็จะอยู่ในลังโฟม ที่เก็บความเย็นได้ แต่ก็ไม่ได้แบบทั้งวัน แต่ว่าถ้าอยู่ในตู้ฟรีซหรือว่าช่องฟรีซน้องจะเก็บได้ประมาณ 1 เดือน ในกรณีของไส้ที่สุกแล้ว แต่ถ้าเป็นไส้ที่เป็นกุ้งสดแบบนี้ น้องก็จะอายุสั้นลงนิดนึง ต้องรีบทานรีบกิน ถ้าเอาไปขายต่อก็รีบขายก่อนไส้อื่น”
โฮมเมดฉบับ “การสร้างงาน& สร้างอาชีพ” แรงงานวัยเกษียณ
ใน 1 วันเราทำได้เกิน 100 แพ็ก เราก็ทำได้ค่ะ ทีมงานก็จะมีคุณแม่ คุณน้า คุณป้า มาช่วยประมาณ 4-5 คน“ธุรกิจในครัวเรือนยังเป็นแบบนั้นอยู่นะคะแต่ว่าเราก็ หนึ่งเราก็ดีใจเพราะว่าท่าน ๆ ที่พูดถึงเมื่อกี้ ก็เกษียณแล้ว เราก็ทำให้เขาได้มีอาชีพ ไม่ได้แบบนั่งอยู่บ้านเฉย ๆ นะคะ” ส่วนเรื่องของ “การลงทุน” เริ่มต้นมาสำหรับธุรกิจนี้ ประมาณหนึ่ง การผลิตเนี่ยวัตถุดิบก็สำคัญ ตอนแรก ๆ แนทเริ่มจากไส้พื้นฐานก่อนมันก็จะไม่เยอะ ยังไม่แพงมาก แต่ว่าพอเราพัฒนา “ไส้” เพื่อความหลากหลายของสินค้าเนาะ มันก็จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ที่ขยายตามมาด้วย“แล้วก็ฟีดแบ็กเวลาที่แนทไปออกร้าน น้อง ๆ เนี่ยวัยรุ่นบางคนก็จะไปติด Snack แบบอื่นเนาะ แต่พอเขาเห็นของเราแล้วเขาเห็น ผักโขมชีส แฮมชีสอย่างเงี้ย พี่ ๆ ผมลองหน่อย ลอง 2 ชิ้น เดินไป 3 ก้าวหมดแล้ว ตะโกนเรียกเพื่อนเฮ้ย ๆ อร่อย อร่อย อย่างเงี้ยเราก็แบบ โอ๊ยดีใจจังเลยอะไรเงี้ย น้องก็กลับมาซื้อ ทั้ง ๆ ที่เดินผ่านเราไป 3 ก้าว ใช่! อันนี้คือนอกเหนือ คือเงินก็เรื่องหนึ่งนะคะ ความดีใจว่าสินค้าเรามันประสบความสำเร็จน่ะ”ในระยะที่เราก็ยังไม่ได้เติบโตมากนะคะ แค่นี้เราก็ปลื้มแล้ว ใช่ อย่างเมื่อวานที่แนทไปตลาดนัดกลางคืน เหมือนกันลูกค้าเดินมา พี่ขอลองทานก่อนนะ ขอลองทาน 2 ชิ้น เดินไปแป๊บนึง กลับมาอร่อยมากเลยคุณ! พี่นะไม่กล้าซื้อปอเปี๊ยะตามตลาดนัดเพราะว่า (บางร้านก็จะทำไส้แตกต่างกันไป) แต่ว่าพี่ทานของคุณ พี่เดินไปพี่ต้องกลับมาซื้อ อันนี้มันเป็นพลังให้เรา ถึงแม้วันนั้นเราจะขายได้ไม่ดีมาก แต่คำพูดพวกนี้ค่ะ มันทำให้เรารู้สึกว่าเอ๊ยเราต้องไปต่อ!
สุดปัง! ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน “3ชม.”เคยขายได้ถึงหมื่นกว่าบาท
เวลาเราไปออกตลาดเนี่ย เราจะมีชั่วโมงในการขายนะคะ สมมติว่าเราไปถึงตี5 เราต้องก่อน 07.00 น. เราต้องตั้งร้านเสร็จแล้ว เพราะว่าลูกค้าจะซื้อก่อนเข้าเรียนหรือก่อนเข้าทำงานก็คือในช่วง 08.00-09.00 น. นั่นคือ1 ชั่วโมงในการขาย แล้วเราก็จะพีคอีกทีหนึ่งก็คือช่วง 11.00-13.00 น.“รวม ๆ กันแล้วเนี่ยช่วงพีค จะประมาณ 3 ชั่วโมง แนทเคยได้สูงสุดหมื่นกว่าบาท”อย่างที่บอกว่าเข้าคิวกันจนแบบ เกรงใจร้านอื่น(หัวเราะ) ขนาดนั้นเลยค่ะ คือขายดีจะเป็นกระทรวงการคลังเป็นกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนทำงานออฟฟิศ แล้วก็ไส้ที่ขายดีคือจะเป็น ไส้พื้นฐาน
คุณแนทยังเผยถึง “เคล็ดลับ” ในการพัฒนาเรื่องไส้ต่าง ๆ ปอเปี๊ยะของที่ร้านซึ่งมีอย่างหลากหลาย ก็คือเราต้องดูก่อนว่า
ไส้นั้น ๆ มันสามารถทำให้แห้งได้ไหม เพราะว่าถ้ามันไม่แห้ง มันมาอยู่กับแป้งแล้วเวลาเราเอาไปทอด มันจะชื้น“ไส้น่ะค่ะพอมันชื้น มันจะทำให้แป้งนิ่มเร็ว เพราะฉะนั้นเวลาเราจะเลือกมาทำไส้ เราต้องดูก่อนว่า ไส้อันนั้นน่ะมันแห้งที่สุดได้ประมาณไหน” นี่คือเคล็ดที่ทุกคนต้องรู้ คนที่ทำปอเปี๊ยะ
กว่า 3 ปีแล้วหลังจากที่มาทำปอเปี๊ยะขายเป็นอาชีพอย่างจริงจัง“ก็ยังไปได้อีก กว่านี้ในความรู้สึกของแนท แล้วก็ความฝันเนี่ยก็คือ ถ้าเป็นไปได้ฝันที่อยากจะให้มันไปถึงคืออยากจะเป็น “แฟรนไชส์” นะคะ คือเราสามารถ อยากทำเป็นชุดขายขนาดย่อม ๆ จนไปถึงเป็นคีออสขนาดใหญ่นะคะ”
ทำในสิ่งที่รัก “สู่อาชีพที่ใช่” เพื่อการไปต่อได้ยาว ๆ กว่า
คุณแนทตี้-กรวิการ์ จันทร์มณี เจ้าของร้านปอเปี๊ยะ Happy Tree ขายปลีก&ส่ง บอกด้วยว่า ถ้าถามในเรื่องของ “ต้นทุน”
ความเป็นปอเปี๊ยะค่ะมันเหมือนถูกควบคุมราคาโดย culture บางอย่าง อย่างเช่น ถ้าเป็นไส้พื้นฐานอย่างเงี้ยในตลาดทั่วไป ด้วยความที่มันเป็นอาหารที่มันเป็นแมสเนาะ ใครก็ขายได้ ใคร ๆ ก็ทำได้เนาะ มันเป็นแมสเพราะฉะนั้น “ราคา” มันจะมีเพดานของมัน เช่น 10 บาท(ในไส้พื้นฐาน) ถ้าคุณขายเกินกว่านี้ คนจะรู้สึกว่ามันแพง“เราก็ต้องอิงเพดานไว้นิดหนึ่ง แต่อย่างที่บอกว่าเราค่อนข้างใช้วัตถุดิบที่ดี มีคุณภาพ ไส้ให้เยอะ มันก็เลยเรียกว่าเป็นอุปสรรคก็ได้นะคะแต่ว่า ถ้าเราทำอร่อย แล้วเราขายได้จำนวนเยอะแนทว่ามันไปได้”
ก็สำหรับคนที่อยากมี “ธุรกิจ” ของตัวเองนะคะ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่เนี่ย อยากให้คุณมีความรักในสิ่งนั้นก่อน คุณชอบแบบไหน ลองแบบว่าทดลองทำกับสิ่งที่ตัวเองชอบก่อนนะคะ แล้วก็มันจะสามารถเป็นแรงผลักดันซึ่งกันและกัน ทำให้คุณสนุกกับสิ่งที่คุณทำ“แม้ว่าวันนั้นมันอาจจะเจออุปสรรคหรือว่า เหนื่อยบ้าง อะไรเงี้ยแต่ถ้าคุณรักมัน คุณจะไปต่อได้นะคะ” สำหรับธุรกิจของแนทเนี่ยนะคะ “ปอเปี๊ยะ” เนี่ยนะคะถ้าใครอยากที่จะทดลอง หรือว่ามีพื้นที่หน้าบ้านอยากจะทดลองขายชุดเริ่มต้นหรืออะไรแบบนี้ ก็สามารถเอาไปทดลองทำได้
จาก “รายได้เสริม” สู่ธุรกิจหลักเพราะตลาดเรียกร้อง “ปอเปี๊ยะแฮปปี้ทรี” ทอดขายเองหรือรับไปขายต่อก็มีกำไร สามารถติดตามร้านได้ทาง FB : Happy Tree Café หรือโทร.098-896-4616 สำหรับคนที่สนใจอยากจะลองชิมก่อนนำไปทอดขายต่อเขาก็มีหน้าร้าน ชื่อว่า Happy Tree Café ตั้งอยู่เลขที่ 45 (ตรอ.ทศวัฒน์เซอร์วิส) ถนนพุทธมณฑลสาย 1 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด